ข่าวนี้ที่ 1

CPF ลั่นกำไรปีนี้นิวไฮ คงเป้ารายได้ 8 แสนลบ.ปี 66

CPF ลั่นกำไรปีนี้นิวไฮ คงเป้ารายได้ 8 แสนลบ.ปี 66

    "เจริญโภคภัณฑ์อาหาร" มั่นใจปีนี้กำไรนิวไฮ รายได้โต 8-10% รับผลดีราคาหมู-ไก่ขาขึ้น ลดงบลงทุนเหลือไม่เกิน 2 หมื่นลบ. เน้นขยายระบบดิจิทัล ยันไม่ต้องเพิ่มทุนซื้อ`เทสโก้` มีกระแสเงินสดในมือ 7.9 หมื่นลบ. คงเป้ารายได้แตะ 8 แสนลบ.ปี 66 อวดผลงานไตรมาสแรกกำไร 6.11 พันลบ.โต 43% โบรกฯเล็งประมาณการกำไรปีนี้ดีขึ้นไปอีก คาดกำไรไตรมาสถัดไปยังโตดีต่อเนื่อง ได้รับผลกระทบน้อยจากโควิด

*** มั่นใจงบปี 63 นิวไฮ-รายได้โต 8-10% รับผลดีราคาหมู-ไก่พุ่ง

    นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปี 63 จะเติบโตประมาณ 8-10% จากปี 62 ที่มีรายได้ 553,768 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ราคาสุกร และราคาไก่ในประเทศและต่างประเทศ ยังคงอยู่ในระดับสูง
    โดยเฉพาะราคาสุกรในประเทศจีน, เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโรคระบาด  African Swine Fever(ASF) จึงทำให้ปริมาณหมูลดลง นอกจากนี้จะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 18% ขณะเดียวกัน

*** คงเป้ารายได้แตะ 8 แสนลบ.ปี 66  ไม่สนโควิด

    บริษัทยังคงประมาณการเป้าหมายรายได้ภายในช่วง 5 ปี (62-66) ไว้ที่ระดับ 8 แสนล้านบาท อีกทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาศึกษาเข้าลงทุนธุรกิจสุกรที่สหรัฐเพิ่มเติม

*** ปีนี้ใช้งบลงทุนไม่เกิน 2 หมื่นลบ.ขยายระบบดิจิทัล
    
    บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยคาดจะใช้เงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจระบบดิจิทัล ไม่เกิน  20,000ล้านบาท โดยในแต่ละปีปกติใช้เงินลงทุนประมาณ 27,000-30,000 ล้านบาท
    ขณะเดียวกันเชื่อว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะทรงตัวและลดลง จากปัจจุบันราคาข้าวโพดอยู่ในระดับ 8.80 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากแหล่งผลิตใหญ่โดยเฉพาะในสหรัฐและบราซิล ซึ่งในภาคการเกษตรไม่ได้รับผบกระทบจากไวรัสCovid-19 แต่การแพร่ระบาดของไวรัสส่งผลให้การบริโภคลดลง จึงทำให้สินค้าเกษตรอาจล้นตลาด

*** ยันไม่ต้องเพิ่มทุนซื้อ`เทสโก้` มีกระแสเงินสดในมือ 7.9 หมื่นลบ.
    
    นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า บริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนเพื่อใส่เงินลงทุนในการซื้อกิจการ "Tesco Asia" เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสเงินสดในมือประมาณ 79,000 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นผ่านบริษัทซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีสัดส่วนที่ต้องใส่เงินลงทุนประมาณ 48,000ล้านบาท ทั้งคาดว่าจะสามารถปิดดีลซื้อกิจการได้ภายในปี 63

*** โชว์ผลงาน Q1/63 กำไร 6.11 พันลบ.โต 43%

    CPF แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,110.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,279.40 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากการขายและอัตรากำไร
    โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10% อยู่ที่ 138,135 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากรายได้การขายของกิจการต่างประเทศเพิ่มขึ้น 12%และกิจการประเทศไทยเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของธุรกิจการเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม
    อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ 18% ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่ 14% โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นของธุรกิจสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากโรคระบาด ASF ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ปริมาณสุกรในเทศเวียดนามลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ราคาขายเฉลี่ยในประเทศเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เล็งปรับกำไรปีนี้ขึ้น 

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 38.00 บาท ด้วย P/E ปี 63 ที่ 20 เท่า คาดว่ากำไรไตรมาสถัดๆไปก็จะยังเติบโตดีต่อเนื่อง และ CPF ได้รับผลกระทบน้อยจากการระบาดของ โควิด-19 
    CPF รายงานกำไรสุทธิ 1Q63 สูงเป็น 6.1 พันล้านบาท (+97% y-o-y, +53% q-o-q) หากไม่นับรายการพิเศษ กำไรหลักสูงเป็น 6.4 พันล้านบาท ถือว่าออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มาก รายการที่ดีกว่าคาดคือ รายได้จากการขายโต 10% จากที่เราคาดไว้ในระดับ 2% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีเป็น18.3% จากที่คาดไว้ 16%
    รายได้ที่เติบโตดีมาจากส่วนต่างประเทศ +12% ในประเทศ +10% และส่งออก +2% นับได้ว่าตลาดเนื้อหมูที่เวียดนามที่ราคาขายปรับตัวสูงขึ้นดี เป็นแรงผลักดันสำคัญต่อทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น
    กำไร 1Q63 เป็นสัดส่วนถึง 40.5% เทียบกับประมาณการทั้งปี 63 แล้ว มีโอกาสที่จะปรับประมาณการให้ดีขึ้นไปอีก







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด