ข่าวนี้ที่ 1

กลุ่ม CP เซ็นไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน หุ้นรับเหมาฯ-นิคมรับผลดี

กลุ่ม CP เซ็นไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน หุ้นรับเหมาฯ-นิคมรับผลดี

    รฟท. จับมือกลุ่ม CP เซ็นสัญญาเดินหน้าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. สัญญาร่วมลงทุน 50 ปี มูลค่า 2.25 แสนลบ. พร้อมเปิดใช้บริการปี 66 ด้านกลุ่ม CP เล็งทุ่ม 1.4 แสนลบ. พัฒนาอสังหาฯ-ศูนย์วิจัยพัฒนารถไฟ ที่มักกะสัน รองรับผู้ใช้บริการ ยัน 6 ปีแรกถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 51% ระบุไม่ปิดกั้นหากมีพันธมิตรเพิ่ม พร้อมศึกษานำโครงการระดมทุนผ่าน IFF โบรกฯแนะ CK-AMATA รับประโยชน์

 ***รฟท.-กลุ่ม CP เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
    
    นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร: กลุ่ม CP) เปิดเผยในงาน การลงนามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) ว่า การลงนามสัญญาครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลอย่างรัดกุมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ได้ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Net Cost) ที่มีมูลค่าสูงถึง 224,544 ล้านบาท 

    ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากข้อตกลงสัญญาสัมปทาน โดยมีกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 119,425 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ปรากฏว่ากลุ่มเอกชนเสนอกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 117,226 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบัน) ส่งผลให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 2,200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาร่วมลงทุน  50 ปี อีกทั้งทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญา

*** คาดเปิดใช้ปี 66 สร้างผลตอบแทนทางศก. 6.5 แสนลบ.

    โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้เกิดการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี นำความเจริญสู่ชุมชน เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีที่ค้าขาย มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 650,000 ล้านบาท ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยตามนโยบาย Thailand 4.0

***หนุนจ้างงานช่วงก่อสร้าง 1.6 หมื่นอัตรา-ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 1 แสนอัตราใน 5 ปี

    นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงานในช่วงก่อสร้างมากถึง 16,000 อัตรา และการจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากกว่า 100,000 อัตรา ใน 5 ปีข้างหน้า  รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้วิธีการทำงานในโครงการด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

    นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และ พันธมิตร เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

    โดยกลุ่ม CP ได้ร่วมกับพันธมิตรที่เป็นกิจการร่วมค้า ได้แก่ China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ  บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์  บมจ. ช.การช่าง จัดตั้ง “บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด” หรือ “Eastern High-Speed Rail Linking Three Airports Co.,Ltd.” เป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมลงทุน Public – Private - Partnership หรือ PPP ในครั้งนี้

    ทั้งนี้ ภายหลังการลงนามจะเร่งเข้าไปบริหารจัดการบริษัทรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินฯ เพื่อจะได้ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจ/ออกแบบ เจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และ Suppliers ต่างๆ รวมถึงเร่งจัดทำแผนก่อสร้างและเดินหน้าทันที
    อนึ่ง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี  สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

*** กลุ่ม CP ทุ่ม 1.4 แสนลบ.ลุยอสังหาฯ-ศูนย์วิจัยพัฒนารถไฟ ที่มักกะสัน

    นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะบริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทร่วมกับพันธมิตร ในการตั้งบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เพื่อเป็นตัวแทนลงนามในสัญญาร่วมทุน (PPP) โดยมั่นใจว่าภายใน 12 เดือนหลังจากร่วมลงนามจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ ภายหลังการรับมอบพื้นที่ หลังจากนั้นจะใช้เวลาในการก่อสร้างรวม 5 ปี และเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2566

    นอกจากนี้ยังมีแผนการดำเนินงานในพื้นที่มักกะสันนั้น ได้เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 140,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายให้สถานีมักกะสัน เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสามสนามบิน โดยสาธารณูปโภคที่จะพัฒนานั้นจะต้องรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุนในกลุ่มอีอีซี เป็นต้น
    
    “เบื้องต้นจะมีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีหลายรายที่ให้ความสนใจ มีโรงแรม และธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสร้างศูนย์วิจัยและการพัฒนารถไฟด้วย ส่วนที่ต้องจ่ายให้กับแอร์พอร์ตลิ้งค์ 10,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า มีกรอบที่ชัดเจน คือ ไม่เกิน 2 ปีซึ่งจะดำเนินการตามกรอบเวลาแน่นอน”นายศุภชัย กล่าว

*** ยัน 6 ปีแรก ถือหุ้นเกิน 51% ศึกษานำโครงการระดมทุนผ่าน IFF

    ทั้งนี้ ในช่วง 6 ปีแรกของการดำเนินการก่อสร้างรถไฟดังกล่าวจนถึงการบริหารจัดการในช่วงแรกนั้น กลุ่ม CP จะถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 51% เพื่อความเด็ดขาดในการตัดสินใจ และให้สามารถดำเนินโครงการได้ตามเวลาที่กำหนด ส่วนแผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (ตลท.) ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น (IFF) อยู่ในแผนที่จะพิจารณาในอนาคตต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกับ ตลท. เรียบร้อยแล้ว

    “6 ปีแรก กลุ่ม CP จะถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 51% เพราะต้องตัดสินใจที่เด็ดขาด เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการได้ตามเวลา หลังจากนั้น อาจเข้าตลาดหลักทรัพย์หรืออะไรหลายอย่างมาก จะเป็นจำกัด (มหาชน) ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสร้างให้เสร็จ และดำเนินการระยะหนึ่ง เพื่ออนุมัติทุกอย่าง มันถึงจะไปถึงตอนนั้น”นายศุภชัย กล่าว

    ส่วนการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติมนั้น ปัจจุบัน มีผู้ให้ความสนใจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ และยอมรับว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ท้าทาย หากคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับโครงสร้างพื้นฐานเขาจะรู้สึกมันเสี่ยงไปไหม แต่คนที่คุ้นเคยมันไปได้ หากเป็นนักลงทุนระยะยาว

    “พันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติมนั้น คงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่มีทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสนใจเข้ามาเพิ่มเติม สำหรับในวันนี้ มีตัวแทนจากทั้งอิตาลี ญี่ปุ่น และจีน ที่ร่วมสนับสนุนและเป็นสักขีพยานในโครงการด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สุดท้ายทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการคัดเลือกต่อไป”นายศุภชัย กล่าว

    ส่วนแหล่งเงินทุนในการดำเนินโครงการดังกล่าวนั้น จะมีทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นคงเป็นไปตามสัดส่วนของโครงการ โดยอาจเป็นแหล่งเงินกู้ในประเทศประมาณ 60-70% และอีก 30-35% จะเป็นแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ
    ปัจจุบัน พันธมิตรกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD และ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK
    
    เบื้องต้นได้แบ่งงานกับพันธมิตรแล้วตามความชำนาญ โดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จะรับงานก่อสร้างโครงสร้าง ส่วนงานระบบรถ ขบวนรถ และอาณัติสัญญาน China Railway Construction Corporation Limited (CRCC) จากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะรับผิดชอบ ส่วนงานงานระบบเดินรถนั้นจะให้บริษัททางรถไฟแห่งชาติอิตาลี (Ferrovie dello Stato Italiane S.p.A.) หรือ FS ซึ่งเป็นพันธมิตรจากอิตาลีเข้ามาดูแล
    นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) และธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (CDB) ด้วย

*** โบรกฯแนะ CK-AMATA รับประโยชน์     ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าลงนามเซ็นสัญญาของกลุ่ม CP เป็นผู้ชนะการประมูลในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าโครงการ 2.24 แสนล้านบาท ประเด็นทั้งหมดที่กล่าวมาน่าจะสร้างผลประโยชน์ต่อภาพรวมเศษฐกิจในประเทศ ช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ พื้นที่ใน EEC เนื่องจากมีความชัดเจนมากขึ้นในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุน
    กลยุทธ์เน้นลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว คือ หุ้นนิคมที่มีพื้นที่มากสุดใน EEC อย่าง AMATA (FV@B35.70)  เลือกเป็น Top pick ในวันนี้ และยังชื่นชอบหุ้นรับเหมาขนาดใหญ่ราคา Laggard และได้ประโยชน์จากประเด็นโครงการเชื่อม 3 สนามบิน อย่าง CK (FV@B 34)
    AMATA (FV@B35.70) เป็นหุ้นนิคมที่มีพื้นที่ใน EEC มากสุดในอุตสาหกรรม กว่า 1.1 หมื่นไร่ และ 70% เป็นพื้นที่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบังมากสุดใน 3 จังหวัด ง่ายต่อการขนส่ง ทั้งทางเรือและทางน้ำ ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2562 คาดว่าเติบโตสูงถึง 71.7% ขณะเดียวกันปัจจุบันยังมี Backlog ยอดขายที่ดินรอโอนทำ New High อยู่ที่ 3,750 ล้านบาท
    CK (FV@B 34) นับตั้งแต่ต้นปี 2562 ราคาหุ้นยัง laggard ตลาดฯมาก อีกทั้งยังได้กระแสเชิงบวกจากร่าง พ.ร.บ งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 และที่สำคัญปัจจุบันยังคาดหวังถึงกระแสเชิงบวกจากกลุ่ม CP (พันธมิตรประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ประเทศไทย) 70%, China Railway Construction Corporation Limited 10% , CK 5% , ITD 5% , และ BEM 10%) เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันนี้  ช่วยหนุน backlog ให้ CK แตะ 1 แสนล้านบาท อีกทั้งยังมีส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลจากบริษัทย่อย 3 แห่ง (TTW, CKP, BEM) เข้ามาเสริมผลประกอบการในช่วงที่เหลือปีอีกแรง

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด