ข่าวนี้ที่ 1

BAM เพิ่มงบซื้อหนี้เป็นมากกว่า 1 หมื่นลบ. จับตางบ Q1 อ่อนแอ

BAM เพิ่มงบซื้อหนี้เป็นมากกว่า 1 หมื่นลบ. จับตางบ Q1 อ่อนแอ

"บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์" ประกาศเพิ่มงบซื้อหนี้เสียปีนี้ทะลุ  1 หมื่นล้านบาท  จากเดิมวางงบ 7 พันล้านบาท หลังคาดการณ์ธนาคารพาณิชย์จะแห่ขายหนี้เสียมากขึ้น พร้อมยอมรับรายได้ปีนี้ชะลอตัวจากปีก่อน หลังลูกค้าขอปรับโครงสร้างหนี้ "โบรกเกอร์" มองงบไตรมาส 1/63 อ่อนแอ หลังไม่มีการขายสินทรัพย์และมีภาระภาษีฉุด แต่เซอร์ไพรส์ตลาดหลังถูกเข้าคำนวณดัชนี MSCI รอบใหม่ 

*** เพิ่มงบซื้อหนี้ทะลุ 1 หมื่นลบ.
    นายบรรยง วิเศษมงคลชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ปีนี้บริษัทได้เพิ่มงบซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และ ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) เป็นมากกว่า 10,000 ล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ 7,000 ล้านบาท  จากปีก่อนใช้งบซื้อหนี้ 12,000 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทซื้อหนี้จากสถาบันการเงินมาแล้ว 6,000 ล้านบาท  เงินที่จะนำไปซื้อจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท
     
    อย่างไรก็ตามปีนี้ยอมรับว่าการซื้อหนี้เข้ามาบริหารอาจต้องใช้เวลามากขึ้น จากเดิมเมื่อซื้อหนี้มาแล้วจะสามารถเจรจากับลูกหนี้ได้ทันที แต่สถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้บริษัทมีความจำเป็นที่ต้องเก็บหนี้ไว้ให้นานมากขึ้น หรือ มากกว่า 1 ปี เพราะต้องช่วยเหลือลูกหนี้ให้ตั้งหลักเพื่อที่จะกลับมาผ่อนชำระได้ ดังนั้นการเก็บทรัพย์ไว้นานขึ้น จึงอาจทำให้รายได้ที่เคยรับรู้หายไป หรือ ลดลง

*** รายได้ปีนี้ชะลอ
    นายบรรยง กล่าวยอมรับว่า รายได้ปีนี้จะลดลงจากปีก่อน ที่มีรายได้ 12,256.87 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระ

    ปัจจุบันมีลูกค้าได้เข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ลดการผ่อนชำระค่างวด หรือ ลดดอกเบี้ย จำนวนมาก โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทจะมีการเติบโตทางด้านสินทรัพย์ และ รายได้ ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งปีก่อนสินทรัพย์เติบโต 7-10% รายได้เติบโต 7-10% เช่นกัน  

    “ปีนี้รายได้คงไม่โต เพราะเราต้องช่วยลูกค้าในยามที่ลำบาก แน่นอนการลดค่างวด ลดดอกเบี้ย กระทบรายได้ กระทบผลการดำเนินงานของเราอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าในยามที่ลูกค้าดีขึ้น เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว รายได้เราก็จะกลับมาเป็นปกติ อีกอย่างปีก่อนเรามีรายได้พิเศษก้อนใหญ่มา 5 พันล้านบาท ทำให้ฐานปีก่อนสูงมากกว่าปกติ”นายบรรยง กล่าว

*** จ่อออกหุุ้นกู้ 2 หมื่นลบ.ลดต้นทุน
     บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ วงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาซื้อหนี้ และ บริหารต้นทุนทางการเงินให้ต่ำลง ซึ่งการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.นี้

    “เราไม่ได้ออกทีเดียว 2 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการขอวงเงินไว้ และ จะทยอยออกหุ้นกู้เป็นล็อตๆ เพื่อนำเงินที่ได้ไปซื้อหนี้ เพราะเชื่อว่าแบงก์จะขายหนี้ออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะเข้าไปประมูล และ อีกส่วนหนึ่งเราจะไปรีไฟแนนซ์ หรือ ทำให้ต้นทุนทางการเงินเราถูกลง เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง”นายบรรยง กล่าว?

*** โบรกฯมอง Q1/63 งบอ่อนแอ
    บล.ทิสโก้ คาดผลประกอบการไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 577 ล้านบาท ลดลง 82% YoY และ 65% QoQ เนื่องจากไม่มีการขายสินทรัพย์ และ มีภาษี 20% รวมถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอ นอกจากนี้ มีการตั้งสำรอง 1.8 พันล้านบาท จาก IFRS9 แต่จะเป็นรายการพิเศษไม่ผ่านงบกำไรขาดทุน แต่จะมีรายการ Greenshoe 3.2 พันล้านบาท ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 1.4 พันล้านบาท และ ไม่คาดว่า BAM จะรับรู้ภาษีรอการตัดบัญชีในไตรมาสนี้ แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นครึ่งปีหลังนี้ทำให้ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นในอนาคตหนุนผลประกอบการ และ ด้วยการซื้อสินทรัพย์ราคาถูกเพิ่มขึ้น 
    ยังแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 29 บาท เนื่องจากราคาหุ้นที่ไม่แพง และ การย่อตัวเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสม

    บล.ทรีนีตี้ คาดกำไรไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 684 ล้านบาท อ่อนตัว 59% QoQ และ 79% YoY โดยในไตรมาสนี้มีประเด็นสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี ซึ่งทำให้คาดว่า จะเห็นรายได้จาก NPL เพิ่มขึ้น เนื่องจากภายใต้ TFRS9 จะต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์คงค้าง (EIR) จาก NPL ที่มีหลักประกัน จากที่เมื่อก่อนจะรับรู้รายได้เมื่อได้รับกระแสเงินสด (เช่น รับชำระหนี้ หรือ ขายทอดตลาดหลักประกัน) เท่านั้น

    สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2/63 อาจเห็นผลกระทบที่มากขึ้น เนื่องจากในช่วงปลาย มี.ค. ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้กรมบังคับคดีที่บริษัทประมูลขายทรัพย์หลักประกันต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ซึ่งอาจสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือน มิ.ย. ทำให้ในช่วงดังกล่าวบริษัทจะไม่สามารถนำทรัพย์หลักประกันไปประมูลขายได้ และ กระทบกระแสเงินสดจาก NPL ในส่วนของการขาย NPA จึงคาดว่า จะเห็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายลงยังคาดว่า จะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตามผลกระทบในครึ่งปีแรกทำให้ปรับประมาณการกำไรปี 63 ลง 20% จากประมาณการก่อนหน้า เหลือ 4,138 ล้านบาท (-37%YoY) อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รวมผลบวกจาก DTA ส่วนที่เหลืออีกราว 5.9 พันล้านบาทเข้ามาในประมาณการ เนื่องจากยังไม่แน่ชัดว่าจะรับรู้รายการดังกล่าวเมื่อใด โดยจากประมาณการใหม่จึงปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 24.5 บาท และ ปรับคำแนะนำเป็น "ถือ"

*** เข้า MSCI เซอร์ไพรตลาด 
    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ การประกาศ MSCI Rebalance ไทยถูกปรับลดน้ำหนักลงสู่ 2.36% จาก 2.39% คิดเป็นเม็ดเงินราว -56 ล้านเหรียญ โดยสำหรับ MSCI Thailand Index หุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณ ได้แก่ AWC, BAM, KTC ขณะที่หุ้นที่หลุดจากการคำนวณ คือ BANPU มีผล 29 พ.ค.นี้ 
    โดย BAM ถูกเข้าคำนวณดัชนี MSCI  ถือว่า Surprise ตลาด  + เห็นสัญญาณ NPL เพิ่มสูงขึ้น เอื้อประโยชน์ต่อการสะสมพอร์ตหนี้ NPL เพิ่ม 
    สำหรับ Earnings Outlook : BAM เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบริหารหนี้ NPL ด้วย Market share สูง 44% และทิ้งห้างเบอร์ 2 ที่อยู่เพียง 19% และมีฐานเงินทุนแกร่ง เอื้อต่อการสะสมพอร์ทหนี้ NPL ช่วงถัดไป พร้อมมี Hidden assets จากหลักประกันที่ช่วยลดความเสี่ยง โดยมีมูลค่าสูง 2 แสนลบ. เทียบ Market cap 7.9 หมื่นลบ. โดยประเมินกำไรปีนี้แม้ลดลง 32% จากรายได้ลดลง เพราะปีก่อนมีรายได้ก้อนใหญ่จากลูกหนี้ใหญ่ชำระหนี้และเสียภาษีมากขึ้น และคาดกำไรปี 2021F จะกลับมาโต 6% (กำไร 1H อ่อนตัวจากผล Covid-19 และกลับมาทยอยฟื้น 2H) 
      Valuation : เป็นหุ้น Defensive ที่เหมาะสมกับช่วงภาวะปัจจุบัน และซื้อขาย P/BV 2.0 ต่ำกว่ากลุ่มมาก 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด