ข่าวนี้ที่ 1

ตลท.เตือนหุ้นไทยแพง ห่วงกำไรบจ.โตไม่ทัน-กนง.คาดจีดีพีติดลบ 8.1%

ตลท.เตือนหุ้นไทยแพง ห่วงกำไรบจ.โตไม่ทัน-กนง.คาดจีดีพีติดลบ 8.1%

 ข่าวร้ายท่วมตลาด "ภากร" ออกโรงเตือนหุ้นไทยแพง หลัง Forward P/E แตะ 20 เท่า  จากปกติ 16-17 เท่า และมากกว่า Historical P/E ที่ 19 เท่า ห่วงเศรษฐกิจทรุด ฉุดกำไรบจ.ปีหน้าโตไม่ทัน ขณะที่"คณะกรรมการนโยบายการเงิน" หั่นเป้าเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นติดลบ 8.1% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมคงดอกเบี้ยที่ 0.5% หลังโควิด-19 รุนแรงกว่าคาด ด้านหุ้นไทยดิ่งแรงตอบรับข่าว 23 จุด 

*** ตลท.เตือนหุ้นไทยแพง

      นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของมูลค่าตลาดหุ้นไทยในตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงเมื่อเทียบกับการประเมินรายได้หรือกำไรของบริษัทจดทะเบียน(Earning) ในปีหน้า 

    จากข้อมูลปัจจุบัน ประเมิน Forward P/E ในช่วง 1 ปีข้างหน้าสูงระดับ 20 เท่า ซึ่งมากกว่าตัวเลขระดับปกติ 16-17 เท่า นอกจากนี้ ยังมากกว่า Historical P/E ซึ่งอยู่ที่ 19 เท่า

     นอกจากนี้ยังต้องติดตามภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2564 เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หากยังไม่มีข้อมูลใหม่ว่าเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัว ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

     " มูลค่าของหุ้นไทยปัจจุบันขึ้นมาสูงมากเมื่อเทียบรายได้หรือ Earning ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า จะเห็นว่าค่าเฉลี่ย Forward P/E ที่ 20 เท่า เป็นตัวเลขที่สูงสุดตั้งแต่ผมทำงานมา ปกติอยู่ที่ 16-17 เท่า " นายภากร กล่าว

*** แนะนักลงทุนเกาะติดข้อมูลใกล้ชิด

     สำหรับตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงหนักสุดช่วงเดือนเมษายนถึง 37% แต่ปัจจุบันปรับตัวลดลงเหลือประมาณ 10% ด้านมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยอยู่ที่ 69,000 ล้านบาท/วัน จากปีก่อนอยู่ที่ 53,000 ล้านบาท/วัน 

    ภาพรวมนักลงทุนรายย่อยเพิ่มมากขึ้นมีสัดส่วน 43% จากเดิม 13% โดยในช่วงตลาดปรับตัวลดลงมีบัญชีเปิดถึง 100,000 บัญชี จากเดิมทั้งปีเปิดบัญชีประมาณ 150,000 บัญชี

    อย่างไรก็ตามขอให้นักลงทุนติดตามดูข้อมูล และเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ ว่าแตกต่างหรือปรับตัวอย่างไรเพื่อเป็นปัจจัยตัดสินใจในการลงทุน
 
 *** กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 0.5%

 
    นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปี โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกรุนแรงกว่าที่คาด

     กนง.ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยหดตัวกว่าที่ประมาณการเดิม จากผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรงกว่าที่คาดและรัฐบาลหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องดำเนินมาตรการควบคุมการระบาด ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก รวมทั้งผลกระทบที่มีความไม่แน่นอนสูงต่อโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ รูปแบบการทำธุรกิจ วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน
 
*** หั่นจีดีพีปีนี้เป็นติดลบ 8.1% 

      กนง. ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ปีนี้ โดยคาดว่าจะติดลบ 8.1% จากเดิมคาดติดลบ 5.3% ขณะที่ในปี 64 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้ 5% จากเดิมคาด 3%

    การส่งออกในปีนี้ คาดว่าจะติดลบ 10.3% จากเดิมคาดติดลบ 8.8% ในปี 64 คาดว่าส่งออกจะขยายตัวได้ 4.5% จากเดิมคาด 0.2% ด้านการนำเข้าในปีนี้คาดติดลบ 16.2% จากเดิมคาดลบ 15% ส่วนปี 64 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.1% จากเดิมคาดลบ 0.4%

     อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ คาดว่าจะติดลบ 1.7% จากเดิมคาดลบ 1% ปี 64 คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.9% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 0% จากเดิมคาดติดลบ 0.1% และในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 0.1%

     ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 8 ล้านคน จากเดิมคาด 15 ล้านคน และในปีหน้าเพิ่มเป็น 16.2 ล้านคน ราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้คาดอยู่ที่ 35.1 ดอลลาร์/บาร์เรล และในปีหน้าขยับขึ้นมาอยู่ที่ 37 ดอลลาร์/บาร์เรล
     
    นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า  เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 8.1% ถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  จากปี 40 ที่เศรษฐกิจไทยเคยติดลบ 7.6%  

*** ลุ้นครึ่งปีหลังกิจกรรมศก.ฟื้น

    กนง.ประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป มองว่าจะเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปี 64 แต่อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพระบบการเงินเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โดยกนง.มองว่า จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย รวมทั้งมาตรการด้านการคลังต่างๆ จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นและช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

     ภาวะการเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นปรับลดลงหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนและพันธบัตรรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูง

     ขณะที่สินเชื่อขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมสภาพคล่องรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและเพื่อทดแทนการออกตราสารหนี้  สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคชะลอลง

    “เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีโอกาสติดลบลึกมาก และช่วงครึ่งหลังของปีจะค่อยๆ ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังจะเห็นจีดีพียังคงติดลบ แต่ติดลบน้อยลงเรื่อยๆ จนขยายตัวเป็นบวก เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้”นายทิตนันทิ์ กล่าว

*** จับตาเงินบาทแข็งค่าใกล้ชิด

    นอกจากนี้ กนง.กังวลสถานการณ์ค่าเงินบาที่แข็งค่า ส่วนเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอล และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม

      สำหรับระบบการเงินมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง แต่ในระยะข้างหน้าต้องเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ และครัวเรือนที่ลดลง โดยธปท.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบระยะที่ 2 แล้ว

     มองไประยะข้างหน้า กนง.จะติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งจากเศรษฐกิจต่างประเทศ ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประสิทธิผลของมาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น
 
*** ตลาดหุ้นดิ่ง 23 จุด

    ด้านดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ดิ่ง 23 จุด ลดลง 1.70% มาอยู่ที่ 1,333.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,885 ล้านบาท 

    นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ 1,154.19 ล้านบาท
    นักลงทุนบัญชีหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,623.68 ล้านบาาท
    นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 3,589.37 ล้านบาท 
    นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ  4,058.86 ล้านบาท     


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด