ข่าวนี้ที่ 1

JMART กำไรนิวไฮยกกลุ่ม JMT-SINGER เข้าโหมด Growth Stock

JMART กำไรนิวไฮยกกลุ่ม JMT-SINGER เข้าโหมด Growth Stock

 

กลุ่มเจมาร์ท โชว์กำไร Q2/63 นิวไฮรายไตรมาส ได้พลังร่วมจากบริษัทในเครือ outperform โดยเฉพาะ JMT บริหารหนี้เยี่ยมกำไร Q2/63 ทุบสถิติ ฐานหนี้ที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรอนาคต ส่วน SINGER  ขยายพอร์ตสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นดันกำไรครึ่งปีโตสวนตลาด กูรูมอง JMT-SINGER เข้าโหมด Growth Stock 
 

***JMART โชว์กำไร Q2/63 ที่ 161 ล้านบาท โต 17% YoY  

    นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท  (JMART) เปิดเผยว่า ณ งวดไตรมาส 2/63  บริษัทมีรายได้รวม 2,326 ล้านบาท ลดลง 330 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ยังคงรักษากำไรไว้ได้ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 36% อัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 6.6% และจากการ Synergy ภายในกลุ่มส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 ล้านบาท หรือเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
     โดยกลุ่มเจมาร์ทในแต่ละสายธุรกิจหลัก มีผลประกอบการเป็นกำไรในทุกบริษัท ได้แก่ ธุรกิจบริหารหนี้ของ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ทำผลงาน All Time High ได้ตามเป้าหมาย รวมถึง บจ.เจ ฟินเทค (J FINTECH) และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ที่ขยายพอร์ตสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น รวมถึง โปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ บจ.เจเอเอส แอสเซ็ท (J) ที่จะรุกหนักในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และ JAYMART MOBILE แม้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ แต่ก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ 
 
***คาดแนวโน้มครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก 

      นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า แนวโน้มครึ่งปีหลัง ภาพรวมกลุ่มเจมาร์ทยังขยายตัวต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก โดย JMT มีโอกาสซื้อหนี้เพิ่มได้อีกมาก จากภาพรวม NPL ที่ล้นตลาด ขณะที่ J Fintech ได้ประกาศร่วมลงทุนกับ KB Kookmin Card Co., Ltd บริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตการ์ด และสินเชื่อส่วนบุคคลรายใหญ่ของเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา คาดจะเริ่มเห็นความชัดเจน และสนับสนุนผลการดำเนินงานของกลุ่มในช่วงไตรมาส 3/63 
    ส่วน SINGER ปีนี้ผลงานจะสามารถบันทึกสถิติใหม่ๆ ได้ จากการมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อรถทำเงินได้ตามเป้าเข้ามาเสริมทัพกำไรในปีนี้ ให้เจมาร์ทโดดเด่นและแรงทุบทุกสถิติที่เคยทำมาได้
    ที่ประชุมคณะกรรมการ JMART ยังมีมติอนุมัติการจ่ายปันผลเป็นเงินสด จากผลประกอบการในงวดครึ่งปีแรก ในอัตราการจ่ายปันผล 0.45 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 26 ส.ค.63 วันกำหนดรายชื่อ
ผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 27 ส.ค.63 วันที่จ่ายปันผลวันที่ 11 ก.ย.63

***JMT ทำกำไรสูงสุดรายไตรมาส 227 ลบ. โต 52% YoY  

    นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  JMT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/63 บริษัทมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสอีกครั้ง  โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78 ล้านบาท หรือเติบโต 52% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้รวม 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29%  มีอัตรากำไรขั้นต้น 66% และอัตรากำไรสุทธิ 30%  รวมครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 434 ล้านบาท เติบโต 48% 
    แม้ในท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทฯ มียอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ในช่วงครึ่งปีแรก เท่ากับ 1,699 ล้านบาท เติบโต 20% จากช่วงเดียวกันของก่อน นอกจากนี้ มีกองหนี้ที่ Fully Amortized เพิ่ม ตัดมูลค่าเงินลงทุนหมด ทำให้สามารถรับรู้รายได้เข้ามาเต็มๆ ต่อเนื่องในครึ่งปีหลังนี้ ซึ่งจะหนุนการรับรู้กำไรอย่างมั่นคง 
    โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพรวมประมาณ 189,156 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 180,300 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการซื้อหนี้เข้ามาบริหารได้เพิ่มขึ้น และใช้เงินในการซื้อหนี้แล้วประมาณ 1,983 ล้านบาท จากงบลงทุนซื้อหนี้ปีนี้ที่วางไว้ 4,500 ล้านบาท มองโอกาสซื้อหนี้ในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่อง จากสถาบันการเงินจะเร่งทยอยขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมาเพื่อปรับพอร์ตหนี้เสีย 
 
***เมย์แบงก์ฯ มอง JMT-SINGER  เข้าโหมด Growth Stock

     บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า JMT และ SINGER  เป็น  Growth Stock  พร้อมให้คำแนะนำซื้อ โดย JMT ราคาเหมาะสมปี 64 ที่ 31.50 บาท (อิง P/E ปี64 ที่ 30 เท่า)   ส่วน SINGER ราคาเหมาะสมปี63 ที่ 17.70 บาท (อิง P/E ปี63 ที่ 17.5 เท่า)

    *JMT หากร่วงเป็นโอกาสสะสม
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า ราคาหุ้น JMT ถูกขายทำกำไรจากแรงเก็งกำไรช่วงก่อนหน้า เป็นโอกาสสะสมหุ้นที่เป็น Growth Stock ชั้นดีที่อยู่ในอุตสาหกรรมขาขึ้น  ซึ่งกำไรไตรมาส 2/63 ของ JMT ดีกว่าคาด 8%
     นอกจากนี้ คาดว่ากำไร JMT ครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก หรือยังอยู่บนเส้นทาง All time high ตลอดครึ่งปีหลัง  และส่งผลให้กำไรทั้งปีมีโอกาสที่จะดีกว่าที่คาดไว้ว่าจะโต 28% YoY และนับว่ายังโดดเด่นกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม Non-Banks ที่เติบโตเพียง 5-15%YoY จึงสมควรที่จะมี premium บนมูลค่าหุ้น 
    ประเมินโมเมนตัมกำไรจะยังเติบโตเทียบ QoQ ,YoY ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีนี้ จาก 3 ปัจจัย (1) ยอดจัดเก็บเงินสด 3QTD  ยังสามารถยืนได้ใกล้เคียงเดือน มิ.ย. ซึ่งแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องแบบ MoM หลังทำจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. (2) การเริ่มรับรู้กำไรทางบัญชีบนกองหนี้ที่ตัดต้นทุนหมด 6.7 พันลบ. +19% YTD ทำให้อัตรากำ
ไรเพิ่มสูงขึ้น (3) การเติบโตของพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ ของบริษัทที่ได้ลงทุนแล้ว 2 พันลบ. จากเป้าหมายทั้งปีที่ 4.5-5 พันลบ. ซึ่งมีโอกาสที่จะได้มากกว่าเป้าจากภาวะ NPL ในปัจจุบัน ขณะที่บริษัทมีความพร้อมด้านเงินทุนมาก 

    *SINGER  โมเมนตัมกำไรกำลังยกฐาน 
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า ชอบที่ SINGER  เป็น Growth Stock ที่พิสูจน์ผลงานด้วยกำไรช่วงครึ่งแรกปี63  ทำได้มากกว่าปีที่แล้วทั้งปี สวนทางกับตลาดและกลุ่ม โดยในช่วง 6 เดือนข้างหน้ามีแรงหนุนได้ต่อจาก โมเมนตัมกำไรที่กำลังยกฐาน และเติบโตเป็นเท่าตัวจากปีก่อน ตามการขยายทีมขายกระจายทั่วประเทศ และสินเชื่อ C4C ที่เติบโตได้ไตรมาส-ไตรมาส โดยได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ น้อยกว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ 
    ในแง่ Valuation ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโต และมีส่วนลดถึง 15-25% จากผู้นำในกลุ่มไฟแนนซ์ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 63 ที่ 17.70 บาท  อิงกับ P/E ปี63 ที่ 17.5 เท่า คิดเป็น PEG 0.28 เท่า บนค่าเฉลี่ย 3 ปีข้างหน้า 

*** ทรีนี้ตี้ มองฐานหนี้ JMT ที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรอนาคต 

     บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า คงประมาณการกำไร JMT สำหรับปี 63-64 ที่ 850 ล้านบาท (+25%YoY) และ 1,047 ล้านบาท (+23%YoY) โดยมองช่วงที่เหลือของปี 63 ผลประกอบการจะยังแข็งแกร่ง เนื่องจากผลบวกจากการตัดต้นทุนหนี้บางกองครบจะทำให้สามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งมีโอกาสที่จะเห็นกำไรปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ NPL ในระบบที่อาจเพิ่มสูงขึ้นมากจะเป็นปัจจัยบวกต่อการซื้อหนี้ของบริษัท 
     โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าจะใช้เงินลงทุนราว 4.5-5 พันล้านบาท และอาจปรับเป้าซื้อหนี้หากเห็นโอกาสในการลงทุนที่ดี ซึ่งฐานหนี้ที่เพิ่มขึ้น ด้วยอัตราที่เร่งตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของบริษัทในระยะถัดไป นอกจากนี้การขายประกัน COVID-19  ในช่วงไตรมาส 1/63 ที่ผ่านมาได้ตั้งสำรองไว้สูงมากถึง 150% ขณะที่ยอดเคลมจริงอาจต่ำมาก ทำให้ในช่วงต้นปี 64 อาจมีการกลับสำรองที่ตั้งไว้ และเป็นปัจจัยหนุนกำไรเพิ่มเติมได้  แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายสำหรับปี 64 ที่ 30 บาท (อิงวิธี DCF)   

 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด