ข่าวนี้ที่ 1

BAM เคาะราคาไอพีโอ 17.50 บ. กองทุนฟื้นฟูฯยันไม่ทิ้งหุ้น

BAM เคาะราคาไอพีโอ 17.50 บ. กองทุนฟื้นฟูฯยันไม่ทิ้งหุ้น

 

    "บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์(BAM)" เคาะราคาขายไอพีโอหุ้นละ 17.50 บาท จากช่วงราคาเสนอขายที่ 15.50-17.50 บาท กองทุนฟื้นฟูฯ ยันยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ด้าน "บมจ.วิลล่า คุณาลัย(KUN)" สรุปราคาขายไอพีโอหุ้นละ 1.10 บาท เปิดจอง 3-6 ธ.ค.นี้ ส่วน "บมจ.สตาร์เฟล็กซ์(SFLEX)" คาดเคาะราคาขายสัปดาห์นี้ เข้าเทรด SET ท้ายปี

***BAM เคาะราคาสุดท้ายหุ้นละ 17.50 บาท

     นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM)เปิดเผยว่า หุ้น BAM ได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีนักลงทุนและประชาชนให้ความสนใจจองซื้อเป็นจำนวนมากผ่านธนาคารที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้น คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ลงทุนมีความมั่นใจในศักยภาพการเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์และประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีของ BAM และมีความสนใจในการลงทุนอย่างมีคุณภาพในระยะยาว 
     นอกจากนี้ ผลการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding)ยังแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และได้กำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายที่ 17.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดจากช่วงราคาเสนอขายที่ 15.50-17.50 บาท

***จัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 230 ล้านหุ้น

      นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการเสนอขายหุ้น IPO ของ BAM ในครั้งนี้ จะมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 230 ล้านหุ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
    สำหรับการจัดสรรหุ้นสามัญให้แก่บุคคลทั่วไปจะจัดสรรผ่านระบบการสุ่มเลือก (Random)โดยระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม  จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจะประกาศผลผู้ที่ได้รับการจัดสรรผ่านเว็บไซด์ www.settrade.com ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม 2562 นี้ โดยจำกัดจำนวนหุ้นที่ได้รับจัดสรรไม่เกิน 1,000,000 หุ้นต่อผู้จองซื้อหนึ่งราย

***เข้าเทรด SET วันแรก 16 ธันวาคมนี้ 

      นางสาวสุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า คาดว่าหุ้น BAM จะสามารถพร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ นับเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี มีแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย และมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องสำหรับผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

***กองทุนฟื้นฟูฯ ย้ำยังเป็นผถห.ใหญ่หลัง IPO  

      กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ตามแผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO)ของ BAM กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จะร่วมเสนอขายหุ้นสามัญที่ตนถืออยู่ใน BAM  โดยคาดว่าจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 45.6% (กรณีผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ทั้งจำนวน) ถึง 49.1% (กรณีผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ)
    โดยกองทุนฟื้นฟูฯ จะถือหุ้นทั้งหมดดังกล่าวต่อไปไม่ต่ำกว่าระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ตามข้อจำกัดห้ามขาย (Silent Period) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)  และกองทุนฟื้นฟูฯ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของ BAM และยังไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้น BAM เพิ่มเติม
    ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ จะยังคงสนับสนุน BAM ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และคาดหวังเงินปันผลจาก BAM เหมือนกับผู้ถือหุ้นรายอื่นต่อไป 
    นอกจากนี้ ด้วยขนาดของสินทรัพย์ ประสิทธิภาพและศักยภาพในการประกอบธุรกิจ BAM จะยังคงเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่เป็นกลไกสำคัญแห่งหนึ่งในระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งช่วงภาวะเศรษฐกิจปกติ หรือโอกาสที่อาจเกิดวิกฤติทางการเงินในอนาคต จากผลการดำเนินงานของ BAM ในอดีตที่ผ่านมา กองทุนฟื้นฟูฯ เชื่อมั่นในฐานะการเงินและความสามารถในการแข่งขันและการทำธุรกิจของ BAM ต่อไปในอนาคต
    ที่ผ่านมา BAM ได้ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยศักยภาพในการแข่งขันเหมือนธุรกิจบริหารสินทรัพย์ทั่วไป การขายหุ้นสามัญของกองทุนฟื้นฟูฯ ในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐในการลดภาระหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ และสนับสนุน ให้ BAM มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้เทียบเท่าบริษัทเอกชน มีความคล่องตัว โปร่งใส มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น และมีธรรมาภิบาลที่ดี

                                                
*** "วิลล่า คุณาลัย(KUN)"เคาะราคา 1.10 บาท เปิดจอง 3-6 ธ.ค.นี้ 

    นายกอบเกียรติ บุญธีรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ.วิลล่า คุณาลัย (KUN) เปิดเผยว่า KUN เตรียมการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน กำหนดราคาเสนอขายที่ 1.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการระดมทุน 165 ล้านบาท 
    ทั้งนี้ เตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อ IPO ระหว่างวันที่ 3-4 และ 6 ธันวาคมนี้ จองซื้อผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด , บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด คาดว่าเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 17 ธันวาคมนี้
    การกำหนดราคาไอพีโอ ได้พิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) 10.78 เท่า ซึ่งคำนวนกำไรสุทธิต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 61 ถึง ไตรมาส 3 ปี 62 ) เทียบกับอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) เฉลี่ยของบริษัทใกล้เคียงที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันมีค่าเท่ากับ 11.24 เท่า และ มีส่วนลดให้กับนักลงทุนเล็กน้อย ซึ่งระดับราคาดังกล่าวถือเป็นราคาที่เหมาะสมเมื่ออิงกับปัจจัยพื้นฐาน
    “การกำหนดราคาหุ้น IPO ของ KUN ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ มีความน่าสนใจ เพราะบริษัทเน้นจุดเด่นในการสร้างเมืองที่อยู่อาศัย โดยปักหมุดบนพื้นที่ทำเลทอง ย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของแหล่งที่อยู่อาศัยในโซนกรุงเทพฝั่งตะวันตก นอกจากนี้ ยังทำแต่แนวราบ ไม่ได้ทำแนวสูง หรือ คอนโด เพราะตอนนี้มีปัญหาทางด้านคอนโดล้นตลาด และ เราเชื่อมั่นว่า วันเทรดจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจนเข้าซื้อหุ้นหมดอย่างแน่นอน”
    นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของ KUN ที่ระดับ 1.10 บาท ถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่อพิจารณาโอกาสในการเติบโตจากการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคต การระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทได้เม็ดเงินจากการระดมทุนจำนวน 165 ล้านบาท มีแผนที่จะนำ
เงินไปต่อยอดเพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แนวคิด “สุขใจอยู่บ้านชานเมือง”เพื่อพัฒนา และ ขยายโครงการในทำเลอื่นๆ ตามแผนยุทธ์ศาสตร์ป่าล้อมเมืองให้ครบ 4 ทิศ รอบกรุงเทพมหานคร (เหนือ, ใต้, ตะวันออก, ตะวันตก)
    ในอนาคตบริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,172 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย โครงการคุณาลัย จอย 2 เป็นโครงการประเภทบ้านแฝด-บ้านเดี่ยว 2 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี คาดว่าสามารถเปิดการขายได้ภายในไตรมาส 2/63 และ โครงการวิลล่า วาณิช เป็นอาคารพาณิชย์ มูลค่าโครงการประมาณ 672 ล้านบาท ตั้งอยู่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีเช่นกัน
    สำหรับมาตรการรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าโอน ค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% โดยเฉพาะราคาบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท และ ล่าสุดการคืนเงินดาวน์ 50,000 บาท และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน และ ธนาคารกรุงไทย ล้วนส่งผลดีต่อบริษัท เนื่องจากราคาบ้านของบริษัทอยู่ระหว่าง 2-5 ล้านบาท ถือเป็นมาตรการช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้านำไปใช้จ่ายส่วนอื่นแทน


*** "สตาร์เฟล็กซ์(SFLEX)" คาดเคาะราคา IPO สัปดาห์นี้

    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 110 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 26.83% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และคาดว่าจะสามารถนำหุ้นของ SFLEX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ภายในปีนี้
    ก่อนจะถึงกำหนดราคาเสนอขายไอพีโอและช่วงเวลาเปิดจองซื้อไอพีโอ บริษัทเตรียมจัดงานเดินสายนำเสนอข้อมูลสรุปการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุน (โรดโชว์) ใน 3 จังหวัดใหญ่ ประกอบด้วย วันที่ 29 พฤศจิกายน 62 พบนักลงทุน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา,วันที่ 2 ธันวาคม 62 พบนักลงทุนที่จังหวัดกรุงเทพฯ และวันที่ 3 ธันวาคม 62 ปิดท้ายการโรดโชว์ให้แก่นักลงทุนทั่วไปที่จังหวัดเชียงใหม่

*** ระดมทุนซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตฟิล์ม

    ด้านนายปรินทร์ธรณ์ อภิธนาศรีวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร  SFLEX เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะนำไปซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตฟิล์มประเภทที่ใช้ในการปิดผนึกขึ้นรูป (Sealant)ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งใช้ลงทุนสร้างคลังสินค้าทดแทนการเช่าคลังสินค้าในปัจจุบัน ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ
    สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ( หรือ Flexible Packaging) ที่ใช้สำหรับบรรจุสินค้าอุปโภคและสินค้าบริโภคทั้งในรูปของเหลวและของแห้งให้กับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของประเทศ รูปแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภทม้วน (Roll Form)และบรรจุภัณฑ์ประเภทซอง (Pre Form Pouch) รูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Stand-up Pouch, 3-Sided Seal Pouch, Center Seal Pouch และ 4-Sided Seal Pouch
    ผลประกอบการของบริษัทเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (59-61) บริษัทมีรายได้รวม 1,181.01 ล้านบาท 1,353.33 ล้านบาท 1,374.25 ล้านบาท ในขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 33.29 ล้านบาท 146.63 ล้านบาท 136.11 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 943.22 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจำนวน 46.42 ล้านบาท

 
 
  
 


 



Tags:

BAMKUNSFLEX




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด