ข่าวนี้ที่ 1

กูรูตบเท้าหั่นเป้า AOT เหลือ 70-78 บ. แนะรอซื้อเมื่ออ่อนตัว

กูรูตบเท้าหั่นเป้า AOT เหลือ 70-78 บ. แนะรอซื้อเมื่ออ่อนตัว

    โบรกเกอร์ประสานเสียง หั่นกำไรและราคาเป้าหมาย "ท่าอากาศยานไทย(AOT)" หลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ฉุดยอดนักท่องเที่ยววูบ แถมล่าสุดบอร์ดออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินทั้ง 6 แห่ง คาดฉุดกำไรในงบปี 63-64 ลงจากปกติ 13-37% พร้อมปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 70-78 บาท/หุ้น  

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มีมติให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบินทั้ง 6 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบการจาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะฉุดรายได้และกำไรของ AOT ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายแห่งออกบทวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของ AOT ลงทันที 
    สำหรับมาตรการที่ AOT ประกาศออกมาประกอบด้วย  
    1. ปรับลดค่าผลตอบแทนสำหรับสัญญาที่มีผลตอบแทนคงที่รายเดือนในอัตราร้อยละ 20 เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มกราคม 2564 สำหรับปีถัดไป ทอท.จะทบทวนอัตราการปรับลดดังกล่าวอีกครั้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์
    2.ปรับลดค่าผลประโยชน์ตอบแทนอัตราร้อยละ และมีการกำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำเป็นรายเดือนหรือรายปีให้เรียกเก็บเฉพาะค่าผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละ โดยยกเว้นการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือนหรือรายปีมีกำหนดระยะเวลา ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มีนาคม 2565
    3. ทอท. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการตามข้อ 1 และ 2 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19)
    4. เลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนในการประกอบกิจการซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 – เดือนกรกฎาคม 2563 ออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในกรณีที่ผู้ประกอบการร้องขอ
    5. กรณีเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการหรือถูกกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ให้ทอท. พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด

*** บล.เคทีบี ลดราคาเป้าหมายเป็น 76 บาท

    บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคทีบี (ประเทศไทย)  ระบุว่า  สำหรับมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการดังกล่าวของ AOT เรามองเป็นลบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะมาตรการ ข้อ 2 จะมีผลกระทบค่อนข้างมากต่อ AOT เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อรายได้จากสัญญาดิวตี้ฟรีและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของ AOT สัดส่วนราว 22% จากรายได้รวม โดยจะทำให้ AOT มีการยกเว้นการเก็บรายได้แบบ minimum guarantee ชั่วคราว แต่จะเก็บเป็น revenue sharing แทน ซึ่งจะกระทบต่อรายได้จากสัญญาดิวตี้ฟรีใหม่ที่จะเริ่มในปลายเดือน ก.ย.2020 ที่จะเริ่มเก็บ minimum guarantee ใหม่ต้องเลื่อนออกไปเป็น 1 เม.ย.2022 ทั้งนี้ ส่งผลให้เราประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ AOT ในปี FY2020E-22E จะลดลงจากเดิมราว -2 พันล้านบาท, -1.3 หมื่นล้านบาท และ -7 พันล้านบาท ตามลำดับ (Fig 1) หรือรวมประมาณ -2.2 หมื่นล้านบาท กระทบต่อราคาเป้าหมายราว 2 บาท/หุ้น 
    ปรับลดกำไรสุทธิปี FY2020E-21E ลงจากเดิม -18% และ -37% ตามลำดับ จากผลกระทบมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการภายในสนามบิน และเรายังมีการปรับลดจำนวนผู้โดยสารปีนี้ลงส่งผลให้เราปรับลดกำไรสุทธิปี FY2020E-21E ลงจากเดิม -18% และ -37% เป็น 2 หมื่นล้านบาท -20% YoY และ 2.27 หมื่นล้านบาท +13% YoY ตามลำดับ ส่วนปี FY2022E คาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตโดดเด่น +60% YoY
    ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2020 เป็น 76.00 บาท จากเดิม 83.00 บาท โดยยังอิงวิธี DCF (WACC = 7%, terminal growth = 4%) เนื่องจากเรามีการปรับลดกำไรสุทธิลง ซึ่งเรายังไม่รวมกรณีที่ AOT อาจต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้จาก PSC เข้ากองทุนช่วยพัฒนาสนามบินภูมิภาค ของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ไม่เกิน 10% ซึ่งเรามองว่ามีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายสูงสุดไม่เกิน 5 บาท

*** บล.โนมูระ พัฒนสิน ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 70.25บ.

    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมองเป็น Negative ต่อผลประกอบการปี 2019/20-2021/22 ของ AOT จากที่บอร์ดมีมติอนุมัติแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ ณ ท่าอากาศยานของ AOT จากผลกระทบการแพร่ระบาด Covid-19 ด้วยการให้ส่วนลดค่าผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ประกอบการตั้งแต่ 1 ก.พ.20- 31 มี.ค.22 (อย่างไรก็ดี AOT สงวนสิทธิ์ในการยกเลิกเงื่อนไขได้หากเห็นว่าสถานการณ์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด) เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2019/20F - 2021/22F ลงจากเดิม -13% -39% และ -20% โดยคาดกำไรสุทธิปี 2019/20F (ต.ค.19-ก.ย.20) ลดลง -21% y-y จากผลกระทบ Covid-19 ก่อนที่จะฟื้นกลับมาเติบโต +13% y-y ในปี 2020/21F (ต.ค.20-ก.ย.21) คงคำแนะนำ NEUTRAL  ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 70.25 บาท (จากเดิม 71.50 บาท) เราคาดประเด็นข้างต้นเป็น Sentiment ลบต่อหุ้น AOT อย่างไรก็ดี เรามองเป็นโอกาสเข้าลงทุน (อ่อนตัวซื้อ) เนื่องจากเชื่อว่าการแพร่ระบาดของ Covid-19 เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นและราคาหุ้นลดลงสะท้อนปัจจัยดังกล่าวบ้างแล้ว
 
***บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ราคาเป้าหมายลดลงมาอยู่ที่ 72.5 บ.
    
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ปรับลดคาดการณ์กำไรหลักลง 21% -36% ในปี 2563-65 เพื่อสะท้อนปริมาณผู้โดยสารที่ลดลงในปี 2563 หลังการระบาดของ COVID-19 และรวมมาตรการต่าง ๆ ข้างต้น ภายใต้สมมติฐานใหม่ เราคาดว่าผู้โดยสารจะลดลง 10% ใน ปี 2563 รายได้คาดจะลดลง 6% ในปี 2563 โดยรายได้จากสัมปทานจะลดลง 5% ในปี 2563 จากการที่ไม่มี minimum guarantee จากนั้นจะฟื้นตัว 17% ในปี 2564  (แทนที่จะเพิ่มขึ้น 86% ในปี 2564 ตามการคาดการณ์ก่อนหน้าของเรา) พร้อมกับการฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสาร รายได้สัมปทานจะเริ่มเพิ่มขึ้นในปี 2565 เป็น 41% หลังจากการสิ้นสุดการยกเว้น minimum guarantee ในเดือนมีนาคม 2565 ดังนั้นเราคาดว่ากำไรหลักของ AOT จะเติบโต 10% CAGR ในช่วงปี 2562-65 (เทียบกับ 21% CAGR ของการคาดการณ์ก่อนหน้า) 
    ปรับลดน้ำหนักการลงทุนใน AOT เป็นเท่าตลาด เนื่องจากข่าวนี้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ AOT และเพิ่มความกังวลว่า AOT อาจยกเลิก minimum guarantee อีกเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นในอนาคต ส่งผลให้รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (non-aero) มีความไม่แน่นอน AOT ซื้อขายที่ P / E ปี 2563 ที่ 46 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 33 เท่า  ในขณะที่การเติบโตของกำไรที่เป็นรูปธรรมจะล่าช้าไปถึงปี 2565 นอกจากนี้อัตรากำไรขั้นต้นของ AOT คาดถูกกดดันจากเทอร์มินอลใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีกำหนดเปิดในปลายปีนี้

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ให้ราคาพื้นฐาน 78.00 บาท

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองระยะสั้น-เผชิญผลลบเยียวยาผู้ประกอบการ
    บริษัทออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ที่สนามบิน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ได้แก่ ปรับลดค่าผลตอบแทนสำหรับสัญญาที่มีผลตอบแทนคงที่รายเดือนในอัตราร้อยละ 20 เป็นระยะเวลา 1 ปีระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 - 31 มกราคม 2564 สำหรับปีถัดไป ทอท.จะมีการทบทวน
    สำหรับสัญญาที่ไม่ได้มีผลตอบแทนคงที่ ได้มีการให้ยกเว้นการเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี โดยคงไว้เพียงผลตอบแทนในอัตราร้อยละ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 - 31 มีนาคม 2565
    นอกจากนี้ เลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง สำหรับผู้ประกอบการปัจจุบันที่ร้องขอการผ่อนผันเข้ามา เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน นับได้ว่าผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จะยังเป็นปัจจัยลบที่ต้องเผชิญต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
    ได้มีการปรับลดประมาณการปี 63 และ 64 ในอัตรา 11% และ 35% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลลบข้างต้น ยังผลให้กำไรหลักปี 63 -15% y-o-y และกลับมาฟื้นตัวได้ +9% y-o-y ในปี 64
    คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ราคาพื้นฐานใหม่ปรับลดลงเป็น 78.00 บาท หลังปรับประมาณการลง และประเมินด้วยวิธี DCFราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 15% แม้ระยะสั้นผลประกอบการจะได้รับผลกระทบจากโรคระบาด แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากการเป็นสนามบินระดับนานาชาติ มีชื่อเสียง และเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่รายเดียวในไทย คาดว่าเมื่อข่าวโรคระบาดคลี่คลาย ราคาหุ้นจะฟื้นตัวได้

*** บล.บัวหลวง แนะ`รอซื้อ`เมื่ออ่อนตัว 64 บาท

    บล.บัวหลวง แนะนำ`รอซื้อ`เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาบริเวณ 64 บาท AOT ออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ กลุ่ม non-aero ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทน 1) ผลตอบแทนคงที่รายเดือน ลดลง 20% ตั้งแต่ 1 ก.พ. 63 - 31 ม.ค.64 (และอาจต่อได้) 2) ผลตอบแทนแบบแบ่ง % ซึ่งปกติจะมี minimum guarantee ให้ยกเว้น minimum guarantee ตั้งแต่ 1 ก.พ. 63 – 31 มี.ค. 65 เป็นต้น
    Fundamental มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการสร้าง negative surprise อย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดเราประเมินผลกระทบด้านลบดังนี้ ปัจจุบันที่จำนวนผู้โดยสารหายไป 30% YoY สาหรับ FY20 ซึ่งในกรณีนี้จะกระทบคาดการณ์รายได้รวมหายไป 9% (รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ หายไป 30%) และประมาณการกำไรเราหายไป 18% ราคาหุ้นมีแนวโน้มลดลงจากข่าวร้ายข้างต้น แนะนำ รอซื้อ เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาบริเวณ 64 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด