ข่าวนี้ที่ 1

PTG จ่อหั่นเป้ายอดขายเหลือโต 3%-ลดแผนเปิดปั๊ม เซ่นพิษโควิด

PTG จ่อหั่นเป้ายอดขายเหลือโต 3%-ลดแผนเปิดปั๊ม เซ่นพิษโควิด

          "พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG)" เตรียมปรับลดเป้ายอดขายน้ำมันปีนี้ลงเหลือโต 2-3% จากปีก่อนทำได้ราว 4,800 ล้านลิตร หากโควิดยืดเยื้อ ขณะที่ EBITDA คาดว่าจะโตต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10-15% พร้อมปรับแผนลดเปิดปั๊มใหม่ปีนี้เหลือ 80-120 สาขา จากเดิม 120-150 สาขา ลุ้น Q4/64 ยอดขายฟื้นตัว หลังเข้าไฮซีซั่น-การกระจายวัคซีน หนุน ด้านโบรก ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 25 บาท 

          *** ลดเป้ายอดขายน้ำมันเหลือโต 2-3% 

          นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า บริษัทเตรียมปรับลดเป้ายอดขายน้ำมันปีนี้ลงเหลือโต 2-3% จากปีก่อนที่ทำได้ราว 4,800 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดจะเติบโตราว 8-12% หรือราว 5,200-5,400 ล้านลิตร หากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศยืดเยื้อและไม่สามารถคลี่คลายได้ภายในช่วงเดือนก.ย.นี้ 

          รวมถึงแนวโน้มกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) ปีนี้ที่จะปรับตัวลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% จากปีก่อนเช่นกัน ตามปริมาณยอดขายน้ำมันที่ลดต่ำลง แม้ค่าการตลาดปีนี้จะอยู่ในระดับที่นิ่งกว่าปีก่อนและระดับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

          ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมายอดขายของบริษัทปรับตัวลดลงแล้วกว่า 5-6% และหลังมีมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด 13 จังหวัดสีแดงเข้มของภาครัฐก็ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนให้ปรับตัวลดลงอย่างมาก เพราะภาคกลางถือเป็นภูมิภาคที่มีการบริโภคสูงจึงทำให้การขนส่งหรือเดินทางชะลอตัวไปหมดทุกภูมิภาค ซึ่งหากสถานการณ์ลากยาวไปกว่าช่วงไตรมาส 4/64 ก็อาจส่งผลกระทบเป้ายอดขายปีนี้ลดลงต่ำกว่าปีก่อนได้ 

          อย่างไรก็ตามปกติแล้วในช่วงไตรมาส 3/64 มักเป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจจึงทำให้ผลกระทบอาจยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่คาดว่าผลประกอบการในงวดดังกล่าวจะปรับตัวลดลงจากช่วงไตรมาส 2/64 อย่างแน่นอน เพราะงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมาธุรกิจยังไม่ได้รับผลกระทบและยังเติบโตได้

          *** หั่นงบลงทุน-ปรับแผนการเปิดสาขาเหลือ 80-120 แห่ง

          นายรังสรรค์ กล่าวว่า ด้านงบลงทุนปีนี้คาดว่าจะใช้ไม่ถึงเป้าเดิมที่วางไว้ประมาณ 4,500 ล้านบาท หลังจากบริษัทปรับลดเป้าการเปิดสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ใหม่ปีนี้เหลือ 80-120 สาขา จากเดิม 120-150 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 2,200 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งการชะลอการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้ต้นทุนการลงทุนของบริษัทลดลงและบริษัทเเหลือกระแสเงินสดสำหรับรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคตมากขึ้น 

          ทั้งนี้ ยืนยันว่าฐานะการเงินของบริษัทยังแข็งแกร่ง เพราะการดำเนินธุรกิจมีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่องวันละ 400-500 ล้านบาท และมีวงเงินกู้จากสถาบันการเงินเป็นหลัก 1,000 ล้านบาท รวมถึงมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 2.8 เท่า ซึ่งสามารถดำเนินธุรกิจได้แม้ไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า

          ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/64 ผลประกอบการจะพลิกกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่จะมีการเดินทางกันเป็นจำนวนมากกว่าช่วงอื่นๆ ประกอบกับคาดหวังว่าการกระจายการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนจะคืบหน้ามากขึ้น พร้อมยอมรับว่าแม้จะบริษัทยังไม่ได้หยุดมองหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆเพื่อกระจายผลกระทบและความเสี่ยงของธุรกิจหลัก เช่น การเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าขยะและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) รวมถึงด้านธุรกิจกัญชงและกัญชา  

          นอกจากนี้บริษัทคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัวธุรกิจเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผสมกัญชงจำนวน 2-3 ผลิตภัณฑ์ หลังจากปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและวิจัยสูตรภายใต้แบรนด์ของบริษัท โดยเบื้องต้นมีแผนจะเริ่มจัดจำหน่ายออกสู่ตลาดภายในสาขาปั๊มน้ำมันของบริษัทและช่องทางออนไลน์

          *** บล.หยวนต้า มองกำไร Q3/64 เป็นจุดต่ำสุดของปี

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า มองว่า แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 3/64 คาดชะลอตัวลงทั้งไตรมาสต่อไตรมาส และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้มีการประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางที่เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม 10 จังหวัดที่อยู่ภายใต้การควบคุมสูงสุดซึ่ง PTG มีสถานีบริการน้ำมันในกลุ่ม 10 จังหวัด 237 สาขา และมีปริมาณจำหน่ายน้ำมันเป็นสัดส่วน 17% ของปริมาณจำหน่ายน้ำมันรวมของบริษัท

          โดยคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/64 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีและฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/64 ภายใต้สมมติฐานการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว โดยบล.ได้ปรับประมาณกำไรปกติปี 64 ลงเล็กน้อยราว 6% เป็น 1,895 ล้านบาท เติบโต 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทั้งปีลงเหลือ 5,338 ล้านลิตร จากเดิม 5,469 ล้านลิตร 

          ทั้งนี้ บริษัทยังคงแนะนำซื้อ และปรับราคาเหมาะสมปีนี้ ลงเป็น 22.50 บาท โดยราคาเหมาะสมยังมี Upside เพิ่มเติมจากการเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ คาดจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในไตรมาส 3/64 และการเตรียมนำธุรกิจ LPG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วงไตรมาส 1/65 ด้วย 

          *** บล.เคทีบีเอสที แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 25 บาท 

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ยังคงแนะนำซื้อ โดยราคาเป้าหมายปีนี้ให้ไว้ที่ 25 บาท อิง PER 22 เท่า โดยมองว่าการฟื้นตัวของการเดินทางและเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ซึ่งทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันฟื้นตัวและค่าการตลาดอยู่ในระดับสูง และพัฒนาการของธุรกิจใหม่ เช่น สินค้าจากกัญชง-กัญชา รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 

          *** บล.ทิสโก้ แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 23 บาท 

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ยังคงแนะนำซื้อ ด้วยมูลค่าเหมาะสมที่ 23 บาท โดยคาดผลประกอบการในไตรมาส 2-3 ปีนี้ จะอ่อนตัวทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสต่อไตรมาส และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4/64 จากคาดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดและการควบคุมของภาครัฐผ่อนคลายลง โดยยังคงกำไรสุทธิในปีนี้ จะยังคงสร้างสถิติใหม่ได้ที่ 1,920 ล้านบาท รวมถึงคาดผลกระทบปริมาณขายน้ำมันน้อยกว่าอุตสาหกรรมจาก PTG จำหน่ายดีเซลเป็นหลักซึ่งกลุ่มลูกค้ายังสามารถขนส่งได้ และสาขาอยู่ในพื้นที่ควบคุมเพียง 10% เท่านั้น 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด