ข่าวนี้ที่ 1

KBANK จ่อลงทุนแบงก์เมียนมา คาดซื้อหุ้น A Bank จำนวน 35%

KBANK จ่อลงทุนแบงก์เมียนมา คาดซื้อหุ้น A Bank จำนวน 35%

ธนาคารกสิกรไทย รับสนใจลงทุนธุรกิจธนาคารในประเทศเมียนมา ระบุขณะนี้อยู่ระหว่างรอธนาคารกลางเมียนมาและไทยพิจารณา ขณะที่สื่อ"เมียนมาไทมส์" แย้ม KBANK สนใจซื้อหุ้น A Bank สัดส่วน 35% หวังใช้เครือข่ายเจาะสินเชื่อขนาดเล็ก-กลาง ในเมียนมา ด้านกูรูมองมูลค่าการลงทุนไม่สูง แต่อาจมีประเด็นลบอื่นที่ต้องระวัง


*** KBANK รับสนใจลงทุนแบงก์ในเมียนมา


นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนภายในประเทศเมียนมา โดยมี 3 ช่องทางคือ 1.จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary) 2.จัดตั้งสาขาต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทยในเมียนมา (Foreign Bank Branch) 3.การเข้าร่วมลงทุนในธนาคารท้องถิ่นในประเทศเมียนมา (Equity Participation)


ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณาของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมทั้งธนาคารกำลังเจรจารูปแบบการลงทุนและโครงสร้างที่เหมาะสมที่การเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศเมียนมา เพื่อการใช้เงินลงทุนที่คุ้มค่า สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ธนาคารแห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าจะอนุมัติหรือไม่ และในรูปแบบใด


*** สื่อเมียนมาแย้ม KBANK สนใจซื้อหุ้น A Bank สัดส่วน 35%


สำนักข่าว The Myanmar Times รายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าลงทุนในธนาคารเอยาวดี ฟาร์มเมอร์ ดีเวลลอปเม้นท์แบงก์  หรือ A Bank ของประเทศพม่า ในสัดส่วน 35% ของหุ้นทั้งหมด โดยได้ขออนุมัติการซื้อขายจากธนาคารกลางพม่า (CMB) แล้วจากรายงานของรัฐบาลพม่าเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 63


ซึ่งการตัดสินใจลงทุนของธนาคารกสิกรไทยครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากธนาคารกลางพม่าประกาศอนุญาตให้ธนาคารจากต่างประเทศสามารถเข้าถือหุ้นของธนาคารในประเทศพม่าได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.63 ซึ่งปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยเองก็มีสำนักงานตัวแทนอยู่ในกรุงย่างกุ้งอีกด้วย


*** หวังขยายฐานสินเชื่อขนาดเล็ก-กลางในเมียนมา และนักลงทุนไทย


ซึ่งการเข้าซื้อหุ้นของ A BANK ในครั้งนี้จะทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของธนาคาร A BANK เพื่อเข้าถึงลูกค้าในประเทศพม่า โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลาง รวมไปถึงธุรกิจค้าปลีก และ ธนาคารดิจิทัลผ่านการให้บริการของ A BANK โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ธุรกิจในประเทศพม่า รวมถึงนักลงทุนไทยที่มีธุรกิจอยู่ในพม่า


จากความเคลื่อนไหวของธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้นับเป็นการส่งเสริมการค้าของทั้งสองประเทศ หลังธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับธนาคารอิรวดี (AYA Bank) ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการร่วมมือเพื่อพัฒนาการชำระเงินข้ามพรมแดนและบริการโอนเงินระหว่างสองประเทศ


*** มูลค่าสินทรัพย์ของ A BANK อยู่ที่ 6.4 พันลบ. โบรกฯมองมูลค่าไม่สูง


โดย A BANK ได้เริ่มก่อตั้งในปี 2014 โดยมีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 3.14 แสนล้านจ๊าตพม่า หรือประมาณ 6,419.60 ล้านบาท และมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 4 หมื่นล้านจ๊าต (817 ล้านบาท)


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส มีมุมมองเป็นกลางต่อธุรกรรมดังกล่าว เนื่องจากหากพิจารณาจากสินทรัพย์ตามข้างต้น มูลค่า 5,800 ล้านบาท จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.2% ของสินทรัพย์ KBANK ณ สิ้นไตรมาส 3/62


*** กูรูชี้ยังมีปัจจัยกดดันอื่นรออยู่สำหรับ KBANK โดยเฉพาะคุณภาพหนี้ SME และการปรับลดเพดาน NVDR


บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 ของ KBANK จะ -19% QoQ , +15% YoY มาอยู่ที่ 8,060 ล้านบาท ประเด็นสำคัญคือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ทรงตัว และสินเชื่ออาจเติบโตได้ไม่มาก ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิก็อาจเติบโตได้ราว +3% QoQ จากการขายประกันและกองทุนรวมในช่วงปลายปี


ส่วนปัจจัยกดดันหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% QoQ ซึ่งเป็นปกติในช่วงปลายปี และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้คาดทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ยังไม่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี(SME)


ส่วนในปี 63 เบื้องต้นคาดเห็นสินเชื่อเติบโตได้บ้าง แต่จะมีปัจจัยกดดันจากประเด็นคุณภาพหนี้ในกลุ่ม SME อยู่ ทำให้เป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายสำรองหนี้กดดันต่อเนื่อง


แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 185 บาท อิง PBV 1.03 เท่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซด์ แต่ด้วยโมเมนตัมของกำไรไตรมาส 4/62 ที่อ่อนตัวและความกังวลด้านคุณภาพหนี้ จึงต้องระมัดระวังในการลงทุน


บล.บัวหลวง ระบุว่า จากปัจจัยการปรับลดอัตราส่วนรถือหุ้น KBANK จากเดิมที่ 35% ของทุนจดทะเบียนเรียกชําระลงเหลือไม่เกิน 25% แม้ว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่มีผลต่อผลการดําเนินงานของธนาคาร แต่การปรับลดอัตราส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในกระดานหุ้น มีผลให้ต่างชาติที่ต้องการซื้อหุ้น KBANK มีช่องว่างในการซื้อหุ้น KBANK เพิ่มได้อีกไม่มากนักแม้ปัจจุบัน KBANK ถูกต่างชาติถือผ่าน Thai NVDR เพียง 21% ของทุนจดทะเบียน และ และกระดานต่างประเทศถือหุ้น KBANK เต็ม Foreign Limit ที่ 49% แล้ว


ดังนั้นแม้ธนาคารจะเริ่มมีกําไรฟื้นนตัวอาจทําให้ต่างประเทศไม่สามารถเข้ามาซื้อหุ้น KBANK เพิ่มได้อีกมากนักเนื่องจากกระดาน Thai NVDR ถูกกดอัตราส่วนการถือหุ้นธนาคารได้ไม่เกิน 25%

แนะนํา “ขาย” KBANK 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด