ข่าวนี้ที่ 1

AOT อัดงบลงทุน 3 แสนลบ. พัฒนาสนามบิน-ลุย"เทอร์มินัล" 2

AOT อัดงบลงทุน 3 แสนลบ. พัฒนาสนามบิน-ลุย

     "ท่าอากาศยานไทย" ปรับเพิ่มงบลงทุนระยะยาวเป็น 3 แสนลบ.จากเดิม 2 แสนลบ. เพื่อก่อสร้างเทอร์มินัล 2-บริหารเพิ่ม 3 สนามบิน เดินหน้าชงบอร์ด 20 พ.ย.นี้ ลุยสร้างเทอร์มินัล 2 ส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ มูลค่า 4.2 หมื่นลบ. หวังเปิดบริการในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ยันมีกระแสเงินสดเพียงพอใช้ลงทุน ประเมินปีงบประมาณ 64 กำไรแตะ 4-5 หมื่นลบ.
 

***ปรับเพิ่มงบลงทุนจาก 2 แสนลบ. เป็น 3 แสนลบ.
 
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOTเปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ปรับแผนลงทุนระยะยาวจากเดิม 2 แสนล้านบาท เป็น 3 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายการลงทุนโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (เทอร์มินัล 2 เดิม) และการบริหารสนามบินเพิ่มอีก 3 แห่งที่รับโอนมาจากกรมท่าอากาศยาน

***ชงบอร์ด 20 พ.ย.นี้ ลุยสร้าง เทอร์มินัล 2  

    โดยบริษัทฯ เตรียมเสนอคณะกรรมการในการประชุมวันที่ 20 พ.ย.นี้ พิจารณาโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ ตามแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท หากได้รับความเห็นชอบจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ ) พิจารณาเพื่อกลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ตามแผนคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 66-67
     ทั้งนี้ ยืนยันว่าโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการตามความเห็นของผู้ใช้บริการ สายการบิน และผู้ประกอบการที่ต้องการให้แก้ปัญหาความแออัด ทำให้มีหลุมจอดเพิ่มขึ้น 14 หลุมจอด สามารถลดปัญหาจราจรภายในสนามบิน สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 40 ล้านคน จึงคาดการณ์ว่า ในช่วงปี 66-67 เทอร์มินัล 2 แล้วเสร็จจะทำให้รองรับมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 82 ล้านคน
    นายนิตินัย กล่าวว่า ปัจจุบัน AOT มีกระแสเงินสด ที่ได้จากการเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) รวมทั้งสิ้น 7.2 หมื่นล้านบาท หากพิจารณาจากพื้นฐานไม่เติบโตจะทำให้ กำไรก่อนหักภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) ราว 4 หมื่นล้านบาท/ปี ดังนั้นในปี 67 บริษัท จะมีเงินเข้ามาอีก 2 แสนล้านบาท รวมเป็น 2.7 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถใช้เป็นเงินสดในการลงทุนขยายสนามบินในอนาคตได้
     นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) AOT กล่าวว่า AOT มีความจำเป็นต้องเร่งรัดก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ เพื่อสอดคล้องกับแผนงานก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 ที่ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งหากโครงการเดินหน้าได้ไม่สะดุด คาดว่าเทอร์มินัล 2 จะเสร็จช้ากว่ารันเวย์ 3 ประมาณ 1 ปี ซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบ แต่หากล่าช้ากว่านี้จะเกิดปัญหาทางด้านความแออัดพื้นที่เขตการบิน

***คาดปีงบฯ 64  มีกำไรจากการดำเนินงาน 4-5 หมื่นลบ.

     นายนิตินัย กล่าวว่า ปีงบประมาณ 63 (ต.ค.62-ก.ย.63) จะมีกำไรเติบโต 6-10% จากปีนี้ (ต.ค.61
-ก.ย.62) คาดกำไรทรงตัวใกล้เคียงปีงบประมาณก่อนที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากคาดว่า จำนวนผู้โดยสารชาวจีนและอินเดียจะกลับมาเติบโตในอัตราปกติที่ 5-6% จากปีก่อนหน้าที่เติบโตแค่ 1.7% จากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ และนักท่องเที่ยวจีนยกเลิกเที่ยวบินจากกรณีเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต 
    นอกจากนี้ จะรับรู้รายได้จากกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เจ้าของสัมปทานดิวตี้ฟรี ราว 8.5-8.8 พันล้านบาท ขณะที่รายจ่ายจะเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายในการรับพนักงานเพิ่มจำนวนมากในช่วงเดือน ม.ค.ปี63 เพื่อรองรับการเปิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่1 (แซทเทิ้ลไลท์)
    อย่างไรก็ตาม ปีงบประมาณ 64 คาดว่า จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินการ 4-5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้ขั้นต่ำจากโครงการดิวตี้ฟรีสัญญาใหม่ของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ 2.45 หมื่นล้านบาท

*** บล.ไอร่า แนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปีหน้า 89  บาท  

    บล.ไอร่า แนะนำซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 89  บาท  โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือน ก.ย. ฟื้นตัวแรง จำนวนนักท่องเที่ยวรวมโต 10.1% YoY ด้านนักท่องเที่ยวหลักอย่างจีนโต 31.6% YoY (เติบโตสูงสุดในรอบ 17 เดือน) จากเหตุการณ์เรือล่มภูเก็ตเมื่อเดือน ก.ค.ปี 61 ทำให้เกิดปัจจัยฐานต่ำ รวมถึงเหตุการณ์วุ่นวายในฮ่องกง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเลือกปลายทางท่องเที่ยวอื่น รวมถึงไทย พร้อมกับเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว คาด AOT เป็นอันดับต้นๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการเดินทาง
   ขณะที่ในระยะสั้นคาดได้รับ Sentiment บวกบ้างจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในไทย เช่น 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย (เริ่มลงทะเบียน 11/11/62 เป็นวันแรก) ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อจาก “ชิมช้อปใช้” 
   คาดการโอนท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ แม่สอด และบุรีรัมย์  ของกรมท่าอากาศยาน ให้ AOT คาดเห็นความคืบหน้าในช่วงถัดจากนี้ หลังกระทรวงคมนาคม แจ้งว่าน่าจะได้ข้อยุติภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
   ภาพระยะกลาง นอกเหนือจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง (แม้จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้สะดุดลงบ้าง) ขณะที่ในปี 64 คาด AOT จะได้รับแรงส่งจากการรับรู้สัญญา Duty Free ฉบับใหม่ที่สุวรรณภูมิ และปี 66 ได้แรงบวกจากสัญญา Duty Free ฉบับใหม่ที่ดอนเมือง    

*** บล.ทรีนีตี้  แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 83 บาท

       ราคาหุ้น AOT ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ราคาในปัจจุบันนั้นเริ่มมี Upside ที่จำกัดเทียบกับราคาเป้าหมายที่ 83 บาท  จึงได้ปรับคำแนะนำลงจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" ในระยะยาวบริษัทยังมีปัจจัยในการเติบโตได้อีกมาก ทั้งด้านการประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง การประมูล Pick-up Counter การขยายและการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 รวมไปถึงการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      ความเสี่ยง คือ การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้โดยสาร และการก่อสร้างโครงการอื่นๆ ในอนาคตเกิดความล่าช้า
 
 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด