ข่าวนี้ที่ 1

BEM-BTS-STEC ตบเท้าซื้อซองสายสีส้ม ยังไร้เงา CK

BEM-BTS-STEC ตบเท้าซื้อซองสายสีส้ม ยังไร้เงา CK

     รฟท.เปิดขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มวันแรก (10 ก.ค.63) คึกคัก กลุ่มบจ.ใหญ่ตบเท้าชิงเค้กเพียบ ทั้ง BEM-BTS และ STEC แต่ยังไร้เงา CK ด้านโบรกฯ ชี้เป็นขาขึ้นกลุ่มรับเหมาฯ หลังโครงการรัฐทะลักต่อเนื่อง เชียร์ SEAFCO-STEC ดูดีสุดในกลุ่ม   

*** เปิดขายซองสีส้มวันแรกคึกคัก BEM-BTS-STEC พร้อมชิง 

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยหลังจากเปิดจำหน่ายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal: RFP) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท ว่า มีผู้ประกอบการเข้ามาซื้อซองประมูล จำนวน 4 ราย 

    โดยทั้ง 4 รายได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM   บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS  บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC  (บริษัทในกลุ่ม BTS)  และ ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)

    " เราต้องเร่งเปิดขายซองให้เร็ว เพราะขณะนี้งานก่อสร้างด้านตะวันออกเดินหน้าไปมากแล้วซึ่งจะแล้วเสร็จปี 2565 ต้องเร่งสัญญานี้เพื่อให้โครงการเปิดให้บริการได้ในปี 2566 " นายสุรเชษฐ์ กล่าว 

*** ชิงงานโยธา 1.1 แสนลบ. - เดินรถ 3 หมื่นลบ.      

    โดยโครงการนี้ ได้แบ่งเป็นงานโยธาสำหรับเส้นตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ  มูลค่า  1.1 แสนล้านบาท  และงานระบบเดินรถทั้งเส้นทาง อีก 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเดินรถฝั่งตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ -มีนบุรี (สุวินทวงศ์)  ก่อน
    
    สำหรับความคืบหน้าสายตะวันออกการก่อสร้างคืบหน้า 64% ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผน 3% คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในปี 65 กำหนดเดินรถในปี 66   

    จากนี้ รฟม.จะเปิดจำหน่ายเอกสาร RFP โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จนถึงวันที่ 24 ก.ค.63  และมีกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอภายในเดือน ก.ย.63 ก่อนลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในเดือน ธ.ค.63  


*** จับตา CK ยังไม่ขยับ โบรกฯ เชียร์ SEAFCO - STEC เด่น

    บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน):  เปิดเผยว่า  การเปิดจำหน่ายซองสายสีส้ม  จะเป็รปัจจัย เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาและ Ground Transport โดยเฉพาะบริษัทที่เข้าร่วมซื้อซอง RFP  อย่าง  BEM และ BTS 
    
    แต่เป็นที่น่าสังเกตุที่ ด้านผู้รับเหมาอย่าง บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) CK ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะเข้าซื้อซองหรือไม่ โดยหากเป็นรูปแบบของผู้รับเหมาช่วง  (subcontract) สัญญาจ้างรับเหมาจากผู้ประกอบการรถไฟฟ้า ผู้รับเหมาไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อซอง แต่หากเป็นการร่วมลงทุนกันในรูปแบบกิจกรร่วมค้า (JV) ผู้ประกอบการรถไฟฟ้าและผู้รับเหมาจะต้องมีการซื้อซอง RFP แยก    

    ทั้งนี้ยังมองว่ากลุ่มรับเหมาจะได้รับผลบวก ทั้งผู้ประกอบการรับเหมารายใหญ่และงานฐานราก โดยเฉพาะ SEAFCO แนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 6.80 บาท อิง PER 12.2x โดยเรามองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งงานเสาเข็มเจาะสูง เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการงานฐานรากรายใหญ่และมี track record รับงานจากทั้ง CK และ STEC ส่วนผู้ประกอบการรับเหมารายใหญ่แนะนำ ซื้อ STEC  ที่ราคาเป้าหมาย 17.40 บาท อิง PER 18.9x

*** คาดรับเหมาขาขึ้น งานรัฐทะลัก- กลุ่มงานฐานรากนอนกิน 

    บริษัทหลัทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง จากการขายซองประมูลโครงการใหม่ คาดจะเห็นการประมูลที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่รถไฟฟ้า ไปจนถึงรถไฟทางคู่ ส่งผลให้มีงานเข้ามาในตลาดอีกหลายแสนล้านบาท 

    นอกจากนี้ยืนยันมุมมองเชิงบวกต่องานรากฐาน แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา โครงการภาครัฐฯที่ออกประมูลจะล่าช้าไปบ้าง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพระยะสั้น โดยเฉพาะ Q2/63 จะมีการประมูลแย่งงานกันในกลุ่มผู้รับเหมางานรากฐานบ้าง ทำให้มาร์จิ้นในระยะสั้นอาจไม่โดดเด่นนัก แต่สำหรับภาพระยะยาว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป งานรากฐานมูลค่ามหาศาลจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด

    โดยยืนยันน้ำหนักการลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ ที่ OVERWEIGHT โดยมองว่าการขายซองประมูลจะกลับมาในเดือนนี้ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้น Re-rating ขึ้นไปจากระดับปัจจุบันที่ เทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตราว -1SD ได้ แนะนำ ซื้อทุกตัว และเลือก STEC และ SEAFCO เป็น top pick    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด