ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นไทยจะไป 1,600 จุด กูรูแนะตั้งป้อมรอขายทำกำไร

หุ้นไทยจะไป 1,600 จุด กูรูแนะตั้งป้อมรอขายทำกำไร

     หุ้นไทยพุ่งแรง 22.46 จุด ปิดที่ระดับ 1,573 จุด ทำนิวไฮรอบ 1 ปี 1 เดือน รับอานิสงส์บอนด์ยีลด์สหรัฐฯลดลง กดดันเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ด้านโบรกฯมองดัชนีส่อแววพุ่งหาแนวต้าน 1,600 จุด แนะรอขายทำกำไรที่บริเวณดังกล่าว
 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (10 มี.ค.) ปรับตัวขึ้นแรง  22.46 จุด หรือ 1.45% โดยดัชนีปิดตลาดที่ระดับสูงสุดของวันที่ 1,573.05 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.63 ที่ระดับ 1,576.68 จุด โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตร(Bond Yield) สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เริ่มอ่อนตัวลงง ส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น 

    โดยวานนี้ตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าการซื้อขาย 107,925 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 3,143.60 ล้านบาท , บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 437.34 ล้านบาท , นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,789.89 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 5,496.15 ล้านบาท 

 

** บอนด์ยีลด์สหรัฐฯลดลง หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

    
    นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ภาพรวมผลตอบแทนพันธบัตร(Bond Yield)สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการพักตัวลง เป็นปัจจัยช่วยหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวานนี้(10 มี.ค.)ปรับตัวดีกว่าภาพรวมตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากสัญญาณเทคนิคปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับแนวต้านสำคัญที่ 1,560 จุุด 

    โดยตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตลาด (Laggard) ทั้งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ , เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ภาพรวมของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาเก็งกำไรทิศทางการเติบโตในอนาคต

    ด้านนายณรงค์เดช จันทรไพศาล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.ไอร่า เปิดเผยว่า สาเหตุที่ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) วานนี้ปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากได้อานิสงส์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวลดลง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจมากขึ้น สะท้อนจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น

    นอกจากนี้ SET Index ยังได้รับปัจจัยหนุน จากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ปรับคาดการณ์การเติบโต GDP โลก ขึ้นเป็นขยายตัว 5.6% (เดิมคาด 4.2%) หลังหลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้น ประกอบกับ แผนกระตุนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่จะช่วยหนุน การเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น และยังเป็นผลดีกับตลาดหุ้นทั่วโลก  

 

** มองหุ้นไทยทะยานต่อ ลุ้นแนวต้าน 1,600 จุด 

    ด้านนายวีระวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า มองแนวต้านตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเห็นระดับ 1,590 จุด และ 1,600 จุด โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนถือหุ้นต่อและรอทำกำไรที่แนวต้าน ส่วนนักลงทุนไม่มีหุ้นแนะนำรอเก็งกำไรบริเวณแนวรับ 1,550 จุด ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ KBANK , SCB , KKP , TISCO หุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ESSO , TOP และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี ได้แก่ PTTEP 

    ด้านนายณรงค์เดช ประเมินกรอบแนวรับใหม่ของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ไว้ที่ 1,550 จุด และแนวต้านที่ 1,600 จุด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นแนะนำถือรอขายทำกำไรในช่วงดัชนีปรับตัวเข้าใกล้แนวต้านใหม่ ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น แนะนำรอทยอยเข้าสะสมในช่วงดัชนีย่อตัว แนะนำหุ้น โรงไฟฟ้า และการท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากการเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 และราคาหุ้นยัง Laggard ประกอบด้วย GULF, GPSC, BGRIM, AWC, AOT และ MBK 

 

** เอเซียพลัส มองหาก Fund Flow ยังไหลเข้า ลุ้นเป้า 1,670 จุด
 

    ด้านบล.เอเซียพลัส มองกำไรบจ.ปี 64 คาดยังเติบโตแรงถึง 32% อยู่ที่ 7.96 แสนล้านบาท คิดกำไรต่อหุ้น(EPS) ปี 64 ที่ 70.2 บาท/หุ้น (ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 64 ที่ 50 เหรียญ/ บาเรลล์) ด้านสถิติในอดีตปีไหนก็ตามที่กำไรโตได้แรงเกิน 30% SET Index จะปรับตัวขึ้นแรงราว 20% ขึ้นไปเสมอ
 

    โดยการประเมินมูลค่า(Valuation) ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจในการลงทุน ทั้งในมุม PEG ปี 64 อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.69 เท่า และหากพิจารณาเป้าหมายดัชนีปี 64 ด้วย Market Earning Yield Gap ที่ระดับ 3.9% (ค่าเฉลี่ย 10 ปี ในอดีต) และ 3.7% (ระดับเริ่มต้นในยามที่ Fund Flow ไหลเข้า) จะได้เป้าหมายดัชนีปี 64 อยู่ที่ 1,595 จุด เป็นด่านแรก และหาก Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่องอาจขยับไปได้สูงถึง 1,670 จุด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด