ข่าวนี้ที่ 1

BJC ทุ่ม 1 หมื่นลบ.ขยายสาขา"บิ๊กซี"-จ่อผุดห้างใหม่กลางเมือง

BJC ทุ่ม 1 หมื่นลบ.ขยายสาขา

"เบอร์ลี่ ยุคเกอร์" เปิดแผนธุรกิจปี 63 ทุ่มงบกว่า 8,000- 10,000 ล้านบาท เปิดสาขา "บิ๊กซี" ทั้งในและต่างประเทศ จากปีนี้มีสาขารวม 1,379 สาขา  แย้มผุดห้างสรรพสินค้ารูปแบบใหม่ ย่าน CBD พร้อมเพิ่มขนาดพื้นที่เช่า หวังสร้างรายได้ประจำมากขึ้น ด้านโบรกเกอร์ คาดไตรมาส 4/62 ผลงานโตดี รับไฮซีซั่นธุรกินค้าปลีก ให้ราคาเป้าหมาย 56-64 บาท 

*** เปิดแผนลงทุนปี 63

    นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยว่า ปี 63 บริษัทมีแผนเปิดสาขาบิ๊กซีทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่อง โดยใช้งบลงทุนราว 8,000 - 10,000 ล้านบาท มุ่งเน้นขยายสาขาในต่างประเทศเป็นหลัก 

    โดยการเปิดสาขาในเวียดนาม กัมพูชาและสปป.ลาว เป็นรูปแบบมินิบิ๊กซี 60 สาขา และไฮเปอร์มาร์เก็ตอีก 1 สาขา ขณะที่การขยายสาขาภายในประเทศบริษัทจะขยายขนาดกลาง – เล็กมากขึ้น แบ่งเป็น บิ๊กซี มาร์เก็ต 2 สาขา และมินิ บิ๊กซี 300 - 400 สาขา ส่วนรูปแบบสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต จะขยายเพิ่มอีก 3 - 4 สาขา 

    ส่วนในธุรกิจเดิมบริษัทมีแผนจะปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มไลน์การผลิตในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วเพิ่มเติม

     ?"เรามีแผนที่จะขยายสาขาบิ๊กซีให้ครบในประเทศ CLMV ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปจัดตั้งสำนักงานออฟฟิศกลางในประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายใน CLMV เพื่อนำสินค้าในประเทศไทยเข้าไปทำการตลาดในประเทศดังกล่าว คาดว่าจะสามารถทำการเปิดสาขาบิ๊กซีได้ในเร็วๆนี้ 

*** เล็งพัฒนาห้างรูปแบบใหม่-ทำ E-Wallet 

    นอกจากนี้ ปี 63 บริษัทมีแผนพัฒนาห้างสรรพสินค้ารูปแบบใหม่ภายในประเทศ ในย่านทำเล CBD ซึ่งมีที่ดินรองรับไว้แล้ว เบื้องต้นจะมีสัดส่วนพื้นที่เช่าให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งย่อขนาดบิ๊กซีให้มีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ประจำให้แก่บริษัทในอนาคต

    บริษัทยังเตรียมลงทุนราว 1 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบออนไลน์ โดยมีแผนทำกระเป๋าเงินออนไลน์  (E-Wallet) โดยมีสกุลเงินกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ  

*** คงเป้ารายได้ปีนี้โต 5%

    นายอัศวิน กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/62  คาดว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ถึงแม้แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศไม่ได้เป็นตามที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าจะเป็นช่วงจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ  ซึ่งเป็นผลกระทบภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอลงตัว แต่ภาพรวมรายได้ทั้งปีบริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโตราว 5% จากปีก่อนที่ทำได้ 172,196.38 ล้านบาท

    ส่วนการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ ? ประกอบด้วย ไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 สาขา บิ๊กซี มาร์เก็ต (บิ๊กซี ฟู้ดเพลส) 1 สาขา มินิบิ๊กซี 300 สาขา และร้านขายยาเพรียว 5 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 62 จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,379 สาขา แบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต 153 สาขา บิ๊กซี มาร์เก็ต 63 สาขา มินิ บิ๊กซี ทะลุ 1,000 สาขา และร้านขายยาเพรียว 145 สาขา

    ล่าสุดบริษัทได้เปิด บิ๊กซี สาขาปอยเปต ถือเป็นสาขาแรกในต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มบีเจซี (ไม่นับรวม Mega Market ในเวียดนาม) ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตสาขาดังกล่าวในช่วง 3 ปีแรกของการดำเนินงาน เฉลี่ยอยู่ที่ 5 – 6% ต่อปีหรือ ยอดขายไว้ที่วันละ 1 ล้านบาท

*** โบรกฯชี้เป้า 56-64 บาท

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร 4Q62 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจค้าปลีกและอัตรากำไรธุรกิจกระป๋องเริ่มฟื้นตัว แนวโน้มปี 2563 ธุรกิจขวดแก้วและกระป๋องฟื้นตัวจากฐานต่ำ มีปริมาณผลิตกระป๋องเพิ่มขึ้นจากลูกค้าใหม่ อีกทั้งได้ Economies of scale ส่วนธุรกิจค้าปลีกในไทยคาดเติบโตปานกลาง แต่ระยะยาวมีโอกาสเติบโตสูงใน CLMV แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 64 บาท 

    SSSG ของบิ๊กซี QTD ยังติดลบประมาณ 4-5% แต่คาดผลประกอบการดีขึ้นใน 4Q62 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลในปลายปี มีการทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น และแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการร่วมมือกับซัพพลายเออร์ ปรับเปลี่ยนสินค้ามาเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนลูกค้า B2B ในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ส่วนผลกระทบจาก TFRS16 ในปีหน้า บริษัทอยู่ระหว่างประเมิน แต่คาดกระทบไม่มากนัก 

    ส่วนธุรกิจค้าปลีกใน CLMV ยังมีสัดส่วนน้อยหลังจากเปิดบิ๊กซีสาขาแรกที่กัมพูชาเมื่อเดือน ต.ค. อย่างไรก็ดี ในระยะยาวธุรกิจค้าปลีกของ BJC มีโอกาสเติบโตสูงหากเข้าซื้อกิจการค้าปลีกในลาวและเวียดนามจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากจะมีการขยายสาขาในลาวและเวียดนามจำนวนมาก รวมทั้ง BJC อาจเข้าซื้อ Mega Market เวียดนามในอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปีข้างหน้า ซึ่งมีผลประกอบการฟื้นตัวเป็นกำไรมาแล้ว 3 ปี

    บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ได้ปรับลดกำไรคาดการณ์สำหรับปี 2019-2021 ลงประมาณ 8-10% เนื่องจากการฟื้นตัวท่ช้ากว่าคาดของธุรกิจ PSC รวมถึงตัวเลข SSSG ที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างไรก็ตามเรามองว่าธุรกิจ PSC น่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาสที่ 3Q19 ด้วยกลยุทธ์การขยายกลุ่มสินค้าและขยายไปต่างประเทศของ BJC จะช่วยลดผลกระทบของเศรษฐกิจที่ชะลอในประเทศได้ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย: 56.00 บาท

    บล.ทิสโก้ ปรับประมาณการปี 2019-21F ลง 0.5 – 1.6% เพื่อสะท้อน SSSg ที่ลดลงจากเดิมในปี 2019F โดยมีอัตรากำไร และ SG&A ที่ดีขึ้น โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 61.00 บาท คิดเป็น CAGR ที่ 10% สำหรับปี 2019-21F และด้วยราคาหุ้นของ BJC ที่ Laggard ประกอบกับการเติบโตของบริษัทในเครือเป็นปัจจัยหนุน ในขณะที่ในระยะยาวจะมีการดำเนินงานของ Mini Big C ในต่างประเทศ รวมถึงคำสั่งซื้อจากกลุ่ม TCC ที่เพิ่มขึ้น มีความเสี่ยงคือ การบริโภคที่แย่กว่าคาด, การขยายสาขาที่แย่กว่าคาด, ปัญหาทางการเมือง และการพึ่งพากลุ่ม THBEV
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด