ข่าวนี้ที่ 1

แบงก์ใหญ่หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% กูรูมองฉุดกำไร Q3/62

แบงก์ใหญ่หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% กูรูมองฉุดกำไร Q3/62

  "ธนาคารกสิกรไทย-กรุงไทย-กรุงเทพ-ไทยพาณิชย์" ประกาศนำร่องลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR-MRR 0.25%  ยกเว้นไทยพาณิชย์ ที่ลด MOR 0.125% หวังช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก หลังภาวะเศรษฐกิจซบเซา ด้านโบรกเกอร์ชี้ฉุดกำไร-รายได้ ในไตรมาส 3/62 เหตุ NIM หดตัว พร้อมลดเป้ากำไรปีนี้ของระบบธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง เหลือ 1.7 แสนล้านบาท  

*** KBANK นำร่องลด MOR-MRR 
     นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารมีความมุ่งมั่นในการเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัว จึงพร้อมที่จะตอบสนองต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายด้วยการ
ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ MOR และ MRR ลง 0.25% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้ารายย่อย เนื่องจากเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวใช้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป

*** KTB ประกาศลดดอกเบี้ยตาม
    นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เปิดเผยว่า ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจ SME ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเผชิญกับภาวะความผันผวน
ของค่าเงินและสงครามการค้า พร้อมทั้งตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย จึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ MOR และ MRR ลง 0.25% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการ SME รวมทั้งลูกค้ารายย่อย ให้ประคองตัวและฟื้นตัวจากผลกระทบ
ของสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MOR และ MRR ของธนาคารเหลือ 6.87% ต่อปี

*** BBL  ลดด้วย 0.25%
    นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum
Overdraft Rate) และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง 0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
    การปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทในครั้งนี้ นับเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี ในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
    “ธนาคารกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ” นายสุวรรณ กล่าว

*** SCB ลดเป็นแบงก์ที่ 4
    นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มีเจตนารมย์ที่จะช่วยลดภาระต้นทุนในการดาเนินธุรกิจของลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย เพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า จึงขานรับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของคณะกรรมนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วยการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลง 0.25% มาอยู่ที่ 7.12% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย MOR ลง 0.125% มาอยู่ที่ 6.745%    
    ทั้งนี้ ภายหลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้แล้ว จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR ของธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลงมาอยู่ที่ 6.745% และ อัตราดอกเบี้ย MLR ยืนอยู่ที่ 6.025% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระดับที่ต่าที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะช่วยผลักดันการดาเนินธุรกิจให้กับลูกค้าของธนาคาร และเสริมสร้างการพัฒนาของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MOR ใหม่ จะมีผลตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป

*** โบรกฯชี้ทำ NIM หดกระทบกำไร
     นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า การที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest
Margin หรือ NIM) ในไตรมาส 3/62 โดยวันนี้หุ้นในกลุ่มธนาคารได้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ซึ่งสะท้อนการรับข่าวธนาคารลดดอกเบี้ย 
    โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่งในปีนี้ลง 1-3% มาอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จากเดิม 1.76 แสนล้านบาท หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/62  และการลลดอกเบี้ยของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
     “เราปรับกำไรลงมา หลังงบแบงก์ออก จากการไปวิสิต และ รวมประด็นการลดดอกเบี้ยไปแล้ว เพราะเราเห็นว่าดอกเบี้ยมันอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อ NIM อย่างชัดเจน โดยหลังจากนี้เป็นเรื่องที่แบงก์จะต้องบริหารจัดการต้นทุนให้อยู่ใน
ระดับที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกำไร”
     หุ้นที่ยังแนะนำ “ซื้อ” คือ SCB โดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 164 บาท/หุ้น และ TISCO ซึ่งให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 106 บาท/หุ้น 
 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด