ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นลีสซิ่ง-ค้าปลีก-เช่าพื้นที่ห้าง รับอานิสงส์คลายมาตรฐานบัญชี

หุ้นลีสซิ่ง-ค้าปลีก-เช่าพื้นที่ห้าง รับอานิสงส์คลายมาตรฐานบัญชี

     โบรกฯมอง กกบ.คลายเกณฑ์จัดชั้นลูกหนี้ตามมาตรฐาน TFRS9 และการตั้งด้อยค่า-ค่าเช่า-ประมาณการหนี้สิน ส่งผลดีต่อกลุ่มลีสซิ่ง -บัตรเครดิต ค้าปลีก-เช่าพื้นที่ ด้าน MTC-SAWAD เด้งรับ เชื่อช่วยคุม NPL พร้อมหวังสินเชื่อครึ่งปีหลังฟื้น  

    สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ได้อนุมัติ แนวปฏิบัติทางการบัญชีซึ่งเป็นมาตรการผ่อนปรนชั่วคราว เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 2 ฉบับ  ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดังนี้ 
    
*** ฉบับ 1 ผ่อนปรนจัดชั้นลูกหนี้ กลุ่ม เช่าซื้อ ลีสซิ่ง บัตรเครดิต 

    โดยแนวปฏิบัติฯ ฉบับที่ 1 เรื่อง มาตรการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับกิจการที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยผ่อนปรนให้กับสถาบันการเงินที่อยู่ในกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กิจการที่ให้สินเชื่อลูกค้า เช่น เช่าซื้อ ลีสซิ่ง บัตรเครดิต รวมทั้งกิจการอื่น ๆ ทุกกิจการ ที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางที่ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือสถาบันการเงินเพื่อช่วยให้ลูกหนี้เกิดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจของประเทศ 

    ซึ่งการช่วยเหลือนี้ สภาวิชาชีพบัญชีได้ผ่อนปรนทางบัญชีการจัดชั้นลูกหนี้ตามหลักการของ TFRS 9 เช่น การจัดชั้นลูกหนี้ Non-NPL เป็นชั้น 1 (stage1) ได้ทันที โดยไม่ต้องรอติดตามผล การจัดชั้นลูกหนี้ NPL เป็นชั้น 1 (stage 1) โดยให้ติดตามเพียง 3 เดือนหรือ 3 งวด การให้คงลูกหนี้อยู่ชั้นเดิมต่อไปได้ก่อนเข้ามาตรการช่วยเหลือ การยกเว้นการคำนวณหนี้สงสัยจะสูญจากวงเงินที่ยังไม่ได้ใช้ (Unused credit line) เป็นต้น

    โดยระยะเวลาที่ผ่อนปรน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจนกว่า ธปท. จะมีการเปลี่ยนแปลงและให้ถือปฏิบัติตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

*** ฉบับที่ 2 ครอบคลุมสัญญาเช่า - ด้อยค่า-ประมาณการหนี้สิน  

    แนวปฏิบัติฯ ฉบับที่ 2 เรื่อง มาตรการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับทางเลือกเพิ่มเติมทางบัญชีเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อช่วยผ่อนปรนให้ทุกกิจการที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 13 เรื่อง การวัดมูลค่ายุติธรรม มาตรฐานการรายงานทางการเงิน 

    รวมถึงฉบับที่ 16 เรื่อง สัญญาเช่า มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 12 เรื่อง ภาษีเงินได้ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 37 เรื่อง ประมาณการหนี้สินฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนสูงอาจเป็นผลให้กิจการต้องใช้ดุลยพินิจมากในการประมาณการ

    โดยสภาวิชาชีพบัญชีจึงมีมาตรการผ่อนปรนชั่วคราวทางบัญชีในเรื่องต่าง ๆ เช่น การคำนวณหนี้สงสัยสูญด้วยวิธีอย่างง่าย ให้สามารถใช้ข้อมูลในอดีตโดยไม่ต้องนำข้อมูลคาดการณ์ในอนาคตมาใช้คำนวน การวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุนนอกตลาดให้สามารถใช้ยอด ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งวัดด้วยมูลค่ายุติธรรมแล้วโดยการประเมินมูลค่ายุติธรรมในการปิดงบไตรมาสที่ 1 2 3 และงบปี 2563 สามารถใช้ยอดมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ 1 มกราคม 2563 นั้นได้ และในการวัดมูลค่ายุติธรรมสามารถใช้หลักการตามมาตฐาน TFRS 9 ย่อหน้า ข 5.2.3 ซึ่งเปิดช่องให้สามารถพิจารณาราคาทุน หรือมูลค่าสุทธิตามบัญชีมาใช้ได้ เป็นต้น

*** ก.ล.ต.ชี้จะช่วยลดข้อจำกัดบจ.ในการจัดทำงบการเงิน

    นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า แนวปฏิบัติ  2 ฉบับดังกล่าว จะช่วยผ่อนปรนและลดข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินให้กับบริษัทจดทะเบียนในสถานการณ์นี้

    เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันก่อเกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก จึงมีผลกระทบต่อการประมาณการเพื่อการจัดทำงบการเงิน มาตรการนี้จึงเป็นมาตรการชั่วคราวและเป็นทางเลือก เมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายแล้ว บริษัทจดทะเบียนจะสามารถจัดทำประมาณการเพื่อให้งบการเงินสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนต่อไป

    โดยก.ล.ต. เล็งเห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่มีต่อบริษัทจดทะเบียนจึงได้ดำเนินการออกมาตรการในหลาย ๆ ด้าน เช่น การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวทางการจัดประชุมผู้ถือหุ้น การเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้น และการมอบฉันทะ รวมทั้งออกประกาศว่าด้วยการผ่อนผันการนำส่งงบการเงินและการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อสอบทานงบการเงินรายไตรมาส ตลอดจนการลดค่าธรรมเนียมประจำปี เป็นต้น

*** MTC มั่นใจ ช่วยกด NPL ไตรมาส 2/63 ทรงตัว
   
     นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยกับสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ถึงกรณีที่สภาวิชาชีพทางบัญชี ได้ผ่อนปรนทางบัญชีเกี่ยวกับการจัดชั้นลูกหนี้ตามหลักการของ TFRS9 เช่นการจัดชั้นลูกหนี้นั้น  เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อบริษัท โดยเฉพาะในแง่ของตัวหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในไตรมาส 2 ที่จะไม่เพิ่มขึ้น

    สำหรับแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตที่ 20-25% และ NPL ไม่เกิน 2% เนื่องจากเชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลัง ภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเห็นสัญญาณคลี่คลายไปในทางที่ดี  

    “หลักการเรื่องนี้ มาจากที่ธปท.ได้ออกเกณฑ์มาว่า ใครที่พักชำระหนี้ ไม่ถือว่าเป็นลูกค้าที่ผิดนัด ให้ยังคงสถานะลูกหนี้ให้อยู่ในชั้นเดิมไปก่อน ซึ่งระยะยาวยังคงบอกอะไรไม่ได้ แต่ผลระยะสั้นที่เห็นเลยคือ จะส่งผลดีคือ ให้ NPL ในไตรมาส 2 ไม่เพิ่มขึ้น”นายชูชาติ กล่าว
     
*** SAWAD ย้ำลูกหนี้ได้ประโยชน์เต็มๆ 

    นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า การผ่อนปรนการจัดชั้นลูกหนี้  จะส่งผลดีกับบริษัทหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้  แต่ที่จะได้รับผลดีโดยตรงคือกลุ่มลูกหนี้  ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส จึงอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้เหมือนภาวะปกติ
 
?? สำหรับภาพรวมในปีนี้ มองว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายภายในไตรมาส 3/2563 จะทำให้ความต้องการสินเชื่อฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น บริษัทจึงยังคงเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อปีนี้เติบโตที่ 20% ขณะที่ NPL คาดว่าจะทรงตัวที่ 3-5%

     "การผ่อนปรนจัดอันดับลูกหนี้ จะดีต่อลูกหนี้โดยตรง เพราะจะให้ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาเป็นหนี้เสียเลย จะเป็นการซ้ำเติมเกินไป " นางสาวธิดา กล่าว 

*** โบรกฯ ชี้ ลีสซิ่งรับอานิสงส์ชัดกว่ากลุ่มแบงก์ 
  

     นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกำกับการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ได้อนุมัติแนวปฏิบัติทางการบัญชีจากผลกระทบวิกฤตโควิด 19 ออกมา 2 ฉบับ มองว่าฉบับแรกที่ช่วยกิจการให้สินเชื่อลูกค้า จะช่วยหนุนคุณภาพสินทรัพย์ของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มไฟแนนซ์-ลีสซิ่งปรับตัวดีขึ้น

    แต่อย่างไรก็ตามหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ช้า และทิศทางดอกเบี้ยยังอยู่ในเทรนด์ขาลง ในทางกลับกันเมื่อเทียบกับกลุ่มไฟแนนซ์-ลีสซิ่ง จะได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงมากกว่า จึงแนะนำซื้อหุ้น SAWAD ให้ราคาเป้าหมาย 74 บาท และ MTC ให้ราคาเป้าหมาย 45 บาท

    สำหรับมาตรการช่วยเหลือฉบับที่2 คาดว่าจะช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มที่มีพื้นที่ให้เช่าต่างๆ ได้แก่กลุ่ม ค้าปลีก,โรงแรมและสายการบิน แต่ 2 กลุ่มหลังยังมีปัจจัยกดดันจากภาคท่องเที่ยวที่ชะลอตัว  จึงแนะนำให้ซื้อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ได้รับอานิสงส์จากการบริโภคมากกว่า ได้แก่ CPALL ราคาเป้าหมาย 87 บาท , CPN ราคาเป้าหมาย 66 บาท และ HMPRO ราคาเป้าหมาย 17 บาท 
     
*** หนุนกลุ่มค้าปลีก - เช่าพื้นที่ เช่นกัน        

     บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า กรณี กกบ อนุมัติ  มาตรการผ่อนปรนชั่วคราวสำหรับทางเลือกเพิ่มเติมทางบัญชีเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 2 ฉบับ นั้น  อย่างกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับ  TFRS9  ได้แก่ แบงก์ และ สินเชื่อบุคคล จะได้ประโยชน์ จาการชะลอ ตั้งสำรองออกไป และ การด้อยค่าของเงินลงทุน  ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวกับ  TFRS16 อย่างกลุ่มห้าง, พื้นที่เช่า, บจ.ที่มี สินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก เช่น ห้างค้าปลีก, มือถือ, โรงแรม และ สายการบิน ก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน   
    
    สำหรับหุ้นในกลุ่ม  Consumer Discretionary  ที่จะได้ประโยชน์ได้แก่  PTG - JMART - COM7  กลุ่มหุ้นที่เช่าพื้นที่แบบ Rental fee จะได้ประโยชน์ โดยตรง จากการผ่อนปรนมาตรฐานบัญชีครั้งนี้  รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่เช่าพื้นที่ห้าง ทำธุรกรรมอย่าง ZEN - AU -  M (มาตรฐานบัญชีใหม่ใหม่ ค่าเช่าปีแรกจะสูงขึ้น เพราะถูกนำมาหารเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา และ Liability เพิ่มขึ้น)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด