ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นโรงไฟฟ้ากางแผนลงทุนปีหน้า GPSC-TSE ลั่นผลงานนิวไฮ

หุ้นโรงไฟฟ้ากางแผนลงทุนปีหน้า GPSC-TSE ลั่นผลงานนิวไฮ

       กลุ่มโรงไฟฟ้าทยอยกางแผนปี 63 ลั่นข่าวดีรอหนุนเพียบ GPSC ชี้รายได้ - กำไรนิวไฮ รับงบ GLOW หนุนแบบเต็มปี แย้มเล็งโรงไฟฟ้าขยะ - โรงงานแบตฯ ส่วน WHAUP เตรียมลุยโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม ด้าน TSE ลั่นรายได้โต 50% เพิ่มกำลังผลิตอีก 100 MW ขณะที่ ก.พลังงาน เคาะเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ลั่นปีหน้าลุย 1,000 MW      

 *** GPSC คาดปี 63 รายได้-กำไรนิวไฮ  รับรู้ GLOW เต็มปี 

    นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่การเงินและบัญชีองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า คาดผลประกอบการปี 63 ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ จะทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากรับผู้ผลประกอบการของ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) GLOW แบบเต็มปี

    โดยในปี 63 จะมีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มอีก 1 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ส่วนขยาย (NNEG Expansion) กำลังผลิต 18 MW ขยะเดียวกันโครงการโรงไฟฟ้าRayong Waste to Energy หรือWTE กำลังการผลิต10 MW คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 64 หลังจากล่าสุดมีโรงไฟฟ้าจ่ายไฟเข้าระบบ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ขนาดกำลังผลิต 1,280 MW 2.โครงการศูนย์ผลิตสาธารณูปการ จังหวัดระยองแห่งที่ 4 (CUP-4) กำลังผลิต 45 MW และโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม กำลังการผลิต 8.63 MW

*** เล็งโรงไฟฟ้าขยะ - เร่งสรุปโรงงานแบตฯ    

    นางวนิดา กล่าวเพิ่มว่า  อีกทั้งบริษัทยังมีความสนใจที่จะทำโรงไฟฟ้าขยะชุมชน และยังมองโอกาสเข้าไปลงทุนพลังงานทุกรูปแบบในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยนโยบายการลงทุนจะต้องมี EIRR ไม่ต่ำกว่า 8%

    ขณะที่ความคืบหน้าโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ หรือ Gas to Power กำลังการผลิต 600 MW ที่เมียนมา ซึ่งบริษัทได้ยื่นหนังสือเพื่อขอพัฒนาโรงไฟฟ้าแล้ว โดยขณะนี้กำลังรอความชัดเจนจากทางภาครัฐ

    ในปี 63 ต้นทุนการเงินของบริษัทจะลดลง หลังจากมีการออกหุ้นกู้วงเงิน 35,000 ล้านบาท อายุหุ้นกู้เฉลี่ย 9.6 ปี ทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลงเหลือ 2.9% และส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายปีหน้าลดลงเหลือเพียง 2,000 ล้านบาท จากปี 62 ที่ 3,000 ล้านบาท โดยภาระดอกเบี้ยจ่ายระดับสูงในปี 62 ทำให้ผลประกอบการของบริษัททรงตัวจากปี 61

    ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปว่าในการตัดสินใจว่าจะตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ (Energy Storage) เร็วๆ นี้  จะช่วยให้มีประสิทธิภาพที่จะแข่งขันได้ในธุรกิจแบตเตอรี่และเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (ESS) ในระยะยาว รวมถึงหาพันธมิตรต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมทุน

*** WHAUP กางแผนลุยโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 

    นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ ขนาดกำลังผลิต 8.63 เมกะวัตต์ (MW) ได้ดำเนินการในรูปแบบเชิงพาณิชย์แล้ว
โดยโครงการดังกล่าว มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ขนาดกำลังการผลิต 6.90 MW ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาท
 
    โดยบริษัทคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ ขนาดกำลังผลิต 8.63MW ตามสัดส่วนการถือหุ้น 33% ปีละประมาณ 80 ล้านบาท

    ปี 2563 บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเพื้อเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเวียดนาม เช่นโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์ลอยน้ำ โดยมีรูปแบบจะเข้าซื้อกิจการ หรือเข้าร่วมลงทุนเพื่อถือหุ้น คาดจะได้ข้อสรุปในปี 63 โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 550 MW
 โดยเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนปรับปรุงในโรงไฟฟ้าและธุรกิจสาธารณูปโภค งบลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมกับเงินที่จะใช้ซื้อกิจการโรงไฟฟ้า


*** TSE ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โต 50%  - ปีนี้ทำนิวไฮ  

    นางสาวแคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 63 จะเติบโตได้ 50% จากปีนี้ที่รายได้ทำสถิติใหม่สูงสุดในประวัติการณ์ ตามการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) ครบ 158.49 เมกะวัตต์เข้ามาเต็มปี ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่มเติมในระหว่างปี

*** ลั่นปี 63 เพิ่มกำลังผลิตอีก 100 MW 

    สำหรับแผนการลงทุนในปี 63 บริษัทมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังทดแทนทั้งประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าจะมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นราว 50 - 100 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจที่จะเข้าประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนอย่างโครงการโรงฟฟ้าชีวมวลและโครงการโซลาฟาร์ม ตามแผนพีดีพี ฉบับใหม่ของรัฐบาล และ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าซื้อกิจการโซลาฟาร์มในเวียดนาม และการลงทุนในไต้หวัน คาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนในปี 63

    ทั้งนี้บริษัทมีความพร้อมด้านแหล่งเงินทุน โดยไม่ต้องเพิ่มทุน เนื่องจากยังมีเงินที่ได้จาการขายหุ้นเพิ่มทุนให้ ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) และขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) อีก 10% และยังสามารถระดมเงินโดยออกหุ้นกู้ได้อีก 1 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอกับการลงทุนในอนาคต

*** EPCO เผย COD โซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น 17.25MW รับรู้รายได้ทันที

    บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประเทศญี่ปุ่น โครงการ Kurihara II ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 17.25 เมกะวัตต์

    ตามที่ บริษัทฯได้ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นผ่านบริษัทย่อยนั้น บริษัทฯขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯทราบว่า โครงการ Kurihara II ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 17.25 เมกะวัตต์ ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operating Date : COD) แล้ว เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 และจะเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นต้นไป

*** เคาะเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้าปี 63 ลุย 1,000MW  

    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากว่า ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ยกร่างหลักเกณฑ์และแนวทางการร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนเสร็จแล้ว โดยจัดทำรายละเอียดที่ครบสมบูรณ์และได้นำข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ได้รับจากเวทีรับฟังความความคิดเห็นมาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและประชาชน

    หลังจากนี้ พพ.เตรียมนำเสนอร่างหลักเกณฑ์ฯ นี้ ต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จากนั้นจะเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไป คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2563

    สำหรับขนาดของโรงไฟฟ้าชุมชนแต่ละแห่งนั้น จะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (vspp) ซึ่งมีขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์/โรง มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ซึ่งนโยบายของกระทรวงพลังงาน มีเป้าหมายจะส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชนรวมทั้งสิ้น 1,000 เมกะวัตต์ (MW) ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากคิดเป็นเม็ดเงินลงทุนในภาพรวมไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทนี้และเข้าระบบได้ในปี 2565 ที่สำคัญ โครงการประเภท Quick Win จะสามารถส่งไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายใน 6 เดือนหลังจากการได้ผลการคัดเลือก
 
 
*** โบรกฯ ยก GPSC - RATCH เป็น Top Pick ของกลุ่ม 

     นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET เปิดเผยว่ากำไรสุทธิหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 63 มีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทที่มีการเติบโตมากที่สุดประเมินว่าจะอยู่ที่ 20-30% ส่วนน้อยสุดคาดว่าจะยู่ที่ 10% แต่อาจจะไม่โดดเด่นเท่ากับปี 62 เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน

    โดนหุ้นบริษัทแนะนำหรือ Top Pick ประกอบไปด้วยบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSCและบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH

    " ปีหน้า กำไรโรงไฟฟ้ายังดีต่อ เป็นไปตามกำลังการผลิต ส่วนกรณีร่างหลักเกณฑ์ โรงไฟฟ้าชุมชนของกระทรวงพลังงานในปี 63 อีก 1,000 เมกกะวัตต์ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้า ทางเลือก ขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ " นายวิจิตรกล่าว 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด