ข่าวนี้ที่ 1

ทองพุ่งทะลุแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี

ทองพุ่งทะลุแนวต้าน 1,800 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี

     "กูรูทอง" เผย ราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,800 ดอลลาร์ สูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี มองระยะยาวยังไปต่อ หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง-ศก.ทั่วโลกถดถอย ให้เป้าถัดไปที่ 1,831-1,900 ดอลลาร์ ด้าน YLG แนะลงทุนผ่านโกลด์ฟิวเจอร์ส ใช้เงินลงทุนไม่ถึง 10% เพิ่มโอกาสทำกำไรสูง

*** ราคาทองทะลุ 1,800 ดอลลาร์ สูงสุดรอบเกือบ 9 ปี


     นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดราคาปรับขึ้นไปอยู่ระดับสูงสุดของปีนี้ที่ 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าปรับขึ้นมาจากต้นปีแล้วเกือบ 20% โดยราคานี้ถือเป็นราคาสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี เท่ากับระดับราคาในเดือน ก.ย.54

***เน้นลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัย หลังผู้ติดโควิดในสหรัฐฯพุ่ง

     การปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องคงมาจากความวิตก หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุด Johns Hopkins University ระบุว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในสหรัฐฯพุ่งแตะ 60,021 ราย ในวันอังคารที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ทำให้ผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯทะยานขึ้นสูงกว่า 3 ล้านราย

     ด้านความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนยังคงย่ำแย่จากประเด็นจีนเตรียมกำหนดข้อจำกัดวีซ่าต่อพลเมืองสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้กรณีเปิดประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในทิเบต รวมถึงเรื่องความมั่นคงในฮ่องกง จึงทำให้มีแรงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามหากมีการผลิตวัคซีน COVID-19 สำเร็จ ก็อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับลดลงมาได้

     การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในขณะนี้ อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนมีข้อจำกัดในด้านการลงทุน เพราะราคาที่สูงขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนในการลงทุนทองคำแท่งที่สูงขึ้นตาม อย่างไรก็ดี นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนทองคำผ่านตลาด TFEX ทั้งในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน

***แนะลงทุนผ่านโกลด์ฟิวเจอร์ส ใช้เงินลงทุนไม่ถึง 10%
  
     ส่วนนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยในการลงทุนในรูปของเงินบาทนั้นก็สามารถลงทุนผ่านโกลด์ฟิวเจอร์ส(Gold Futures) ได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้แม้จะเป็นการซื้อขายด้วยเงินบาทแต่สามารถเป็นทางเลือกในการป้องกันความเสี่ยง สำหรับการลงทุนในทองคำและกลุ่มร้านทอง ที่สำคัญ คือ การลงทุนผ่าน TFEX ยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง เพราะวางเงินลงทุนเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา

     เช่น หากนักลงทุนทำการลงทุนในทองคำแท่งมูลค่า 10 บาททองคำ ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 260,000 บาท แต่ถ้าลงทุนใน TFEX จะใช้เงินลงทุนไม่ถึง 20,000 บาท และหากในอนาคตราคาทองคำปรับขึ้นไปตามที่ลงทุนไว้ ก็สามารถทำกำไรได้ อีกหนึ่งความพิเศษของการลงทุนใน TFEX คือ สามารถทำได้ทั้งสภาวะที่ราคาทองเป็นขาขึ้นและขาลง

*** มองยังปรับขึ้นได้อีก ลุ้นแนวต้าน 1,831 ดอลลาร์
  
     คำแนะนำการลงทุนในช่วงนี้ มองว่าราคาทองยังแกว่งตัวขึ้น แต่ระยะสั้นแนะนำหาจังหวะขายทำกำไรช่วงราคา 1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านได้ให้รอขายที่แนวต้านถัดไปที่ 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวรับหากราคาทองคำปรับตัวลดลงให้ทยอยเข้าซื้อ 1,800-1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,777 ดอลลาร์ต่อออนซ์

     อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน TFEX ควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจผันผวนได้ โดยแนะนำตั้งจุดตัดขาดทุนสถานะซื้อหากราคาหลุด 1,789 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไป

*** นายกสมาคมค้าทองคำ ลุ้นปีนี้ทองแตะ 1,900 ดอลลาร์

     นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าปีนี้มีแนวโน้มเห็นราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังไม่มีวัคซีน แต่เบื้องต้นประเมินแนวต้านแรก 1,825 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวรับมอง 1,775 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองในประเทศยังไม่สามารถประเมินกรอบที่ชัดเจนเพราะขึ้นกับค่าเงินบาทประกอบกัน แนะนำให้ซื้อเมื่ออ่อนตัว

***ฮั่วเซ่งเฮง ให้เป้าปีนี้ 1,850 ดอลล์ ปี 64 ทะยาน 2,000 ดอลล์

     นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยกับ"สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย" ว่าราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุแนวต้าน 1,800 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี มาจากความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ2 และธนาคารกลางทั่วโลกมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดลงทุนทั้งหุ้นและทองคำสลับกัน แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมการติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น และไม่มีวัคซีนรักษาได้ ปัจจัยดังกล่าวยังหนุนสินทรัพย์ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่

     กองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เข้าซื้อทองคำปีนี้เป็นจำนวนมากรวมประมาณกว่า 700 ตัน โดยเฉพาะ ETF กลุ่มยุโรปและสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจภาพรวมภาวะเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2564 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ รวมถึงความเสี่ยงฐานการคลังของสหรัฐฯ ที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ซึ่งหากจำนวนหนี้ภาครัฐสูงกว่ารายได้ จะยิ่งช่วยหนุนให้ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงได้อีกครั้ง

     โดยเป้าราคาทองคำในปีนี้เบื้องต้นประเมินไว้ที่ 1,830 และ 1,850 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวรับ 1,770 และ 1,750 ดอลลาร์/ออนซ์ เป้าหมายราคาทองคำในปี 2564 มองแนวต้านไว้ที่ 1,900-2,000 ดอลาร์/ออนซ์ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว และอัตราผลตอบแทนการลงทุนทองคำในปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ส่วนราคาทองในประเทศประเมินแนวต้าน 26,900 และ 27,100 บาท แนวรับ 26,300 บาท ภายใต้เงินบาทประมาณ 31.18 บาท/ดอลลาร์ แนะนำให้ทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงแนวรับ

***ออสสิริส ชี้ราคาทองยังเป็นขาขึ้น

     นายจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายแนะนำการลงทุน บลป.คลาสสิก ออสสิริส จำกัด เปิดเผยกับ"สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ภาพรวมราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น ตอบรับประเด็นจำนวนผู้ติดเชื้อรอบ 2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์ช่วงนี้อ่อนค่า แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้น แต่สินทรัพย์ทองคำยังน่าสนใจเข้าลงทุน เห็นได้จากกองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ซื้อทองไปแล้วกว่า 20 ตัน โดยแนะให้นักลงทุนเก็งกำไรสถานะฝั่งซื้อ (Long)

     แนะนำกลยุทธ์การลงทุนสินค้า GOU20 สิ้นสุดก.ย. 63 ให้แนวรับ 1,800 ดอลลารื/ออนซ์ แนวต้าน 1,830 ดอลลาร์/ออนซ์ และ GFQ20 สิ้นสุดส.ค.63 ให้แนวรับ 26,700 บาท แนวต้าน 27,200 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด