ข่าวนี้ที่ 1

18 กองทุน คว้าไอพีโอ SCGP-หวั่นปรับพอร์ตทุบหุ้น SET50 ดิ่ง

18 กองทุน คว้าไอพีโอ SCGP-หวั่นปรับพอร์ตทุบหุ้น SET50 ดิ่ง

     เปิดโผ 18 กองทุนสถาบันได้รับจัดสรรหุ้นไอพีโอ SCGP มากสุด พบ บลจ.กสิกรฯ-บัวหลวง ได้โควต้า 135 ล้านหุ้น ต้องเตรียมเงินจองซื้อรายละ 4.7 พันลบ. พร้อมเปิดสถิติย้อนหลังหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่เข้าตลาด จะกดดันหุ้นใน SET50 ปรับฐานแรง เหตุสถาบันต้องปรับพอร์ตระดมเงินซื้อไอพีโอแทน โดยกรณี SCGP คาดกองทุนต้องใช้เงินรวมกว่า 2.3 หมื่นลบ.  

*** เปิด 18 สถาบัน แห่ซื้อหุ้นไอพีโอ SCGP

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ที่กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯเดือนต.ค.นี้ ได้รับความสนใจจองซื้อหุ้นจากนักลงทุนสถาบันแบบเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) จำนวน 18 ราย ทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 676.53 ล้านหุ้น  หรือราว 2.37 หมื่นล้านบาท

    ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่อาจมีแรงขายหุ้นอื่นๆ จากสถาบันฯออกมาก่อน SCGP เข้าตลาดราว 2.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนสถาบันฯทั้งในและต่างประเทศ มีระยะเวลาการจองซื้อหุ้น SCGP ถึงวันที่ 5-7 ต.ค. 2563  ทำให้ต้องขายหุ้นบางส่วนออกมา เพื่อที่จะนำเงินไปจ่ายจองซื้อหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดผันผวนในช่วงนี้ ส่วนนักลงทุนทั่วไปจองซื้อในช่วง 1 ,2 และ 5 ต.ค. 63
    
    โดยสัดส่วนการจัดสรรหุ้น SCGP ให้ทั้ง 18 สถาบัน มีดังนี้ (มูลค่าคิดจากราคาสูงสุดที่ 35 บาท )
   

บลจ.ที่เป็น จำนวนหุ้น มูลค่า
Cornerstone Investors ล้านหุ้น ล้านบาท
บลจ.กสิกรไทย 135 4,725
บลจ.บัวหลวง 135 4,725
บลจ.ไทยพาณิย์ 81 2,835
บลจ.เอ็มเอฟซี 63 2,205
บลจ.ทิสโก้ 42 1,470
บลจ.กรุงไทย 37 1,295
บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) 26 910
บลจ.ธนชาต 25 875
บลจ.ไทยประกันชีวิต 13 455
บลจ.อเบอร์ดีนฯ 11 385
บลจ.เมืองไทยประกันชีวิต 8 280
บลจ.พรินซิเพิล 8 280
บลจ.ภัทร 8 280
บลจ.วรรณ 8 280
Avanda Investment Management LTD 27 945
NT Asian Diacovery Master Fund 23 805
Ghisallo Master Fund 13.26 464
Tudor Systematic Tactical Trading 13.26 464
รวม 676.52 23,678

 

*ที่มา : บล.เอเซียพลัส

*** เปิดสถิติย้อนหลัง ไอพีโอใหญ่เข้าตลาด ฉุดหุ้น SET50 ปรับฐานแรง
    
    นอกจากนี้ บล.เอเซียพลัส เปิดเผยสถิติ ว่าในอดีต 1 เดือนก่อนหุ้นขนาดใหญ่เข้าซื้อขายในตลาด มักจะทำให้หุ้นใน SET50 ปรับฐาน 3 – 6% และหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันปรับฐานแรง 6-10%

    เริ่มจากก่อนที่หุ้น AWC เข้า ซื้อขาย 1 เดือน ดัชนี SET50 ปรับฐานแรง -3.6% หุ้นในกลุ่มอสังหาฯลดลง -6.15%

     และช่วงต้นปีนี้ก่อน CRC เข้าซื้อขาย 1 เดือน SET50 ปรับฐานแรง -5.86% และหุ้นในกลุ่มค้าปลีกลดลง -10.59%

    ขณะที่ปัจจุบัน SCGP อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industial) อาทิ ปิโตรฯ, ยานยนต์, วัสดุ-เครื่องจักร, กระดาษ, บรรจุภัณฑ์ และเหล็ก และเป็นที่สังเกตว่า หุ้นปิโตรฯ ซึ่งมีขนาดใหญ่สุดในกลุ่มฯ ปรับฐานแรงในช่วง 2- 3 วันที่ผ่านมา เช่นเดียวกับสถิติในอดีต  

*** โบรกฯ คาด SCGP ติด Fast track เข้า SET50/SET100 ทันที

    บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ได้กำหนดช่วงราคาขายหุ้น IPO ไว้เบื้องต้นที่ 33.50-35.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากอ้างอิงที่ช่วงราคาดังกล่าว หมายความว่า SCGP จะเข้าตลาดมาด้วยขนาด Market cap ราว 1.48 – 1.55 แสนล้านบาท

    ทั้งนี้หมายความว่า SCGP จะเข้าเกณฑ์ Fast track ของตลท.ทันที ที่ว่าหุ้นที่จดทะเบียนใหม่เป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1% ของ SET Market Cap ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ 13.8 ล้านล้านบาท  หรือเป็นหุ้นที่คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดติดอยู่ในช่วง 20 ลำดับแรกของดัชนี SET50/SET100  ซึ่งทาง SCGP นั้นมีแนวโน้มผ่านทั้ง 2 เกณฑ์ดังกล่าว

     หาก SCGP ได้ถูกคัดเลือกเช้ามาในดัชนี SET50 และ SET100 ระหว่างรอบจริง จะทำให้มีหุ้นที่หลุดออกจากทั้ง 2 ดัชนีดังกล่าวไป ซึ่งหากพิจารณาจากขนาด Market cap ล่าสุดนั้น

     ประเมินว่าจะเป็นทาง   บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ที่หลุดออกจากดัชนี SET50 และ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ที่หลุดออกจากดัชนี SET100 ตามลำดับ ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้น 2 ตัวนี้ไปก่อน 

*** โบรกฯ ชี้หุ้นไทยร่วงแรง วิตกศก.โลกชะลอ-การเมืองกดดัน

     บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยกับว่า ดัชนีหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลดลงแรง โดยปิดตลาดที่ 1,244.59 จุด ลดลง 19.42 จุด คิดเป็น 1.54% เป็นผลมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย ความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศ ความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 2 และค่าเงินดอลลาร์เเข็งค่า โดยให้แนวรับ และแนวต้านของสัปดาห์นี้อยู่ที่ 1,240 - 1,275 จุด

    กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนถือเงินสดมากขึ้น ประมาณ 25-30% ของพอร์ตการลงทุน ส่วนหุ้นที่แนะนำ ชอบหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการผลิตวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 และมีศักยภาพในการฟื้นตัวโดดเด่นประกอบด้วย MINT, CRC และ BDMS

*** แนะลดพอร์ตหุ้นเหลือ 25% รอเก็บแนวรับ 1,217 จุด

    บล.โนมูระพัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สาเหตุที่ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรง เป็นผลจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากการแพร่ระบาดโควิด-19 และความกังวลของเศรษฐกิจไทย ที่นักวิเคราะห์กำลังปรับคาดการณ์ใหม่ โดยหลังจากดัชนีร่วงต่ำกว่า 1,250 จุด จึงให้กรอบแนวรับและแนวต้านรอบใหม่ที่ 1,217-1,240 จุด

    กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นเหลือ 25% ของพอร์ต แต่นักลงทุนที่ยังรับความเสี่ยงได้ และมองว่าช่วงหุ้นลงเป็นโอกาส แนะนำลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโค?วิด-19 ชอบ TU, CPF และ XO







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด