ข่าวนี้ที่ 1

KBANK สุดทน!หุ้นขาลง ควัก4.6 พันลบ.ซื้อหุ้นคืน อัดปันผลพยุงราคา

KBANK สุดทน!หุ้นขาลง ควัก4.6 พันลบ.ซื้อหุ้นคืน อัดปันผลพยุงราคา

    บอร์ดธนาคารกสิกรไทย ไฟเขียวโครงการซื้อหุ้นคืน 23.93 ล้านหุ้น วงเงิน 4.6 พันลบ. ระบุจะซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ 14-27 ก.พ.นี้ หวังบริหารสภาพคล่อง เพิ่ม ROE-EPS ยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรสะสมเกือบ 3 แสนลบ. มีกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 19.62% พร้อมจ่ายปันผล 4.50 บาท/หุ้น คิดเป็นยีลด์ 3.40% ด้านโบรกฯมองหากซื้อหุ้นครบ ดัน EPS ปี 63 แตะ 16.01 บ./หุ้น จาก 15.85 บ./หุ้น 
    
*** KBANK เตรียมซื้อหุ้นคืน 23.93 ล้านหุ้น

    นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงินของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธนาคารและผู้ถือหุ้น โดยจะซื้อหุ้นของธนาคารคืนในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ฯ สูงสุดไม่เกิน 23.93 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 1% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในวงเงินไม่เกิน 4,600 ล้านบาท ช่วงระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืน 10 วันทำการ ระหว่างวันที่ 14-27 กุมภาพันธ์ 2563 ราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร

*** ระดับ CAR สูงถึง 19.6% แข็งแกร่งพอ
    
    ในช่วงนี้ราคาหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหุ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธนาคารกสิกรไทยก็มีเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) สูงถึง 19.62% ซึ่งมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสามารถรองรับการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และธุรกิจของธนาคาร มาตรฐาน BASEL 4 และปัจจัยที่อาจจะเป็นผลกระทบในอนาคต รวมทั้งธนาคารยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรของธนาคารสูงถึง 299,217 ล้านบาท โดยโครงการซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์จะส่งผลให้ธนาคารมีสินทรัพย์สภาพคล่อง และมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง และสามารถบริหารสภาพคล่องส่วนเกินและเงินกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากธนาคารสามารถซื้อหุ้นคืนได้ครบตามวงเงินที่ตั้งไว้ จะทำให้ธนาคารมีสินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเป็นจำนวนเท่ากับวงเงินซื้อหุ้นคืนดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) สูงขึ้น

    ทั้งนี้ หลังจากมีการซื้อหุ้นคืนแล้ว ในอนาคตคณะกรรมการธนาคารอาจพิจารณาขายหุ้นที่ซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ภาวการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น โดยจะพิจารณาวิธีการจำหน่ายหุ้นและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาการขายหุ้นคืนจะทำหลังจากที่ซื้อหุ้นมาแล้ว 6 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

*** ปันผลอีก 4.50 บ./หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 5 บ. สูงกว่าปีก่อนที่ 4 บ.

    คณะกรรมการธนาคาร ยังมีมติเห็นชอบการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2562 แก่ ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราหุ้นละ 5.00 บาท และเนื่องจากธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท จึงจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 10 เมษายน 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยจะเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ต่อไป ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ธนาคารจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 4.00 บาท

*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ"ซื้อ"เป้า 160 บ.
     
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง  ระบุ สมมุติว่า  KBANK ซื้่อคืนหุ้น 23.93 ล้านหุ้นคิดเป็น 1% ของทุนชำระแล้ว กำไรต่อหุ้นปี 63 จะเพิ่มขึ้นเป็น 16.01 บาท จาก 15.85 บาท ในขณะที่ ROE จะดีขึ้น 6bp เป็น 9.08% ในปี 63 เรามองว่าการจัดการเงินทุนครั้งนี้ เป็นปัจจัยกระตุ้นเชิงบวก ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 63 อยู่ที่ 8.5 เท่า P/BV 0.76 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.7%  คงคำแนะนำซื้อด้วยราคาเป้าหมาย 160 บาท

*** บล.ฟินันเซีย มองเป็นบวก

    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า KBANK มีมติซื้อหุ้นคืน 23,932,601 หุ้น ราว 1% วงเงิน 4.6 พันลบ. เริ่ม14 ก.พ.-27 ก.พ.63 พร้อมจ่ายปันผลอัตรา 4.50 บ./หุ้น XD 9 เม.ย.63 มองเป็นบวก คาดกระทบเงินกองทุนจำกัด ล่าสุดระดับ CAR ของ KBANK อยู่ที่ 19.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และจะส่งผลบวกต่อ ROE และ EPS คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 164 บาท

***บล.เอเซีย พลัส แนะ"ซื้อ"เป้า 169 บ.

    บล.เอเซีย พลัส มองว่า KBANK ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H62 ที่ 4.5 บาท / หุ้น (Div Yield ราว 3.4% ขึ้น XD วันที่ 9 เม.ย. 63) ส่งให้เงินปันผลทั้งปี 2562 อยู่ที่ 5 บาท สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ทั้งปีที่ 4 บาท / หุ้น นอกจากนี้คณะกรรมการธนาคาร ยังมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury stock) ในวงเงินไม่เกิน 4,600 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไม่เกิน 23,932,601 หุ้น หรือ 1% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 14 ก.พ. 63 – 27 ก.พ. 63 ตามแผนการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของธนาคาร รวมทั้งเงินกองทุนยังอยู่ โดยภายใต้แผนดังกล่าว จะช่วยเพิ่ม EPS (ในกรณีซื้อหุ้นครบตามโครงการ EPS ปี 2563 เพิ่มราว 1% จากประมาณการเดิม), DPS และ ROE ของ KBANK เล็กน้อย
    ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลที่มากกว่าคาด รวมถึงการซื้อหุ้นคืน เป็นการส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นำต่ำเกินไปในมุมมองผู้บริหารธนาคารฯ
    อิง PBV มาที่  0.94 เท่า ได้ FV ที่ 169 บาท แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญกับความผันผวน ทำให้มีหลายปัจจัยต้องติดตาม โดยเฉพาะคุณภาพสินทรัพย์ คงคำแนะนำซื้อ เน้นทยอยสะสม สำหรับลงทุนระยะกลางขึ้นไป  ราคาผ่านการปรับฐานไปพอสมควร ทำให้ valuation น่าสนใจ มี PBV ที่ 0.75 เท่า และ PER ที่ 9 เท่า พร้อมคาด Div Yield ราว 3% (ปัจจุบัน DPS ปี 2563 คาดที่ 4 บาท / หุ้น อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนคาดการณ์ DPS ปี 2563 - 65)

    ทั้งนี้ ราคาหุ้น KBANK ในช่วง 2 ปี ปรับลดลงถึง 46.53% นับจาก 8 ม.ค.61 ราคาอยู่ที่ 245 บาท มาอยู่ที่ 131 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดเมื่อ 30 ม.ค.63 หรือลดลง 114 บาท

    ราคา KBANK ปิด (30 ม.ค.63) อยู่ที่ 141.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท (+5.99%) มูลค่าการซื้อขาย 3,390 ล้านบาท

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด