ข่าวนี้ที่ 1

EA ทุ่ม 1.5 พันลบ. เทกโอเวอร์ NEX ต่อยอดยานยนต์ไฟฟ้า

EA ทุ่ม 1.5 พันลบ. เทกโอเวอร์ NEX ต่อยอดยานยนต์ไฟฟ้า

     EA ส่งบริษัทย่อย"อีเอ โมบิลีตี โฮลดิง(EMH)"เข้าซื้อหุ้น"เน็กซ์ พอยท์(NEX)"สัดส่วน 40% ใช้งบ 1.5 พันลบ. หวังต่อยอดธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า คาดสรุปแผนร่วมกันใน 2 เดือน ตั้งเป้าคืนทุนใน 2-3 ปี พร้อมอวดงบ Q1/63 กำไรโต 19%  ด้าน NEX พลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 2 ปี   
               
* EA ส่งบ.ย่อยเก็บหุ้น NEX 40% เสริมแกร่ง EV 
 
    นางสาวออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัทย่อย "อีเอ โมบิลีตี โฮลดิง" (EMH) เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ของ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX จำนวนไม่เกิน 670 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 40% หลังการเพิ่มทุน มูลค่ารวมไม่เกิน 1,500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่ง NEX เป็นผู้ประกอบชิ้นส่วนและจัดจำหน่าย รวมถึงให้บริการหลังการขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์โดยสาร  รถบัสโดยสาร และอื่นๆ รถยนต์เชิงพาณิชย์ และรถยนต์ส่วนบุคคล 

      เงื่อนไขสำคัญก่อนการเข้าลงทุน เนื่องจากการเข้าลงทุนดังกล่าวมีผลให้ EMH ได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญใน NEX ในจำนวนที่ข้ามจุดที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ NEX ที่สัดส่วน 25% แต่ EMH จะขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Whitewash)    

     ทั้งนี้จะมีการเข้าประชุมวางแผนรวมกันระหว่างทั้ง 2 บริษัท เพื่อหาแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต คาดจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน

* ยังไม่มีแผนเข้าซื้อกิจการทั้งหมด-คาดคืนทุนใน 2-3 ปี      

    นางสาวออมสิน เผยการเข้าลงทุนดังกล่าว คาดหวัง Synergy ร่วมกันระหว่าง 2 บริษัท ที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันเกี่ยวกับธุรกิจยานยนต์ โดยยังไม่มีนโยบายเข้าซื้อกิจการทั้งหมด หรือ ส่งบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม(Backdoor Listing) และพอใจในการถือหุ้นสัดส่วน 40% ซึ่งบริษัทได้ยื่นขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Whitewash) ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เนื่องจากการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวเป็นการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ ไม่ได้ซื้อจากผู้ถือหุ้นเดิม จึงมีสิทธิในการขอผ่อนผันทำคำเสนอซื้อ

    สำหรับเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท มาจากเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่ง ณ สิ้นปี 62 มีอยู่ถึง 8,703 ล้านบาท คาดหวังคืนทุนภายใน 2-3 ปี

    "NEX มีพัฒนาการด้านธุรกิจยานยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังการปรับโครงสร้าง สะท้อนจากงบการเงินไตรมาส 1/63 ที่พลิกกลับมามีกำไรแล้ว ซึ่งเรามองเห็นศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อต่อยอดธุรกิจ EV ในอนาคต จึงเข้าลงทุนครั้งนี้" นางสาวออมสิน กล่าว

    โดยราคาหุ้น EA ปิดการซื้อขาย วันที่ 15 พ.ค.63 ที่ระดับ 39 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 2.63% มูลค่าการซื้อขาย 312.45 ล้านบาท        

* เปิดงบ EA โค้งแรก กำไรโต 19.93%  

    นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า  ไตรมาสที่ 1 ปี 2563 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน 1,452.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 241.34 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.93 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มี กำไรสุทธิรวม 1,210.72 ล้านบาท ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้

    บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม จำนวน 4,761.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,672.96 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 54.17 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,088.45 ล้านบาท
    
    ไตรมาส 1/2563   มีรายได้รวมอยู่ที่ 4,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 3,088 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 1,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,211 ล้านบาท หลังรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลม ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตรวม 664 เมกะวัตต์  และธุรกิจไบโอดีเซล  เติบโตตามราคาขายน้ำมันไบโอดีเซลหลังรัฐส่งเสริมการใช้น้ำมัน B10  

* โควิดทำไบโอดีเซล - EV สะดุด เล็งศึกษา Biomass / Biogas 
    
    คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2/63 ผลการดำเนินงานจากสายธุรกิจไบโอดีเซล จะมีแนวโน้มที่ลดลงจากปริมาณการจำหน่ายที่แปรตามการเดินทางที่ลดลงจากมาตรการของภาครัฐเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ส่วนการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารเปลี่ยนสถานะหรือ Bio-PCM จะมีสัญญาณที่ดี โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายในช่วงกลางปี 

    อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องเลื่อนการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า MINE SPA1 เนื่องจากลูกค้าหลักซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถยนต์สาธารณะในบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิได้รับผลกระทบ จึงมีการปรับเลื่อนระยะเวลาการผลิตและส่งมอบออกไปเป็นช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่อย่างใด 

    นอกจากนี้ บริษัทฯยังคงมองหาโอกาสการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเริ่มเน้นศึกษาโครงการ Biomass และ Biogas มากขึ้น และเพื่อรองรับการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่อีก 2 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท อีเอเวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (EA Waste Management Co., Ltd.) หรือ EWM เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการกำจัดขยะรวมถึงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตจากขยะ และ บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (Absolute Assembly Co., Ltd.) หรือ AAB เพื่อดำเนินธุรกิจในการผลิต ประกอบยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงจำหน่ายและให้บริการเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ซึ่งจะได้เปิดเผยความคืบหน้าต่างๆ ให้ทราบต่อไป

* NEX เผย Q1/63 พลิกกำไร - รายได้ธุรกิจรถบัสหนุน  

     นายเอนก ปิ่นวนิชย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)  หรือ NEX เปิดเผยผลประกอบการงวด Q1/63 มีกำไร 0.94 ล้านบาท หรือ 0.002 บ./หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 62 ที่ขาดทุน 24.5 ล้านบาท  และเป็นผลประกอบการที่มีกำไรเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส หรือ 2 ปี   
    
    โดยรายได้  Q1/63 เพิ่มขึ้น 430.99 ล้านบาท หรือ 245% จากการเข้าลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบการธุรกิจรถบัส  เมื่อเดือนก.พ.63 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 22.41 ล้านบาท และบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมขยายธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
    
    ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ มีกำไรขั้นต้น 4.35 ล้านบาท ลดลง 26.01% จากภาวะเศรษฐกิจ ด้านธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ มีกำไรขั้นต้น 19.17 ล้านบาท ลดลง 9.40% ส่วนธุรกิจขนส่งขาดทุน 3.61 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่ม 29.86% เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 

    โดย NEX  หรือบริษัทเดิมคือ บริษัท ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SPPT  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 โดยผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี หลังสุด (2560-2562) NEX มีกำไร 9.57 ล้านบาท , ขาดทุน 55.76 ล้านบาท และ ขาดทุน 146.66 ล้านบาท  ตามลำดับ   

    โดยราคาหุ้น NEX ปิดการซื้อขาย วันที่ 15 พ.ค.63 ที่ระดับ 3.40 บาท ลดลง 0.14 บาท หรือ 3.95% มูลค่าการซื้อขาย  89.27 ล้านบาท        
   







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด