ข่าวนี้ที่ 1

BDMS เทนเดอร์ฯ BH หุ้นละ 125 บ. เปิดทางเพิ่มราคาซื้อ 20%

BDMS เทนเดอร์ฯ BH หุ้นละ 125 บ. เปิดทางเพิ่มราคาซื้อ 20%

    "กรุงเทพดุสิตเวชการ" ประกาศทำคำเสนอหุ้น BH ทั้งหมด ที่ราคาหุ้นละ 125 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 8.56 หมื่นลบ. พร้อมเปิดช่องเพิ่มราคาซื้อไม่เกิน 20% ดันมูลค่าซื้อแตะ 1.03 แสนลบ. พร้อมเพิ่มทุน 794 ล้านหุ้น ขายบุคคลวงจำกัด ด้านผลงานปี 62 มีกำไร 1.55 หมื่นลบ.โต 69% ปันผลอีก 0.30 บ./หุ้น โบรกฯแนะเก็งกำไร BH หลังตกเป็นเป้าหมายซื้อ มองเป็นบวกต่อ BDMS หากดีลสำเร็จช่วยกินรวบธุรกิจโรงพยาบาล

*** BDMS ทุ่ม 8.56 หมื่นลบ. เสนอซื้อ BH ราคาหุ้นละ 125 บ.
    
    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)หรือ BDMS เมื่อ 26 ก.พ.63 อนุมัติให้เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์)ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ในหุ้นทั้งหมดของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  จำกัด (มหาชน) BH ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นใน BH ทั้งหมด 24.99% ดังนั้น จำนวนหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ BH ที่บริษัทจะทำคำเสนอซื้อ ประกอบด้วย หุ้นสามัญ จำนวน 546.33 ล้านหุ้น สัดส่วน 74.83% ,หุ้นบุริมสิทธิ จำนวน 1.21 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.17% และหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งหมด จำนวน 137.36 ล้านหุ้น โดยจะทำคำเสนอซื้อที่ราคาหุ้นละ 125 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 8.56 หมื่นล้านบาท

*** มูลค่าธุรกรรมอาจสูงถึง 1.03 แสนลบ.
    
    ทั้งนี้ ราคาเสนอซื้อหุ้นอาจถูกปรับขึ้นได้ในอัตราไม่เกิน 20% ของราคาเสนอซื้อ ในกรณีที่มีการปรับราคาเสนอซื้อ มูลค่ารวมของการทำคำเสนอซื้อจะอยู่ระหว่าง 85,612 ล้านบาท ถึง 102,735 ล้านบาท ซึ่งการปรับราคาเสนอซื้อดังกล่าวจะพิจารณาจากความเหมาะสมของสภาวะตลาดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และราคาซื้อขายหุ้น BH ในขณะนั้น ซึ่งบริษัทจะแจ้งราคาเสนอซื้อสุดท้ายอีกครั้งภายหลังจากเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดไว้สำเร็จครบถ้วน
    อย่างไรก็ตาม บริษัทสงวนสิทธิในการปรับลดราคาเสนอซื้อสุดท้าย กรณีที่ BH จ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีนัยสำคัญและไม่สอดคล้องกับแนวทางการจ่ายเงินปันผลในช่วง 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา โดยในกรณีที่บริษัทจะปรับราคาเสนอซื้อสุดท้ายจะแจ้งให้ทราบราคาที่แน่นอนอีกครั้ง
    ขณะที่ BH เป็นกิจการที่ดีและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง มีความสามารถในการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูง มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ และเป็นที่รู้จักของคนไข้ชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

    สำหรับแหล่งเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน โดยการเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นในธุรกิจด้านการแพทย์ เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในระดับโลก และมีค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพการให้บริการ ทำให้สามารถดึงดูดคนไข้จากทั่วโลก อีกทั้งการขยายตัวของความต้องการบริการรักษาพยาบาลในประเทศและภูมิภาค เนื่องจากไทยและภูมิภาคกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวของประชาชน ประกอบกับการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาว และการเติบโตของธุรกิจประกันสุขภาพ
    
*** เพิ่มทุน 794.6 ล้านหุ้น ขายบุคคลวงจำกัด 
    
    รวมทั้งเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาให้เพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 794.6 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการใช้ขยายกิจการของบริษัท ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการในอนาคต โดยภายหลังการเพิ่มทุนจะทำให้มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 1.67 พันล้านบาท จากเดิมที่ 1.59 พันล้านบาท โดยจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเสนอขายบุคคลในวงจำกัด (PP)

*** ตลท.เตือนนลท.ติดตามข้อมูล BDMS เทนเดอร์ฯ BH เหตุราคาเสนอซื้ออาจถูกปรับขึ้น 20%

    ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอให้ผู้ลงทุนติดตามข้อมูล "การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ BH" จากข่าวของ BDMS จากการที่รายงานว่าคณะกรรมการของ BDMS มีมติให้เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขใน BH ที่ราคา 125 บาท/หุ้น ทั้งนี้ ราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์อาจถูกปรับขึ้นได้ในอัตราไม่เกิน 20% ของราคาเสนอซื้อการปรับราคาเสนอซื้อบริษัทจะพิจารณาจากความเหมาะสมของสภาวะตลาดของตลาดหลักทรัพย์และราคาซื้อขายหุ้น BH ในขณะนั้น ซึ่งบริษัทจะแจ้งราคาเสนอซื้อสุดท้ายอีกครั้งภายหลังจากเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดไว้สำเร็จครบถ้วน

*** ผลงานปี 62 อวดกำไร 1.55 หมื่นลบ.โต 69% 

    BDMS รายงานผลดำเนินงานปี 62 มีกำไรสุทธิ 15,517.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,191.46 ล้านบาท และไตรมาส 4/62 มีกำไรสุทธิ 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
    ปี 62 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 83,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและค่ารักษาพยาบาลตามความซับซ้อนของโรค และการเติบโตของลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพ
    ขณะที่บริษัทรายได้ได้พิเศษ จำนวน 5,464 ล้านบาท เกิดจากกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM
    โดยไตรมาส 4/62 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 21,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่ารักษาพยาบาล จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยชาวไทยเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตต่อเนื่องของลูกค้ากลุ่มประกันสุขภาพ 

*** ปันผลอีก 0.30 บ./หุ้น XD 11 มี.ค.63 
    
    ที่ประชุมคณะกรรมการยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลปี 62 ในอัตรา 0.55 บาท/หุ้น ซึ่งมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.25 บาท/หุ้น คงเหลือปันผลจ่ายอีก 0.30 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 11 มี.ค.63 และกำหนดจ่าย 24 เม.ย.63

*** บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะเก็งกำไร BH ที่เป็นเป้าหมายซื้อ
    
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ BDMS ทำคำเสนอซื้อหุ้น BH ทั้งหมด โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข ราคา 125 บาท (สูงกว่าราคาปิดที่ 112 บาท) โดยอาจปรับเพิ่มราคาได้ไม่เกิน 20% ดีลนี้มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้ BDMS เนื่องจาก BH มีความสามารถในการทำกำไรที่สูงกว่า (GM 43% vs. 33%) และซื้อขายด้วย PER ต่ำกว่า (21x vs 31x PER) อย่างไรก็ตามมูลค่าของดีลอยู่ที่ 85,612-102,735 ล้านบาท ทั้งนี้อิงจากเพดานของข้อจำกัดการก่อหนี้ (debt covenant) ที่ 1.75x net debt/Equity และ 3.25x net debt to EBITDA ทาง BDMS จะกู้ยืมเพิ่มได้เพียง 48,000-60,000 ล้านบาท ดังนั้นมีโอกาสสูงที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการเพิ่มทุนตามมา การเก็งกำไรจึงควรมองที่ BH ที่เป็นเป้าหมายการซื้อ


*** บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มองเป็นบวกหากดีลสำเร็จ
     
    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)  ระบุ BDMS  ประกาศทำคำเสนอซื้อทั้งหมดของ BH โดยทำเสนอซื้อในราคา 125 บาท
    มีมุมมองเป็นบวก หากดีลดังกล่าวสำเร็จ  ซึ่งจะทำให้ BDMS กินรวบธุรกิจโรงพยาบาลส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 อย่างไรก็ตามดีลดังกล่าวต้องใช้เงินสูงถึง 85,612 ล้านบาท ทำให้ต้องมีภาระเงินกู้เพิ่ม หรืออาจต้องเพิ่มทุนเพื่อหาเงินดังกล่าว โดย ราคา 125 บาท คิดเป็นราคาเสนอซื้อที่ P/E  เพียง 23.5 เท่า ซึ่งมองว่าถูกไปเมื่อเทียบกับ P/E เฉลี่ยย้อนหลังของกลุ่ม รพ.ย้อนหลัง 5ปี  ที่  30x  ซึ่งหากดีลสำเร็จ แปลว่า BDMS จะซื้อหุ้น BH  ได้ในราคาที่ถูกมาก ซึ่งเรามองว่าโอกาสที่จะเข้าเสนอซื้อทั้งหมดมีโอกาสไม่สำเร็จ
    คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" ผลประกอบการในปี 2562 ชะลอตัว แต่เป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลง  ขณะที่โรงพยาบาลในเครือยังเห็นการเติบโต เราคาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตในปี 2563 ราว 5%YoY ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประมาณการคือ ประเด็นโรคระบาดโคโรนา  ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง และหากเกิดการระบาดรุนแรง อาจจะกระทบต่อกลุ่มลูกค้าที่ไปใช้บริการ เบื้องต้นเรายังคงมูลค่าพื้นฐานในปี 2563 ที่ 25.50 โดยอิงวิธี DCF (WACC ที่ 6.7%) ขณะที่ราคาปัจจุบัน    
    ประเด็นโรคระบาด โคโรนา ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เรามองว่าส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าต่างชาติ จากเดิมที่กระทบเพียงกลุ่มลูกค้าจีน เริ่มขยายไปยังกลุ่มตะวันออกกลาง และอีกหลายประเทศ  ซึ่งเรามองเป็น downside ในการปรับลดประมาณการ
         







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด