ข่าวนี้ที่ 1

SCC กำไร Q3 ดิ่ง 35% ธุรกิจปิโตรฯยังกดดัน กูรูจ่อหั่นเป้า

SCC กำไร Q3 ดิ่ง 35% ธุรกิจปิโตรฯยังกดดัน กูรูจ่อหั่นเป้า

    บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เผย Q3/62 กำไรวูบ 35% เหลือ 6.2 พันลบ. เหตุธุรกิจปิโตรเคมียังกดดัน แถมมีรายการพิเศษ  ส่วนงวด 9 เดือน ลดลง 27%  รับปีนี้ยอดขายวูบ 8%  ตามศก. - เคมีภัณฑ์ชะลอ  เตรียมดันบ.ลูก SCGP เข้าตลาดหุ้น  ด้านโบรกฯ แนะโยกเล่นตัวอื่น เล็งลดเป้ากำไร-ราคาหุ้น 


*** Q3/62 กำไรทรุด 35%  ปิโตรฯ-รายการพิเศษกดดัน 


    ไตรมาสที่ 3 ปี 2562  SCC มีกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 6,204 ล้านบาท ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ส่วนใหญ่จากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ เนื่องจากมีการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) จำนวน 1,063 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 983 ล้านบาท ประกอบกับผลจากสงครามการค้า ทำให้ปริมาณความต้องการสินค้า HDPE ลดลง


    ในไตรมาสนี้มีขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 762 ล้านบาท จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำนวน 640 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซรามิกในต่างประเทศ เอสซีจีมี EBITDA เท่ากับ 14,842 ล้านบาท ลดลง 25% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มีรายได้จากการขายเท่ากับ 110,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน


    เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดลดลง 35% ส่วนใหญ่จากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 2,022 ล้านบาท และส่วนต่างราคาสินค้าลดลง โดย EBITDA ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง


    ราคาหุ้น SCC ปิดการซื้อขายวันที่ 28 ต.ค.62  ที่ 359 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ 1.41% มูลค่าการซื้อขาย 1,953.44 ล้านบาท  
 

***  9 เดือนยังไม่ฟื้น กำไรหด 27% 


    ด้านผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562  SCC มีกำไรสำหรับงวด 24,910 ล้านบาท ลดลง 9,371 ล้านบาท หรือ 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ รายการสำคัญในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ประกอบด้วย ไตรมาสที่ 2 มีรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จำนวน 2,035 ล้านบาท ไตรมาสที่ 3 มีการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) จานวน 1,063 ล้านบาท และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 762 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซรามิกในต่างประเทศ


    ประกอบกับความกังวลจากสงครามการค้า ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ของทั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เอสซีจีมี EBITDA เท่ากับ 54,202 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายเท่ากับ 331,803 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง


*** รับยอดขายปีนี้วูบ 8% ศก.ซบ -ราคาเคมีภัณฑ์ทรุด  


    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ยอมรับว่า ยอดขายปีนี้จะลดลงราว 8% จากปีก่อนที่ทำได้ 5.05 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และราคาสินค้าธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณการขายจะยังอยู่ในระดับเดิม


    ทั้งนี้ธุรกิจเคมีภัณฑ์มีสัดส่วนยอดขายและรายได้มากกว่า 50% ของธุรกิจทั้งหมด ซึ่งมองว่าขณะนี้อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงวัฏจักรขาลง และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ เนื่องจากกำลังการผลิตยังล้นตลาด และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตรายใหม่ ส่งผลกระทบต่อราคาขาย


    อย่างไรก็ตามแม้อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์จะเป็นขาลง แต่บริษัทยังไม่มีแผนชะลอลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้ เพราะมองว่ายังมีศักยภาพสูงในระยะยาว โดยโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์ที่เวียดนามยังดำเนินการก่อสร้างไปกว่า 24% แล้ว คาดแล้วเสร็จปลายปี 65 ตามแผน


***  หั่นเป้าความต้องการปูนปีนี้เหลือ 1-2% 


    ด้านธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัทจะเน้นกลยุทธ์ด้านธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายให้ลูกค้าเข้าถึงนวัตกรรมสินค้าและบริการในช่องทางที่หลากหลาย ตลอดจนพัฒนา Construction Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาการก่อสร้างให้กับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวมีมาร์จิ้นดีกว่าการขายสินค้าในรูปแบบเดิม
    

    ทั้งนี้ปรับลดดีมานด์การใช้ปูนซีเมนต์ปีนี้เหลือเติบโต 1-2% จาก 3-4% เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว และมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามาสร้างผลกระทบในช่วงปลายปี นอกจากนี้บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์ เน้นวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ให้มากขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพการทำกำไร เนื่องจากมีมาร์จิ้นสูง


    นอกจากนี้เตรียมขยายธุรกิจแพคเกจจิ้ง เนื่องจากมีอัตราการเติบโตสูง ตามดีมานด์ของตลาดโลก โดยเตรียมนำบริษัทย่อย "เอสซีจี แพคเกจจิ้ง" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจให้ครบวงจร โดยอยู่ระหว่างการเตรียมยื่นไฟลิ่ง และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
    

    ส่วนล่าสุดที่สหรัฐฯ ตัดสิทธิ GSP สินค้าจากไทย ไม่ส่งผลกระทบ เพราะมีสัดส่วนการส่งสินค้าไปประเทศดังกล่าวไม่ถึง 5% ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2563 ยังไม่ได้ประเมิน โดยจะทบทวนอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดไตรมาส 4/2562 ออกมา    


*** พร้อมดันบ.ลูก SCGP เข้าตลาดหุ้น 
 


     ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ SCC  ได้มีมติอนุมัติแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป เป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) และอนุมัติการนำหุ้นสามัญของ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


    โดยกำหนดสัดส่วนจานวนหุ้นที่จะเสนอขายข้างต้นเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของ SCGP ภายหลังการเพิ่มทุน โดย SCGP จะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนข้างต้นเพื่อใช้ลงทุนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของ SCGP


    ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุมของ SCGP และ SCGP จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เช่นเดิม โดยบริษัทฯ จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SCGP ในสัดส่วนไม่ต่ากว่าร้อยละ 70 ของทุนชำระแล้วของ SCGP ภายหลังการเพิ่มทุน


*** โบรกฯ เริ่มแนะให้โยกไป SCCC - จ่อหั่นเป้า  
    

    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า  ธุรกิจหลักปิโตรเคมีของ SCC ได้รับปัจจัยลบหลายเรื่อง ทั้ง Demand ที่ชะลอตัวจากปัญหาสงครามการค้า, เงินบาทที่แข็งค่ากระทบรายได้ส่งออก, Spread HDPE-Naphtha ที่ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 7 ปี เหลือเพียง 456 เหรียญฯ/ตัน รวมไปถึงการหยุดซ่อมบำรุงของบริษัทร่วมในอินโดนีเซีย 


    ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้รับผลจากปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่และความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในภาค Residential ที่ลดลง มีเพียงธุรกิจ Packaging ที่คาดกำไรยังเติบโตได้ จากการทำงบการเงินรวมกับ Fajar ซึ่ง SCC ซื้อหุ้น 55% ในเดือน มิ.ย. 62 ทำให้หลังการประกาศงบ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ฝ่ายวิจัยจะปรับลดประมาณการกำไรปี 2562-63 ลงราว 10-15% 


    เบื้องต้นราคาเป้าหมายมีโอกาสลดลงจาก 460 บาท ลงมาเหลือ 400-420 บาท ขณะที่เงินปันผลน่าจะลดลงเหลือเพียง 13-15 บาท/ปี ซึ่งคิดเป็น Yield ประมาณ 3.6% เท่านั้น ทำให้ความน่าสนใจของ SCC ทั้งในเชิง Capital Gain และ Dividend Yield ลดลงจึงแนะนำ Switch ไป SCCC (FV@B 269) ที่มีแนวโน้มธุรกิจดีกว่า 


    บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง เปิดเผยว่า   SCC กำไรปกติดีกว่าคาด 6% แต่พอรวมรายการพิเศษจากภาษีรอตัดบัญชี -1.06 พัน ลบ. และ ด้อยค่าสินทรัพย์ -762 ลบ. กำไรสุทธิ จะต่ำกว่าคาด 18%  โดยประเมินแนวโน้ม spread ปิโตรฯ ยังแย่ต่อ ทำให้กำไรปกติ Q4/62 คาดจะยังไม่ดี  แนะเพียง "ถือ" รอ spread ปิโตรฯฟื้นตัว  
    

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยว่า มีแนวโน้มจะปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2562 และปี 2563 รวมถึงราคาเป้าหมายลงจากเดิมที่เคยประเมินไว้ 493 บาท/หุ้น     

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด