ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้นกนง.ลดดอกเบี้ย 24 มิ.ย.นี้ เร่งฟื้นศก.-แก้บาทแข็ง

ลุ้นกนง.ลดดอกเบี้ย 24 มิ.ย.นี้ เร่งฟื้นศก.-แก้บาทแข็ง

    โบรกฯมอง กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุม 24 มิ.ย.นี้ 0.25% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสกัดเงินต่างชาติไหลเข้า หวังช่วยแก้บาทแข็ง ด้านหยวนต้า เปิด 5 ข้อสังเกตุ หนุนลดดอกเบี้ย 0.25% ชี้เศรษฐกิจไทยแย่กว่าคาด พร้อมส่อง 18 หุ้นจ่อรับอานิสงส์ ส่วนโนมูระฯ มองกนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% รอประเมินตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3/63

*** บล.เอเชีย เวลท์ คาด กนง.ลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.50% 
    
    นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเชีย เวลท์ จำกัด คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.50% ในการประชุมสัปดาห์หน้า เนื่องจากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสกัดเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในรอบ 2 เดือน โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นอันดับ 2 ในทวีปเอเชีย รองจากอินโดนีเซีย ในช่วงดังกล่าว

    หาก กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย จะทำให้กลุ่มหุ้นธนาคาร และสินเชื่อเสียประโยชน์ทั้งหมด จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ประเมินว่าน่าจะกระจายตัว แต่ชอบหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากมีการจ่ายปันผลสูงในช่วงดอกเบี้ยต่ำ แนะนำ GPSC, EGCO และ BGRIM


*** คาด กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีกครั้งในสัปดาห์หน้า 
    
    บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ ว่า แม้จะเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ผลประชุมของ คณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) วันที่ 24 มิ.ย. 63  แต่เรามี 5 ข้อสังเกตที่ดูจะสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอีก 25 bps. ได้แก่
    (1) ผลประชุมครั้งก่อนระบุชัดว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมแย่กว่าคาดการณ์เดิม ซึ่งครั้งนี้เราคาดว่าจะมีการปรับลดประมาณการ GDP2563 ลงจาก -5.3% ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการปรับลดดอกเบี้ย
    (2) เดือน มิ.ย.-ก.ค. 63 เป็นช่วงรอยต่อของนโยบายการคลัง ทั้งเป็นช่วงสิ้นสุดการให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นเวลา 3 เดือน และเป็นช่วงที่รัฐบาลมีการระดมเงินทุนเพื่อไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท การรักษาระดับต้นทุนทางการเงินจึงมีผลต่อการหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวม
    (3) อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค. 63 ติดลบ -3.4% YoY ต่ำสุดในรอบ 10 ปี 10 เดือน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน +0.01% YoY เมื่อลดดอกเบี้ย 25 bps. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังเป็นบวก
    (4) การลดดอกเบี้ยจะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ กนง. เริ่มกังวลในการประชุมครั้งก่อน
    (5) พฤติกรรรมการซื้อตราสารหนี้ของกองทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ คล้ายกับรอบการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งก่อน คือมีการเร่งซื้อในช่วง 5 วันทำการก่อนประชุม  

*** คาดการณ์ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
 
    เศรษฐกิจโดยรวม การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระให้กับลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิด NPL และช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการ Refinance หรือขยายธุรกิจ
    ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะอ่อนตัวลง แต่อาจไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ (อายุ 10 ปี ต่ำสุดที่ 0.858%) เพราะมีอุปทานพันธบัตรใหม่จากการระดมทุนของกระทรวงการคลังคอยหนุนผลตอบแทน
    ตลาดทุน การฟื้นตัวของ SET INDEX กว่า 42% จากจุดต่ำสุดที่ 969 จุดเมื่อ 13 มี.ค. 63 ทำให้ Current Earning Yield Gap (EYG) ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ 6.5% อย่างรวดเร็ว เหลือเพียง 3.9% ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 3.5% หาก SET INDEX จะขึ้นต่อ EPS ต้องโตเพื่อลด PER แล้วไปเพิ่ม Earning Yield แต่สถานการณ์ปัจจุบันคาดหวัง EPS Growth ได้ยาก (เว้นแต่มีการปรับลดภาษีนิติบุคคล) การลดลงของ Bond Yield จึงเป็นตัวแปรเดียวที่ช่วยหนุน EYG และประคอง SET INDEX ไม่ให้ทรุดตัวลงแรง
    อัตราแลกเปลี่ยน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยชะลอการไหลเข้าและกระตุ้นการไหลออกของกระแสเงินไปในคราวเดียวกัน อิงจากการลดดอกเบี้ยของ กนง. 5 ครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาทได้ 5-10 วันทำการ  

*** กลุ่ม Defensive มักขึ้นก่อนประชุม ส่วนแบงก์จะลงก่อนแล้วฟื้นหลังประชุม

    จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เราพบว่ากลุ่มที่มักปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดก่อน กนง. ลดดอกเบี้ย 5 วันทำการคือ โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ ลิสซิ่ง และสื่อสาร ขณะที่ กลุ่มแบงก์จะถูกกดดันก่อนการประชุม แต่มักจะมี Buy on fact หลังประชุม เช่นเดียวกับกลุ่มส่งออกและอสังหาฯที่มักปรับขึ้นได้ดีหลัง กนง. ลดดอกเบี้ย

*** ส่อง 18 หุ้นจ่อรับอานิสงส์
   
    ในเชิงกลยุทธ์ (1) แนะนำเก็งกำไร KKP, TISCO, TCAP, BEM, SUPER, GPSC, BGRIM, ADVANC, INTUCH, DTAC ก่อนประชุม กนง. ซึ่งเป็นชุดหุ้น D&D ที่มีความผันผวนต่ำ หาก กนง. ไม่ลดดอกเบี้ยตามที่เราคาด Downside จากความผิดหวังจะค่อนข้างจำกัด (2) รอซื้อ SCB, BBL, TMB, CPF, GFPT, TFG, AP, SPALI วันประชุม กนง. กรณีที่มีการลดดอกเบี้ย  

    ทั้งนี้ เราแนะนำติดตามแรงซื้อตราสารหนี้ของต่างชาติและกองทุนในประเทศ ถ้ายังซื้อในอัตราเร่ง และ Bond Yield ชะลอการปรับขึ้น ผนวกกับเงินบาทเคลื่อนไหวเชิงแข็งค่า จะเป็น เงื่อนไขที่เอื้อต่อการเก็งกำไรตามกลยุทธ์ข้างต้น แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ กลยุทธ์และธีมการลงทุนที่กล่าวมาทั้งหมดอาจไม่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้


***โนมูระฯ คาดคงดอกเบี้ยที่ 0.50% ต่อไป
    
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนาสิน จำกัด (มหาชน) คาดผลการประชุมคณะกรรมการนโยบานการเงิน (กนง.) สัปดาห์หน้า  (24 มิ.ย. 63) กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ต่อไป โดยคาดว่า กนง.คงไม่รีบลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบประชุมนี้ เพราะอาจต้องรอประเมินตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3/63 ประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ของรัฐบาลว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจขนาดไหน นอกจากนี้ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวดีขึ้น สะท้อนว่าตลาดไม่ได้คาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

*** บล.โกลเบล็ก มอง กนง.คงดอกเบี้ย 

    นางสาววิลาสินี บูญมาสูงทรง นักวิเคราะห์ บล. โกลเบล็ก คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ต่อไป เนื่องจากขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว ทำให้มีโอกาสยากที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยลงอีก นอกจากนี้ยังคาดว่า กนง. จะต้องรอประเมินเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3/63 ก่อน โดยจะมีน้ำหนักในการตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าการประชุมรอบสัปดาห์หน้า







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด