ข่าวนี้ที่ 1

HMPRO พ้นจุดต่ำสุด งบ Q4 เด้ง - ปี 65 กลับมาโต 20%

HMPRO พ้นจุดต่ำสุด งบ Q4 เด้ง - ปี 65 กลับมาโต 20%

 

       กูรูประสานเสียง "โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO)" พ้นจุดต่ำสุด และเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/64 เป็นต้นไป หลังโควิด-19 คลี่คลาย กลับมาเปิดสาขาครบทุกแห่ง ล่าสุดโชว์งบไตรมาส 3/64 มีกำไร 870.41 ล้านบาท ลดลง 37.85% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หลังยอดขาย - ค่าเช่า ลดลง จากผลกระทบล็อกดาวน์ ส่วนงวด 9 เดือน กำไรทรงตัว 3.66 พันล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ Omni Channel หวังช่วยเพิ่มยอดขาย โบรกฯแนะทยอยสะสม

*** งบ Q3/64 กำไรทรุด 37.85% เซ่นพิษโควิด

       นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/64 มีกำไร 870.41 ล้านบาท ลดลง 37.85% จากช่วงเดียวกันปี 63 ที่มีกำไร 1,400.51 ล้านบาท 
    โดยรายได้รวมไตรมาสนี้ อยู่ที่ 13,776.84 ล้านบาท ลดลง 2,240.83 ล้านบาท หรือ 13.99% หลังจากภาพรวมยอดขายในประเทศได้รับผลกระทบจากทั้งการปิดสาขาชั่วคราวตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และ จากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับรายได้ค่าเช่าที่ลดลง เป็นผลจากการที่บริษัทฯ ยังคงปรับลดหรือยกเว้นค่าเช่าให้แก่ผู้เช่า
    ด้านกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้า และ การให้บริการลูกค้า (Home Service) ลดลง 14.58% เมื่อเทียบกับปีก่อน  เป็นผลมาจากสัดส่วนการขายสินค้าของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เช่น สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และ จากสัดส่วนของสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยลดลง เช่น สินค้ากลุ่ม Soft Line นอกจากนั้น เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชะลอการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ขายในช่วงที่มีการปิดสาขาชั่วคราวทำให้ส่วนลดของการสั่งซื้อลดลง

*** แต่งวด 9 เดือนปี 64 กำไรยังโต 1.54%
       นายคุณวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า งวด  9 เดือน ปี 64 มีกำไร 3,665.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.54%  จากงวดเดียวกันปี 63 ที่มีกำไร 3,609.71 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 46,563.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 839.25 ล้านบาท หรือ 1.84% 
       ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้า และ รายได้จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 44,376.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 942.83 ล้านบาท หรือ 2.17% แม้จะมีการปิดสาขาชั่วคราวในไตรมาส 3 ของปี 64 เป็นผลจากทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทาง Omni Channel และ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ทั้งบนช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ เช่น Homepro Super Expo และ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น เช่น พฤติกรรมทำงานที่บ้าน
    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากค่าเช่า จำนวน 844.03 ล้านบาท ลดลง 237.91 ล้านบาท หรือ 21.99% เป็นผลจากการที่บริษัทฯ ยังคงมีการปรับลด หรือ ยกเว้นค่าเช่าให้แก่ผู้เช่า ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากระบาดโควิด นอกจากนี้ ตามคำสั่งของรัฐบาลได้กำหนดให้สามารถเปิดธุรกิจในศูนย์การค้าได้เพียงบางประเภท ซึ่งสามารถเปิดได้น้อยกว่าช่วงเวลาปิดศูนย์การค้าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ร้านค้าเช่าจากศูนย์การค้าลดลง รวมถึงไม่มีรายได้ค่าเช่าจากพื้นที่เช่าที่มาจากการจัดงาน Homepro Expo เมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 3 ของปี 63 ที่มีการจัดกิจกรรม HomePro Expo 
       อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่นอีก จำนวน 1,342.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.33 ล้านบาท หรือ 11.12% โดยเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าในสาขาเพิ่มขึ้น และ มีกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้า และ การให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 11,257.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 345.45 ล้านบาท หรือ 3.17%
    โดยอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.12% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 25.37% เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนจัดซื้อสินค้า ควบคุมต้นทุน และ เพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าของกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น

*** เดินหน้าพัฒนาช่องทาง Omni Channel หวังกระตุ้นยอดขาย
    นายคุณวุฒิ ระบุว่า บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์พัฒนาช่องทาง Omni Channel มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจำหน่ายสินค้า และ การให้บริการต่าง ๆ เช่น Click and Collect (สั่งซื้อสินค้าออนไลน์และมารับที่สาขา) Same Day Delivery (จัดส่งสินค้าภายในวันที่มีการสั่งซื้อ)  และ social media platform “Shop4You” (ผู้ช่วยเสมือนในการเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองที่สาขา) ทำให้บริษัทฯ พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์โควิดได้เป็นอย่างดี
    บริษัทฯ มองการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม Work From Home เป็นโอกาสที่จะได้เพิ่มสัดส่วนสินค้าใหม่ๆ ให้ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า และ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า และ บริการผ่านทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของบริษัทฯ ทางช่องทาง Home Pro Application และ Home Service Application นอกเหนือจากทางเว็บไซต์

*** โบรกฯ คาดกำไรเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/64  

       บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที  ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 5.23 พันล้านบาท (+1% YoY) โดยคาดรายได้ 5.91 หมื่นล้านบาท หลังมาตรการ lockdown ในไทย และ มาเลเซียทำให้บริษัทที่ต้องปิดสาขาชั่วคราวรวมทั้งหมด 40 สาขา ทั้งนี้ คาดการเปิดประเทศ และสาขาใหม่อีก 1 สาขา จะช่วยหนุนผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป ทำให้ประเมินกำไรปีหน้า ไว้ที่ 6.25 พันล้านบาท (+20% YoY) 
       อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมา +4% แต่ยัง outperform SET -1% ใน 3 เดือนที่ผ่านมาจึงมองว่า ราคาหุ้นได้ตอบรับข่าวการเปิดเมืองไปพอสมควรแล้ว โดยราคาหุ้นเทรดที่ 2022E PER 30x ขณะที่กำไรปี 2020 - 23E มี CAGR ต่ำสุดในกลุ่ม +12% จึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” 
       บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง  ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กำไรหลัก/สุทธิไตรมาส 3/64 ที่ 870 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ ลดลง 39% QoQ ซึ่งกำไรดังกล่าวเป็นไปตามที่คาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 14% เนื่องจากอัตราก่ำไรหลักต่ำกว่าตลาดคาด โดยจุดสังเกตสำคัญในไตรมาส 3/64 คือ ตลาดทำประมาณการกำไรหลากหลายระดับ 800- 1,100 ล้านบาท ทำให้มองว่าความหลากหลายในตัวเลขครั้งนี้จะทำให้ราคาหุ้น HMPRO ไม่ลงแม้กำไรต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด จึงแนะนำให้ “สะสมหุ้น” 
       เนื่องจากกำไรไตรมาส 4/64 จะกลับมาฟื้นตัวแรงเป็นหนึ่งในความโดดเด่นกลุ่มปรับปรุงบ้าน , แนวโน้มกลุ่มอสังหาฯ ที่ฟื้นตัว และ การเปิดประเทศหนุนอุปสงค์ HMPRO ดีขึ้นในระยะสั้น-ยาว, และ มูลค่าหุ้นซื้อขายระดับค่าเฉลี่ย PER ระยะยาวที่ 30 เท่า ไม่เวอร์วังมาก , คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด