ข่าวนี้ที่ 1

ธปท.ปลดล็อก LTV ปลุกอสังหาฯ - ดันสินเชื่อบ้านสะพัด 5 หมื่นลบ.

ธปท.ปลดล็อก LTV ปลุกอสังหาฯ - ดันสินเชื่อบ้านสะพัด 5 หมื่นลบ.

    ธปท. ยอมผ่อนเกณฑ์ LTV ให้กู้บ้านได้เต็ม 100% ถึงสิ้นปี 65 หวังกระตุ้นอสังหาฯ ช่วงโควิด คาดมีสินเชื่อบ้านใหม่เข้าระบบ 5 หมื่นลบ. ฟากผู้ประกอบการ เฮ! ดันกำลังซื้อและศก.พุ่ง ฝากแบงก์-ภาครัฐช่วยเสริมอีกแรง พร้อมอัดแคมเปญทำตลาดบ้านเดือดส่งท้ายปี  

*** ธปท.ผ่อนคลายขยายเพดาน LTV เป็น 100% ถึงสิ้นปี 65

    นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ว่า ธปท. ประเมินแล้วเห็นว่า เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และพยุงการจ้างงาน จึงควรเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็ง หรือ รองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ผ่านการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว

*** เปิดสาระสำคัญเกณฑ์ LTV ใหม่ 

    1. กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เป็น 100% (กู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน) สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (รวมสินเชื่ออื่นนอกเหนือจากเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และ มีที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกันหรือสินเชื่อ Top-up แล้ว) ทั้งกรณี (1) มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ (2) กรณีมูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป

    2. การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.64 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.65

    ธปท. คาดว่าการผ่อนคลายมาตรการ LTV ในครั้งนี้ จะช่วยดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญ และ มีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง คิดเป็นกว่า 9.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และ มีการจ้างงานรวมกว่า 2.8 ล้านคน

    อย่างไรก็ตาม ภายใต้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง ประกอบกับ ในปัจจุบัน สถาบันการเงินมีมาตรฐานการให้สินเชื่อที่รัดกุม โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ในระยะยาวเป็นหลัก ธปท. จึงประเมินว่า ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะหนึ่งปีข้างหน้ามีจำกัด

    ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน และ ความสามารถของประชาชนในการกู้ หรือ ซื้อที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมาตรการได้อย่างเท่าทัน และ เหมาะสมต่อไป

    “การที่ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ LTV ในช่วงนี้ จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของประชาชนกลุ่มที่มีฐานะการเงินมั่นคง ซึ่งจะช่วยกระจายเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ธปท. ประเมินว่า ในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงทยอยฟื้นตัว ประกอบกับ สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีจำกัด”นางรุ่ง กล่าว

*** คาดหนุนสินเชื่อบ้านสะพัด 5 หมื่นลบ.  

    นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า จากมาตรการดังกล่าว และ มาตรการจากภาครัฐเพิ่มเติม จะทำให้มีสินเชื่อเข้าระบบต่อปีประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือ คิดเป็น 7% ของมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปีนี้ที่คาดไว้ 801,241 ล้านบาท

    “การผ่อนมาตรการแอลทีวีครั้งนี้ จะไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพราะมั่นใจมาตรฐานปล่อยสินเชื่อของธนาคารว่า จะดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี โดยตัวเลขหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 3.66%”นายดอน กล่าว

*** SIRI รับดึงกำลังซื้อปชช.ฟื้น จ่ออัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย

    นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่อนคลายการกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เป็น 100% จาก 70-90% ถึงสิ้นปี 65 มองว่า จะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับคืนมา

    “มองเป็นข่าวดีนะ เป็นการช่วยทำให้คนกลับมาลงทุนอสังหาฯ เพราะก่อนหน้านี้ลูกค้าหลายรายไม่มีเงินสดที่จะมาวางดาวน์มากมาย แต่ตรงนี้จะช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อบ้านได้ กู้ได้ 100% แต่ที่จริงก็อยากให้ธปท. คลายล็อคให้หมดเลย เช่น ราคามากกว่า 10 ล้านบาทด้วยจะยิ่งดี”นายอุทัย กล่าว

    สำหรับราคาบ้านเดี่ยวของบริษัท ส่วนใหญ่ 60-70% ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท นอกนั้น 30-40% จะเป็นราคาที่มากกว่า 10 ล้านบาท ในขณะที่คอนโดราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีหลายยูนิตเช่นกัน ซึ่งหลังการผ่อนคลายมาตรการ ได้ให้ทีมการตลาดจัดทำแคมเปญ และ โปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงปลายปีนี้


*** AP ชี้ไม่ใช่แค่อสังหาฟื้น แต่กระตุ้นศก.ประเทศด้วย

     นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึงสิ้นปี 65 (จากเดิมที่เพดาน LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ระดับ 70-90%) นั้น มองว่าการผ่อนคลายมาตรการ LTV ไปถึงปีสิ้นปี 65 เป็นสัญญาณบวกที่ดีให้กับตลาด

    ทั้งนี้ คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึงสิ้นปี 65 เท่ากับเป็นการเพิ่มความสามารถในการซื้อให้กับลูกได้มากขึ้น รวมถึงส่วนหนึ่งภาคอสังหาฯถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศ โดยเฉพาะเป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่ทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการนำมาสู่โอกาสที่ดีอีกมาก
 

*** PSH ประเมินกำลังซื้อจะกลับมา 20%

    นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ในเครือของ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ขยายเพดานการกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เป็น 100% จาก 70-90% ถึงสิ้นปี 65 ส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดหวังว่าจะทำให้กำลังซื้อของลูกค้ากลับคืนมาประมาณ 20% จากช่วงปีแรกหลังประกาศ LTV ทำให้ลูกค้าหายไป 30% และซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ ลูกค้าหายไปอีก 30% เช่นกัน

    “ภาคอสังหาฯ คิดเป็น 10% ของจีดีพี ดังนั้นเป็นเรื่องถูกต้องที่ธปท. จะออกมาตรการเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาฯ ในครั้งนี้”นายปิยะ กล่าว

    สำหรับแคมเปญที่บริษัทจะทำในช่วงนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติไตรมาส 4 จะมีการออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นตลาดอยู่แล้ว เพียงแต่การปลดล็อค LTV ในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนที่ไม่สามารถทำเรื่องของสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ 100% จะปลดล็อคเงื่อนไขนี้ได้ ซึ่งราคาที่อยู่อาศัยไม่เกิน 10 ล้านบาทของบริษัทมีสัดส่วนประมาณ 70% ของพอร์ต


*** QH คาดอสังหาฯ ปลายปีเดือด - ชี้ลูกค้าได้ประโยชน์สุด

    นายประวิทย์ โชติวัฒนาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เปิดเผยว่า การขยายเพดานการกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เป็น 100% ส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน ไม่เฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ลูกค้า ประชาชน ก็ได้ประโยชน์มากสุด เนื่องจากสามารถเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินได้มากขึ้นถึง 100% จากที่ก่อนหน้านี้ได้วงเงินสินเชื่อจำกัด ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยของบริษัทระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีสัดส่วนที่พอสมควร

    ทั้งนี้ยอมรับว่า การแข่งขันในตลาดอาจจะรุนแรงขึ้น โดยผูู้ประกอบการจะเร่งจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อประชาชน เนื่องจากโดยปกติ ไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีการทำการตลาดอยู่แล้ว
 

*** LPN  ฝากแบงก์-ภาครัฐช่วยกระตุ้นตลาดอีกแรง

    นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยว่า กรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ประกาศมาตรการการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว ว่า มาตรการดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยได้เพิ่มขึ้น

    จากหลักเกณฑ์เดิมที่ผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 (สัญญาที่ 2) ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% หากผ่อนสัญญาแรกมาแล้ว 2 ปี หรือมากกว่านั้น และถ้าผ่อนสัญญาที่ 1 น้อยกว่า 2 ปี จะต้องดาวน์ 20% และบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป (สัญญาที่ 3 ขึ้นไป) ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 30%

    “มาตรการผ่อนคลายที่ออกมาทำให้ผู้ซื้อมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แทนที่จะต้องมีเงินก้อนเพื่อวางดาวน์ 10-30% ของมูลค่าหลักประกัน ก็ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนเพื่อมาวางดาวน์ ช่วยให้ผู้ซื้อที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีความสามารถในการผ่อนชำระแต่ไม่มีเงินก้อนสามารถที่จะเป็นเจ้าของบ้านได้ โดยกลุ่มสินค้าที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลายนี้เป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่พร้อมโอน ซึ่งมีอยู่ในตลาดตอนนี้ประมาณ 750,000 ล้านบาท เป็นส่วนของคอนโดมิเนียมประมาณ 300,000 ล้านบาท และแนวราบประมาณ 450,000 ล้านบาท ในส่วนของ LPN เองมีสินค้าที่พร้อมอยู่พร้อมโอนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้” นายโอภาส กล่าว
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด