ข่าวนี้ที่ 1

กูรู ชูหุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ สดใส รับเจรจาการค้า-ราคาน้ำมันพุ่ง

กูรู ชูหุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ สดใส รับเจรจาการค้า-ราคาน้ำมันพุ่ง

 "โบรกเกอร์" ประสานเสียง แนะลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน-โรงกลั่น- ปิโตรเคมี ได้ประโยชน์จากการเจรจาการค้าเฟส 1 พร้อมลงนาม 15 ม.ค. นี้  ขณะที่แนะจับตาหลังสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศในอิรัก  อาจเป็นแรงหนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล  แต่ต้องระวังแรงเทขาย เหตุฟันด์โฟลว์จากต่างชาติยังชะลอ กดดันตลาดฯ

*** หุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ ดีดรับลงนามการค้าจีน-สหรัฐเฟส 1

     บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  แนะลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้ประโยชน์จากการเจรจาการค้าเฟส 1 ที่จะลงนาม 15 ม.ค. นี้ เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อหุ้นกลุ่ม พลังงาน, โรงกลั่น และปิโตรเค คาดว่าหุ้นในกลุ่มนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า SET และหุ้นใน sector อื่นๆ ในระยะสั้น จากความชัดเจนจากการเจรจาการค้าเฟส 1 ที่จะลงนาม 15 ม.ค. นี้

     ตามที่เราเคยมีแนะนำกลุ่มโรงกลั่นพลังงาน, โรงกลั่น และปิโตรเคมี ที่มีพื้นฐานดีและได้ sentiment จากความคืบหน้าของการเจรจาการค้าเฟสแรก สำเร็จ ซึ่งเราก็ยังคงแนะนำหุ้นชุดดังกล่าวต่อ ได้แก่ PTTEP, PTT, BCP, TOP, SPRC, IVL และ IRPC ถึงแม้ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นได้ปรับตัวโดดเด่น 4-14% แต่เรายังเชื่อว่าจะยังโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า SET จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งเรายังชอบหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมีที่ได้รับประโยชน์จาก IMO และกลุ่มน้ำมันที่ได้ประโยชน์จากการลดกำลังการผลิตของ OPEC และความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

     บล.ยูโอบีเคย์เฮียน แนะ Global play โดยเฉพาะพลังงานและโรงกลั่นยังเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวที่เกิดขึ้น โดยเรายังคงชอบ TOP, SPRC, PTT และ PTTEP เป็นหลัก 

    ขณะที่ภาพเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอจากผลของงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้า จะมีทิศทางที่ดีขึ้นในปีนี้จากการพิจารณางบประมาณวาระ 2-3 ในวันที่ 8-10 ม.ค. ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ในช่วงปลายไตรมาส 1/63 หรืออย่างช้าต้นไตรมาส 2/63 ขณะที่ทิศทางประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงปรับดีขึ้นจากระดับต่ำสุดในช่วงปลายปีก่อน เป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดตามมุมมองของเรา

     ธีมการลงทุน ยังแนะนำทยอยซื้อสะสมหุ้นในกลุ่ม “Global Play” (พลังงาน โรงกลั่น และ ปิโตรเคมี) PTTEP, PTTGC, TOP, SPRC และ IVL ซึ่งเป็นหุ้นที่อิงกับปัจจัยต่างประเทศ จากผ่อนคลายลงของสงครามทางการค้า

*** ลุ้นราคาน้ำมันพุ่งรับเหตุโจมตีตะวันออกกลาง

      นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่สหรัฐฯยืนยันแล้วว่าผู้นำทางทหารของอิหร่านได้เสียชีวิต ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากหลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะมีเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อเกิดขึ้น จากการตอบโตของทั้งสองฝ่าย
     
      ขณะเดียวกันเหตุการดังกล่าวได้ส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ถือเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย เบื้องต้นจึงมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยเพียงระยะสั้น ต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าทั้งสองประเทศจะมีมาตราการออกมาตอบโตอย่างไรบ้าง ซึ่งหลายฝ่ายมีความกังวลว่าอาจจะยืดเยื้อ ดังนั้น จึงอาจจะทำให้เกิดการชะลอ หรือเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหุ้น ซึ่งเบื้องต้นจะเห็นได้จากการที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงของเช้าวันนี้
 
     สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ขานรับปัจจัยของการข้อตกลงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนแล้ว แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันจากเหตุการของผุ้นำทางทหารของอิหร่านเสียชีวิต จึงจะต้องรอดูสถานการณ์ความชัดเจนของการตอบโต้ ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่การพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 2 และ 3 ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการโหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,550 จุด ท่ามกลางปัจจัยเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง และประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,610 จุด
          
      ด้านนายภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เหตุการความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรรับตัวเพิ่มมากกว่า 3% และในขณะเดียวกันส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.4% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในช่วงสั้นหุ้นในกลุ่มพลังงานจะได้รับข่าวดีจากการราคาน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามในระยะถัดไปว่าจะมีการตอบโตอย่างไรบ้าง และนักลงทุนจะเลี่ยงชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หันไปลงทุนที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ
 
    ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนติดตามความไม่สงบของตะวันออกกลาง และการพิจารณาร่างงบประมาณปี 63  โดยเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานที่จะได้รับประโยชน์จากกรณีที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น โดนเลือก PTT,PTTEP และ PTTGC โดยประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์จะมีแนวรับที่ระดับ 1,580จุด และแนวต้านที่ 1,600 จุด
 
    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี  เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์  ประเมินหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกที่กรอบ 1600-1605 จุด จากแรงหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นไปที่ 68 ดอลลาร์ หลังตลาดกังวลเรื่องการโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่ออิรักแล้วทำให้นายพลของอิหร่านเสียชีวิต ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจจะเป็นแรงหนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปเล่นที่ 70 ดอลลาร์ได้ 
 
    การที่มีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานเข้ามาคาดจะยังหนุนให้ดัชนี SET ขึ้นไปเล่นเหนือ 1600 จุด แต่อาจจะเห็นความผันผวนเกิดขึ้นมาบ้างในตลาดหุ้นหลักๆ ใน 1-2 วันนี้แต่คงไม่กระทบกับตลาดหุ้นไทยมาก   แนะนำ เก็งกำไร PTT IVL PTTGC IRPC

***  ระวังแรงเทขาย หลังฟันด์โฟลว์ยังชะลอ

      บล.กรุงศรี  มีมุมมองเป็นบวกคาด SET Index ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,600 – 1,605 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว จากภาวะ Risk on นำโดยกลุ่ม Global play ตอบรับข่าวบวกสหรัฐ-จีนเตรียมลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกวันที่ 15 ม.ค.และจะดำเนินการเจรจาเฟสสองต่อไป นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูงเหนือ 61 US/Barrel จากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐจะส่งทหาร 750 นายเข้าประจำการในตะวันออกกลางหลังกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าสถานฑูตสหรัฐในกรุงแบกแดด อย่างไรก็ตามควรระวังแรงขายจากความกังวล Fund flow ต่างชาติที่ยังคงชะลอตัวซึ่งจะกดดันให้ภาวะตลาดสลับอ่อนตัวลง

    กลยุทธ์การลงทุน กลุ่ม Global Play: PTTEP, TOP, PTTGC, SPRC, IVL ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูงเหนือ 61 US/Barrel และข่าวการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐ-จีนในวันที่ 15 ม.ค. และ?กลุ่มที่คาดว่างบ 4Q19 เติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, SAWAD, MTC, JMT, BCH, CHG

*** ยก SPRC เด่นในกลุ่ม ENERGY

      บล.ทิสโก้ ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Fundamental Pick SPRC - เราเริ่มต้นวิเคราะห์หุ้น SPRC ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" โดยเป็นหุ้นเด่นตัวใหม่ในกลุ่ม ENERGY ให้เป้าพื้นฐาน 12.9 บ. คิดเป็น PBV ปี 2020F ที่ 1.4x เทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีตและสอดคล้องกับระดับ ROE, เราคาดว่าปี 2020F จะพลิกกลับมามีกำไรและกำไรถือว่ามีความชัดเจนกว่าหุ้นโรงกลั่นตัวอื่นๆ เพราะมีความเสี่ยงในธุรกิจปิโตรเคมีขาลงจำกัด

      คาด SPRC จะกลับมาจ่ายเงินปันผลดีอีกครั้งในปีนี้ ให้ Div. Yield 5%, มองได้ประโยชน์จากกฎ IMO2020 เพราะการกลั่นน้ำมันของบริษัทเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นกลางในสัดส่วน 40% ขณะที่น้ำมันกำมะถันสูง คิดเป็นสัดส่วนเพียง 10%
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด