ข่าวนี้ที่ 1

อสังหาฯปีนี้ส่อแววติดลบ 10% ศก.ชะลอ-กำลังซื้อซบ

อสังหาฯปีนี้ส่อแววติดลบ 10% ศก.ชะลอ-กำลังซื้อซบ

    "นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร" หวั่นตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ติดลบ 10%  เหตุเศรษฐกิจชะลอ แบงก์เข้มปล่อยกู้ ได้รับผลกระทบจาก LTV วอนรัฐเร่งกระตุ้น สอดคล้องกับโบรกฯคาดกำไรกลุ่มอสังหาฯปีนี้ลดลง 3.8% ยอดขายลดลง 10% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี หลังรายใหญ่แห่ลดเป้ายอดขาย ด้าน"แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" คงเป้ารายได้ปีนี้้ 3.7 หมื่นลบ.ยอดขาย 3.3 หมื่นลบ. เน้นเปิดโครงการแนวราบรวม 16 โครงการ มูลค่า 2.99 หมื่นลบ.

*** 'อธิป พีชานนท์' หวั่นอสังหาฯปีนี้ติดลบ 10%

    นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้ คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะไม่เติบโต หรือติดลบ 10% จากครึ่งปีแรกติดลบ 10-15% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวลง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ครึ่งปีแรกมียอดปฏิเสธสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ 35% และส่งผลต่อยอดขายในอสังหาริมทรัพย์ลดลง โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมติดลบ 25% แม้ว่ายอดขายในบ้านในแนวราบจะช่วยพยุงไว้
    ส่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก กำลังซื้อซบเซา โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรลดลง ยิ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ในสาขาภูมิภาค เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
    ขณะที่มาตรการดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ (LTV) แม้จะปลดล็อคหรือคล้ายเกณฑ์ของการกู้ร่วมของผู้ซื้อที่อสังหาริมทรัพย์ แต่ถือว่าช่วยผ่อนคลายให้กับภาคอสังหาลงได้มาก แต่ยังไม่ได้ปลดล็อคทั้งหมด ทั้งการใช้ราคาซื้อขายจริงมาเป็นเกณฑ์ในการประเมินราคาอนุมัติสินเชื่อ /การใช้ภาระหนี้ต่อรายได้มาเป็นมาตรฐานกลาง จะทำให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวลง รวมถึงการใช้หลักเกณฑ์วางเงินดาวน์ของบ้านจัดสรรและคอนโด เป็นหลักเกณฑ์เดียวกันแม้ว่าบ้านจัดสรร จะก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าคอนโด แต่ผู้ซื้อจะต้องมีเงินดาวน์ 5-20% เทียบเท่ากับคอนโดมิเนียม

*** วอนรัฐหามาตรการกระตุ้นเพิ่ม

    นายอธิป กล่าวว่า คาดหวังให้รัฐบาลหามาตรการกระตุ้นอสังหาในครึ่งปีหลัง ควรจะต้องดูแลรายได้ของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ เพื่อกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP

*** บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี แนะทยอยสะสมหุ้นอสังหาฯ พื้นฐานดี-ปันผลสูง
    
    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีแนะนำ ทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มอสังหาฯ ที่มีพื้นฐานดี, อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงและมี upside สูงอย่าง AP LH QH PSH SPALI โดยมีราคาเป้าหมาย 8.30 บาท, 12.30 บาท, 3.24 บาท, 21.90 บาทและ 22.70 บาทตามลำดับ ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ที่เป็นอีกกลุ่มขนาดใหญ่ที่ยังคงเป็นยักษ์หลับ (PROP +1.79% YTD vs SET +7.00%YTD) ก็ยังคงไม่ฟื้นตัวกลับมาตามกลุ่มอื่นๆ (laggard) เราจึงมองว่าด้วย valuation ปัจจุบันที่ค่อนข้างถูก, dividend yield หลายบริษัทที่อยู่ในระดับสูง 5-8% และ upside สูงจากราคาเป้าหมายของ CGS-CIMB ก็ทำให้เราเชื่อว่ากลุ่มอสังหาฯ จะค่อยถูกเลือกมาสลับเล่นหลังจากที่กลุ่มพลังงานและธนาคารปรับขึ้นกันไปแล้ว โดยประเด็นที่จะหนุนหุ้นกลุ่มนี้ได้แก่ การปรับลดความเข้มงวดของมาตรการการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย (Loanto value : LTV), การที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกกลับมาเป็นขาลงอีกครั้งและการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาฯ

*** บล.กสิกร มองกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วช่วง Q2/62 

    บล.กสิกรไทย ระบุ สำหรับกลุ่มอสังหาฯ เราเชื่อว่ากำไรโดยรวมของกลุ่มได้ผ่านจุดต่ำของปีนี้ไปแล้วในไตรมาส 2/2562 โดยแม้ว่าเราจะยังกังวลเกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจในครึ่งหลังของปี 2562 แต่ก็เชื่อว่าผู้พัฒนา อสังหา ฯ จะสามารถปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการของตนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในตลาดได้ นอกจากนี้ ด้วยสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้นในครึ่งหลังของปี 2562 เราจึงคาดว่ากำไรในครึ่งหลังของปี 2562 จะดีกว่าครึ่งปีแรกในระดับ 53% ทั้งนี้ เราคาดว่าจะเห็นการปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/2562 ก่อนที่กำไรจะแตะจุดสูงสุดในไตรมาส 4/2562

*** LH คงเป้ายอดขาย-รายได้ปีนี้ เน้นเปิด 16 โครงการแนวราบ
    
    นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH กล่าวว่า ในปีนี้มั่นใจว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 37,000 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 32,000 ล้านบาท มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ประมาณ 5,000 ล้านบาท

*** มียอด Backlog ที่ 10,000 ลบ.

    ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (backlog) รวม 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ และปี 63 บริษัทยังมีสินค้าพร้อมขายจำนวนมาก โดยเฉพาะจากโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ? 10,000 ล้านบาท ที่จะสามารถเริ่มทยอยโอนได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ รวมถึงโครงการแนวราบที่ทยอยเปิดดำเนินการ ส่วนรายได้ที่เหลือ จะมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ประมาณ 5,000 ล้านบาท

*** คงเป้ายอดขาย 3.3 หมื่นลบ.เปิด 16 โครงการใหม่ รวม 2.99 หมื่นลบ.

    ด้านยอดขายปีนี้ ยังมั่นใจเป็นไปตามเป้าที่ 33,000 ล้านบาท จากการเดินหน้าเปิดโครงการปีนี้ 16 โครงการ มูลค่ารวม 29,900 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว 11 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ
    "สาเหตุที่ทำให้เรายังมั่นใจรายได้ ยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นผลจากการเดินหน้าเปิดโครงการตามแผนที่วางไว้ โดยการรุกตลาดแนวราบทั้งหมดที่มีกำลังซื้อ เมื่อเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวดิ่ง ขณะที่คอนโดมิเนียมบางโครงการเริ่มทยอยเสร็จและโอนได้ นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการนำโรงแรม Grand Center Hotel Point ทองหล่อขายเข้ากองทรัสต์ด้วย"นายอดิศร กล่าว 
    ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทไม่มีแผนการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม หลังจากในช่วงที่ผ่านมาได้ออกหุ้นกู้ตามแผนที่วางไว้แล้ว 12,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ จำนวน 10,000 ล้านบาท จะนำไปชำระหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด ส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อไป

*** เล็งขาย Grand Center Hotel Point ทองหล่อ เข้ากอง LHHOTEL Q4/62

    บริษัทมีแผนนำโรงแรม Grand Center Hotel Point ทองหล่อ เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (LHHOTEL) คาดดำเนินการได้ภายใน Q4 นี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด