ข่าวนี้ที่ 1

AAV เพิ่มทุน 1.4 หมื่นลบ. ฝ่าโควิด-โบรกฯชี้ส่งผลดีระยะยาว

AAV เพิ่มทุน 1.4 หมื่นลบ. ฝ่าโควิด-โบรกฯชี้ส่งผลดีระยะยาว

    "เอเชีย เอวิเอชั่น(AAV)" ลุยปรับโครงสร้างทุนและกิจการ ประกาศเพิ่มทุน 8,000 ล้านหุ้น เสนอขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง - 6 บิ๊กบจ. - ผู้ถือหุ้นเดิม ราคาหุ้นละ 1.75 บาทต่อหุ้น คาดได้เงินระดมทุน 1.4 หมื่นลบ. ใช้ซื้อหุ้น TAA - ชำระหนี้ และใช้เป็นทุนหมุนเวียน คาดสัดส่วนผู้ถือหุ้นไดลูท 62% ด้านโบรกฯ มองส่งผลดีระยะยาว แม้ราคาเพิ่มทุนจะต่ำกว่าคาดมาก

*** AAV ปรับโครงสร้างกิจการ คาดแล้วเสร็จ Q1/65 

    นายธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า หลังการแพร่ระบาด COVID-19 กระทบอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงธุรกิจสายการบินราคาประหยัดของไทยแอร์เอเชีย(TAA) ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจและผลการดำเนินงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมาตรการจํากัดการเดินทางทำให้ไทยแอร์เอเชียได้ประกาศหยุดให้บริการในทุกเส้นทางบินภายในประเทศดั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. -8ส.ค.64 และได้ประกาศขยายระยะเวลาหยุดให้บริการทุกเส้นทางการบินภายในประเทศชั่วคราวออกไปถึง 31 ส.ค.64 

    ดังนั้นบริษัทจึงได้ทบทวนแผนการปรับโครงสร้างกิจการเดิม และกำหนดแผนขึ้นใหม่ โดยได้เจรจากับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ต่าง ๆ ของ AAV และ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด (TAA) ซึ่งคาดว่าแผนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1/65?

 *** เพิ่มทุน 8,000 ล้านหุ้น ขายให้ AAA- 6 บิ๊กบจ.- ผู้ถือหุ้นเดิม

    ด้านบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า  คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนเดิม 485 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 1,285 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 8,000 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท 

    ทั้งนี้ คณะกรรมการมีมติให้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง(PP) ดังนี้ โดยจัดสรรหุ้นจำนวนไม่เกิน 4,457,142,857 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 45.12% เสนอขายให้แก่ AirAsia Aviation Limited (AAA) ในราคาหุ้นละ 1.75 บาท

    และจัดสรรหุ้นเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ 6 ราย ได้แก่ นายพิธาน องค์โฆษิต รองประธานกรรมการ/ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ไม่เกิน 362,049,116 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 3.7%

    นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ. แพลน บี มีเดีย (PLANB) ไม่เกิน 150,947,980 หุ้น สัดส่วนไม่เกิน 1.5% , นายบัณฑิต พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อีซูซุ สงวนไทย ประธานที่ปรึกษาบริษัท สยามคาร์เรนท์ จำกัด  และบอร์ด บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  (LH) 

    นางปิยะพร วิชิตพันธุ์ ผู้บริหารของบริษัทในเครือเซ็นทรัล  , นายสุวพล สุวรุจิพร รรมการและผู้บริหารของบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด และเป็นผู้ถือหุ้นใน บมจ.เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น (MSC) และนายวรพจน์ อำนวยพล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบมจ. สกายไอซีที (SKY) คนละไม่เกิน 14,607,869 หุ้น หรือไม่เกิน 0.1%
  
    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นนักลงทุนที่มีฐานะการเงินมั่นคง - มีศักยภาพ และสนใจในการลงทุนในบริษัทฯ และ AAAมีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานและสนับสนุนธุรกิจของบริษัทฯได้ โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 1.75 บาทอ้างอิงจากราคาตลาดของหุ้นของบริษัทฯ  โดยราคาหุ้นย้อนหลังในช่วง 360 วัน เท่ากับ 1.43 -3.14 บาทต่อหุ้น คิดเป็นราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เท่ากับ 2.38 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาเสนอขายหุ้นในราคา 1.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นส่วนลดจากราคาตลาดดังกล่าวประมาณ 26.5%

*** ขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 5.7625 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน
 
    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,714,285,714 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) อัตราส่วนการจัดสรรหุ้น 5.7625 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.75 บาท หรือคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท 

    อีกทั้ง AAV จะออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนจำนวน 2 ราย มีอายุหุ้นกู้แปลงสภาพไม่เกิน 2 ปี อัตราแปลงสภาพคือหุ้นกู้แปลงสภาพ 0.00175 หน่วยแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น โดยเสนอขายให้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มูลค่า 1,200 ล้านบาท และ North Haven Thai Private Equity, L.P. มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถเเปลงเป็นหุ้นสามัญรวมจำนวนไม่เกิน 1,257,142,857 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนดังกล่าว ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ AAV ในระยะยาว และพร้อมจะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนเพิ่มเติมในอนาคตแก่ AAV
 
*** AAA ขอผ่อนผันทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์

    ทั้งนี้ หลังจากการได้รับจัดสรรหุ้น AAA จะถือหุ้นในบริษัทฯ คิดเป็นไม่เกิน 45.12% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจํำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ทำให้ AAA มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์)ตามเกณฑ์ อย่างไรก็ดี AAA ประสงค์จะขอผ่อนผันหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (Whitewash) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามประกาศของก.ล.ต.

*** คาดได้เงิน 1.4 หมื่นลบ.แบ่งใช้หนี้  เตรียมกู้เงินมาซื้อหุ้นเพิ่มทุน TAA

    สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนและการจำหน่ายหุ้นกู้แปลงสภาพ จำนวนรวมประมาณ  14,000 ล้านบาท นำไปชำระคืนหนี้เงินกู้ที่มีต่อสถาบันการเงินประมาณ 3,900 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทฯจะได้กู้ยืมเงินมาเพื่อเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของไทยแอร์เอเชีย ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ในไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นจากเดิม 55% เป็น 69.2% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย

    ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย โดยบริษัทฯคาดว่าจะดำเนินการชำระคืนหนี้เงินกู้ดังกล่าวภายในปี 64

    นอกจากนี้ใช้ซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียที่เหลือทั้งหมดอีก 30.8% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของไทยแอร์เอเชีย ประมาณ 3,900 ล้านบาท ซึ่งการซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียที่เหลือถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย โดยบริษัทฯ คาดว่าจะดำเนินการซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียส่วนที่เหลือดังกล่าวภายในไตรมาส 1 ปี 65

    ส่วนเงินที่เหลือใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงไทยแอร์เอเชีย และบริษัทฯ อาจพิจารณาเพิ่มทุนในไทยแอร์เอเชียเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของไทยแอร์เอเชียในอนาคต โดยบริษัทฯ จะใช้เงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้และซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชียเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และคาดว่าจะด้ำเนินการได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2565

    ทั้งนี้ หากบริษัทฯ สามารถจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นกู้แปลงสภาพได้ทั้งหมด รวมถึงภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้น จะทำให้บริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นในไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจ (Operating company) เพิ่มขึ้นจาก 55% เป็น 100%
 
    บริษัทฯเชื่อว่าเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ จะเพียงพอต่อแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย รวมถึงแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของไทยแอร์เอเชีย และจะทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับรองรับการประกอบธุรกิจสายการบินในอนาคตภายหลังจากที่สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มกลับมาเป็นปกติ

*** ประเมินสัดส่วนการถือหุ้นไดลูท 62.3%

    สำหรับผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจากการขายหุ้นเพิ่มทุน จะมีผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) ประมาณ 25.5% โดยภายหลังการเพิ่มทุนฯ สิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (Control Dilution) จะได้รับผลกระทบประมาณ 62.3% และภายหลังการเพิ่มทุนฯ ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไร / (ขาดทุน) ต่อหุ้นประมาณ 62.3%  

*** คาดช่วยลดหนี้ได้ 3.9 พันลบ.

    นอกจากนี้ การเพิ่มทุนในครั้งนี้ จะส่งผลให้หนี้สินของบริษัทฯ และไทยแอร์เอเชีย ลดลง 3,900 ล้านบาท จากการที่ไทยแอร์เอเชียจะชำระคืนหนี้ทางการค้าต่าง ๆ ให้กับกลุ่มบริษัทของ AAGB ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AAA อีกทั้ง การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 14,000 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 มิ.ย.2564 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 10,820 ล้านบาท)

    รวมถึงบริษัทฯ คาดว่าจะนำเงินส่วนที่เหลือจากภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปเพิ่มทุนในไทยแอร์เอเชีย เป็นมูลค่าประมาณ 6,200 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นของไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้น (ณ วันที่ 30มิ.ย. 2564 ไทยแฮร์เอเชียมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ (ขาดทุนเกินทุน) เท่ากับ 9,722 ล้านบาท)

*** โบรกฯ มองเป็นบวกต่อ AAV ในระยะยาว 

    ด้านบทวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง เปิดเผยว่า นักลงทุนอาจตกใจที่ราคาหุ้นเพิ่มทุนของ AAV (1.75 บาท) ที่ต่ำกว่าราคาตลาดมาก และต่ำกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนในแผนการปรับโครงสร้างเดิม (2.01 บาท) แต่ในความเป็นจริงแล้วแผนการเพิ่มทุนใหม่ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนต่างจากแผนเดิมมากนัก โดยราคาเป้าหมายใหม่ของ AAV อยู่ที่ 3.98 บาท (จากเดิมที่ 3.85 บาท) ดังนั้น หากราคาหุ้น AAV ปรับตัวลงแรงจากข่าวดังกล่าว เราคาดว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม โดยเรามองว่าหากราคาลงแรงมาในช่วง 2.30-2.40 จะเป็นจุดที่ต้องเข้าซื้อ (imply 2023 PER เพียง 12x) เพื่อรับข่าวดีเกี่ยวกับการเปิดประเทศที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

    ส่วนบทวิเคราะห์จากบล. เคทีบีเอสที มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนการปรับโครงการกิจการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ AAV มีเงินทุนที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยหากการเพิ่มทุนได้ตามแผนจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท จะทำให้ AAV เข้าไปถือ
หุ้น TAA 100% จะทำให้มีเงินสดเหลือราว 6.2 พันล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

    อย่างไรก็ตาม หากรวมผลการเข้าถือหุ้นใน TAA เพิ่มจาก 55% เป็น 100% ซึ่งจะทำให้มีการรับรู้ ผลการดำเนินงานจาก TAA มากขึ้นและจะทำให้มีผลกระทบต่อ EPS dilution ราว 31% ซึ่งเรามองว่าคุ้มค่ากับที่การทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง และคาดว่าจะกลับมามีกำไรแข็งแกร่งหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และการท่องเที่ยวจะทยอยกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติในช่วงอีก 2 ปี ข้างหน้ามองเป็นบวกระยะยาวมากกว่า 

    ขณะที่ระยะสั้น ราคาหุ้นอาจถูกกดดันจาก dilution effect และผลการดำเนินงานไตรมาส 3-4/64 ที่จะขาดทุนสูง โดยเรามองว่าการปรับโครงสร้างกิจการครั้งนี้ แม้ จะเกิด dilution effect ค่อนข้างมาก แต่จะช่วยสร้างเกิดความเชื่อมั่นต่อ TAA ทำให้มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งจะเป็นบวกต่อภาพรวมธุรกิจในระยะยาว

    ทั้งนี้ ประเมินผลการดำเนินงานปี 64 ขาดทุน -6.6 พันล้านบาท ส่วนปี 65 คาดจะขาดทุน -2.7 พันล้านบาท ซึ่งหากมีการเข้าหุ้น TAA เพิ่มขึ้นเป็น 100% จะมีผลทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ส่วน EPS จะติดลบน้อยลง โดยโบรกฯ อยู่ระหว่างปรับคำแนะนำและราคาเป้าหมายขึ้น จากเดิมที่แนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 1.90 บาท 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด