ข่าวนี้ที่ 1

กูรูหั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,042 จุด หวั่นกำไรบจ.ทรุดหนัก

กูรูหั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,042 จุด หวั่นกำไรบจ.ทรุดหนัก

'บล.โนมูระ พัฒนสิน' หั่นเป้า SET Index ปีนี้เหลือ 1,042 จุด หลังประเมินจีดีพีไทยปีนี้รูดหนักติดลบ 6.3% กดกำไรบจ.เหลือ 60.80 - 65.60 บ./หุ้น เป็นเหตุกดดันเงินทุนไหลออก พร้อมเปิดโผหุ้นที่จะเข้าคำนวณ MSCI รอบ 12 พ.ค.นี้ นำโดย AWC-KTC-TOA ส่วน BANPU คาดหลุดโผ ด้าน KKP รับหากโควิด-19 ระบาดรอบสองอาจทำจีดีพีติดลบ 10%


*** โนมูระ หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,042 จุด รับจีดีพีติดลบ 6.3%


บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โนมูระ พัฒนสิน ระบุ ได้ปรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้ใหม่เหลือ 1,042 จุด อิง PER ปี 63 ระดับค่าเฉลี่ยที่ 15.9 เท่า หลังจากที่ประเมินว่าจีดีพีไทยปี 63 จะหดตัว -6.3% จากเดิมคาด +1.4% ตามภาพรวมการลงทุนภายในยังไม่สดใส โดยปัจจัยที่ยังคงเป็นแรงกดดันยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าจะสามารถควบคุมได้เมื่อใด ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการขยายเวลามาตรการปิดเมืองในหลายจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงภาวะภัยแล้งอาจส่งผลกระทบเศรษฐกิจภายในยาวนานกว่าที่ประเมินไว้


โดยจีดีพีในไตรมาส 2/63 จะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.25% ในไตรมาส 2 นี้(เดิม 0.50%) และปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีในปี 64 เป็น 3.8% จากเดิม 3.3%


*** คาดกำไรบจ.เหลือ 60.8 - 65.6 บ./หุ้น ดันฟันด์โฟลว์ไหลออก


หากย้อนรอยวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2551 ซึ่งเป็นรอบล่าสุด จะพบว่ามีโอกาสที่ EPS ของตลาดหุ้นจะถูกปรับลดลงอีกมากโดยปี 2551 - 2552 EPS ตลาดในขณะนั้นถูกปรับลงราว 20-30%


ดังนั้นเรามีโอกาสเห็นคาดการณ์กำไรตลาดถูกหั่นลงไปอีกในกรอบ 60 - 70 บาทต่อหุ้นในช่วงถัดไป จากปัจจุบันที่ 78 - 79 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลออก ดังนั้นภายใต้สมมติฐานใหม่อิงจีดีพีไทยปี 63 ที่ติดลบ -6.3%  ณ ระดับราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 33 - 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เดิม 60เหรียญฯ)จึงประเมินกำไรตลาดปีนี้จะลดลงจากเดิม 80 บาทต่อหุ้นสู่ 65.6-60.8 บาทต่อหุ้น


*** เปิดโผหุ้นเข้าคำนวณดัชนี MSCI รอบ 12 พ.ค.นี้


บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า หุ้นที่คาดว่าจะถูกประกาศเข้าคำนวณดัชนี MSCI Global Standard ในรอบ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งจะมีผล 29 พ.ค.63 ประกอบด้วย


AWC หุ้นซื้อขายอยู่ที่ P/BV 2.1 เท่า แม้จะสูงกว่ากลุ่ม แต่ภาพระยะกลาง-ยาว เห็นแนวทางเติบโตชัดเจน จากการซื้อสินทรัพย์ในเครือเข้ามาต่อเนื่อง ระยะสั้นจากจิตวิทยาเชิงบวกจาก 1) คาดจะถูกเข้าคำนวณใน MSCI (ประกาศผล 12 พ.ค.นี้, มีผลปลายพ.ค.) 2) สถานการณ์ Covid-19 คลี่คลาย หนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว


KTC ราคาหุ้นปรับฐานลงมาในจุดที่น่าสนใจ ที่ระดับ PER ปี 63 ที่ 12.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15.8 เท่า มีปันผล 3.3% p.a.คาดจะถูกเข้าคำนวณใน MSCI (ประกาศผล 12 พ.ค.นี้) + แนวโน้มกำไรกลับมาโต YoY ในไตรมาส 2/63 และราคาหุ้นอยู่ในจุด Deep valuation ระยะสั้น-กลาง มองผลบวกของมาตรการช่วยเหลือของธปท.จะทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองไม่เพิ่มแรง


TOA ราคาหุ้นแข็งแกร่ง แม้จะเกินราคาเหมาะสมที่ 35.50 บาท แต่ระยะสั้นได้ปัจจัยบวกจาก MSCI สามารถเก็งกำไรได้ คาดจะถูกเข้าคำนวณใน MSCI (ประกาศผล 12 พ.ค.นี้) + ระยะสั้นได้จิตวิทยาบวกจากราคาน้ำมันต่ำ และการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง หนุนยอดขายในห้างโมเดิร์นเทรด ทยอยฟื้นตัว


*** เตือน โควิด-19 ระบาดรอบสองอาจทำจีดีพีลบเกือบ 10%


ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ภาพรวมของตัวเลขจีดีพีในปีนี้ คาดจะติดลบมากกว่า 5% และคาดว่าหากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยระบาดรุนแรงเป็นรอบที่ 2 จะมีโอกาสเห็นภาพรวมจีดีพีติดลบเกือบ 10% เนื่องจากภาพรวมของธุรกิจต่างๆ ยังหยุดชะงักจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดจากรัฐบาล


ซึ่งจากคาดการณ์ว่าการปิดเมืองเพียง 1 เดือน น่าจะส่งผลกระทบต่อตัวเลขส่งออกหายไป 5% , มูลค่าการท่องเที่ยวหายไป 30-40% ยอดขายรถยนต์หายไป 25% , การเกษตรชะลอตัว 5-6% ซึ่งมีปัจจัยเรื่องภัยแล้งกดดันประกอบกัน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หากสถานการณ์ยังยืดเยื้ออาจกระทบยอดขายหายไปประมาณ 20-30%


"เราจะมีความพร้อมในการเปิดประเทศหรือไม่ เพราะถ้าปิดนาน ต้นทุนความเสียหายจะยิ่งทวีคูณ เพราะวัคซีนหรือยารักษาอย่างเร็วอาจเห็นคือกลางปีหน้า หรือบางทีอาจไม่มีเหมือนกับ HIV ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นอาจต้องเริ่มต้นประมาณการ GDP กันใหม่ ภายใต้นโยบาย social distancing" ดร.ศุภวุฒิกล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด