ข่าวนี้ที่ 1

CK-STEC กอดคอกำไรทรุด ลุ้นปี 63 รับเหมาฯฟื้น

CK-STEC กอดคอกำไรทรุด ลุ้นปี 63 รับเหมาฯฟื้น

 

     ซิโนไทยฯ- ช.การช่าง ฟันกำไรปี 62 รวม 3.2 พันลบ. โบรกฯ ยังมองบวกทั้งคู่ คาดรับอานิสงส์รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้น ศก. ส่วนใหญ่แนะ "ซื้อ" ให้ STEC สูงสุด 24.80 บาท CK สูงสุด 32 บาท มอง ซิโนไทยฯ จุดเด่นงานในมือสูงสุด ช.การช่าง ยังมีรูมในการประมูลบงานอีกมาก ลุ้นครึ่งปีหลังคว้างานรถไฟฟ้าความเร็วสูง  
 

*** CK กำไรปี 62 ที่ 1.77 พันลบ. วูบ 28.73%  

    บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานผลดำเนินงานปี 62 มีกำไรสุทธิ 1,777.78 ล้านบาท ลดลง 28.73% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,494.31 ล้านบาท เนื่องจากการรับเหมาก่อสร้างลดลงและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น
    ปี 62 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและขายวัสดุรวม 23,009.80 ล้านบาท ลดลง 21.46% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตมาจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงชุมชนถนนจิระ-ขอนแก่น และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ส่งมอบงานเรียบร้อยและเข้าสู่ระยะเวลาบำรุงรักษา

***โบรกฯ คงคำแนะนำ ซื้อ CK- ลุ้นครึ่งปีหลังคว้างานเพิ่ม
     
    *บล.เคทีบี(ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ”CK แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 27.00 บาท จากเดิม 27.50 บาท (อิง SOTP) เพื่อสะท้อนการปรับราคาเป้าหมาย CKPลงเป็น 6.70 บาท และTTW ลงเป็น 14.80 บาท มองว่า CK ยังมี catalysts ที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) การประกาศ backlog เพิ่มจากโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งคาดจะเห็นความชัดเจนในครึ่งหลังปีนี้  2) แนวโน้มกำไรสุทธิ Q3/20ที่คาดเติบโตดี, และ 3) การเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกในครึ่งหลังปี20 
    *บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท แม้ผลประกอบการของ CK โดยหลักจะมาจากกำไรปันส่วนของบริษัทร่วม และบริษัทย่อย แต่ด้วยประสิทธิภาพ และปริมาณ Backlogที่ไม่สูงมากนัก ช่วยเสริมให้ CK ดูเป็นผู้รับเหมาที่มีศักยภาพในการรับงานใหม่เพิ่มได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัทให้พลิกกลับสู่ภาวะปกติในอนาคต ในระยะสั้นแนะนำ "เก็งกำไร" โดยคงราคาเป้าหมายที่ 22.00 บาท อิง PER ที่ 22 เท่า 
    *บล.ทรีนีตี้ คงคำแนะนำ ซื้อ CK ที่ราคาเป้าหมาย 32 บาท ทิศทางรายได้และกำไรยังคงทรงตัวจากปีที่แล้ว อีกทั้งรอลุ้นภาครัฐทยอยเปิดประมูลโครงการต่างๆ ในปีนี้ โดย CK สามารถเข้าประมูลงานก่อสร้าง
เอง หรือใช้กลยุทธ์การรับงานผ่านบริษัทลูก ทั้งนี้ จุดเด่น CK มีเงินลงทุนใน BEM,CKP ละ TTW ซึ่งมูลค่าเงินลงทุนสูงกว่ามูลค่าตลาดของหุ้นตนเอง จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 32 บาท ด้วยวิธี SOTP

*** 6 โบรกเกอร์ส่องกล้องหุ้น CK 


โบรกเกอร์                     คำแนะนำ 

ทรีนีตี้                            "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 32 บาท ด้วยวิธี SOTP
เอเชีย เวลท์                    "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง              "TRADING BUY" ราคาเป้าหมาย 25 บาท
ฟิลลิป                           "ซื้อ" TP"63 : 23.00 บาท
เคทีบี(ประเทศไทย)            "ซื้อ" ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 27 บาท
หยวนต้า(ประเทศไทย)        "ซื้อ" ราคาเหมาะสมที่ 29.50 บาท (SOTP)
 
***STEC กำไรสุทธิ 1.48 พันลบ. ลดลง 8.23% 

    บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC รายงานผลดำเนินงานปี 62 มีกำไรสุทธิ  1,483 ล้านบาท จากปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 1,616 ล้านบาท หรือลดลง 8.23%
 

*** โบรกฯ แนะนำซื้อ STEC-งานในมือสูง กินยาวอีก 2-3 ปี

    *บล.เอเชีย เวลท์ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 - 2564 ขึ้นราว 14.3% และ 19.6% ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มสมมติฐานกำไรปันส่วนขึ้น ตามความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพูแบบ S-curve ซึ่งเป็นปกติของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
     แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 - 2564 ขึ้นตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายที่มาเร็วกว่าคาด นอกจากนี้ STEC ยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติม จากการเป็นผู้ชนะโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งคาดว่าจะหนุน Backlog เพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 2 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์ของบริษัท จากที่กล่าวมา ทำให้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 18.00 บาทเป็น 20.00 บาท อิงค่า PER กลุ่มอุตสาหกรรมที่ 20 เท่า
    *บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)  แนะเก็งกำไร STEC มีจุดเด่นจากงานในมือกว่าสูงสุดของกลุ่มสามารถรองรับรายได้ 2-3 ปีข้างหน้า  แม้ได้รับงานโครงการสนามบินอู่ตะเภาแล้ว ยังมีโอกาสรับงานใหม่ทั้งจากภาครัฐโครงการรถไฟฟ้าโดยคาดเข้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2563 นอกจากนั้นยังมีงานอื่นเช่น รถไฟทางคู่ รวมถึงงานภาคเอกชน กลุ่ม Commercial Building ขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเริ่มดำเนินงานเช่น  The Bangkok Mall/ DUSIT Central Park / The One Bangkok งานโรงไฟฟ้า 
    *บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 21 บาท เทียบเท่ากับ P/BV ปี 63 ที่ 2.1 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี) จุดเด่นคือมูลค่างานในมือสูงมาก ทำให้รายได้มีความมั่นคง และมีโอกาสได้งานใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอีกหลังการลงทุนภาครัฐฟื้นตัว โดยคาดว่าเงินงบประมาณปี 63 จะเริ่มเข้าสู่ระบบได้ในเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้
    คาดกำไรสุทธิปี 63 อ่อนลงเล็กน้อย จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง ประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี63 , 64  ไว้ที่ 5.4%, 5.6%  ซึ่งลดลงจาก 7.7% ในปี 61 เพราะการแข่งขันที่สูงมาก อย่างไรก็ตามคาดว่า STEC ยังจะมีกำไรสุทธิ 1.35 พันล้านบาทในปี 63 (-1% YoY)และเติบโตได้  7% ในปี 64 เป็น 1.45 พันล้านบาท
     
*** 5 โบรกเกอร์ส่องกล้องหุ้น STEC

โบรกเกอร์                         คำแนะนำ 

ทรีนีตี้                              "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 23 บาท
เอเชีย เวลท์                       "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง                 "TRADING BUY"ราคาเป้าหมาย 20 บาท
ดีบีเอสวิคเคอร์ส                 "ซื้อ " ราคาพื้นฐาน 21 บาท
หยวนต้า(ประเทศไทย)          "เก็งกำไร" ราคาเหมาะสมที่ 24.80 บาท


*** คาด CK-STEC รับอานิสงส์รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กระตุ้นศก. 

    บล.ทิสโก้ แนะกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ให้เริ่มทยอยสะสมแบบแบ่งไม้ซื้อเพื่อการลงทุนอีกครั้งตั้ง
แต่ SETต่ำกว่า 1,350 ลงมา เน้นการซื้อแบบสม่ำเสมอ ไม่รีบร้อน สำหรับ นลท.ที่รับความเสี่ยงได้สูง เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง และต้องมีวินัยการลงทุนสูง  โดย CK และ STEC ยังติดโผหุ้นที่รับอานิสงส์รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กระตุ้น ศก. ของทิสโก้ด้วย   
     เช่นเดียวกับ บล.ไอร่า ที่ระบุว่า นักลงทุนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำหาโอกาสในการทยอยเข้าสะสมหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ราคาปรับตัวลงตามตลาดเช่น "รับเหมา -ก่อสร้าง" CK,STEC และ SEAFCO 

 
 

 



Tags:

CKSTEC




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด