ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ลั่นผลงานปีนี้โดดเด่น กูรูคาดกำไรโต 100% แตะหมื่นลบ.

GPSC ลั่นผลงานปีนี้โดดเด่น กูรูคาดกำไรโต 100% แตะหมื่นลบ.

    "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่" เชื่อผลงานปีนี้โตต่อเนื่อง รับประโยชน์จาก GLOW เต็มปี รับรู้รายได้ 2 โรงไฟฟ้าใหม่ "นวนคร"ส่วนขยาย และไฟฟ้าจากขยะ เริ่ม COD ใน Q3/63 พร้อมมองหาโอกาสเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ฟากโบรกฯคาดปี 63 กำไรปกติ 1 หมื่นลบ.โต 100% เคาะเป้า 103 บาท

*** เชื่อผลงานปีนี้โตต่อ รับรู้ GLOW เต็มปี-COD 2 โรงไฟฟ้าใหม่
    
    นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 เนื่องจากการรับรู้ผลประกอบการจาก GLOW ที่เข้ามาแบบเต็มปี รวมไปถึงรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ส่วนขยาย (NNEG Expansion) กำลังการผลิตตามสัดส่วน 18 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ของปี 2563 และไตรมาส 2 ปี 2564 ตามลำดับ

*** ยันภัยแล้งไม่กระทบการผลิต

    ในส่วนของสถานการณ์น้ำแล้งนั้น บริษัทฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และได้เตรียมมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคได้อย่างเพียงพอและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินงานและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

*** ลุยลงทุนใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ
    
    บริษัทฯ ยังคงแสวงหาโอกาสในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศอาเซียน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (Gas to Power) ที่ประเทศเมียนมาร์ พร้อมทั้งการศึกษาและลงทุนในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการกักเก็บพลังงาน และโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในแถบภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันตก เป็นต้น

*** ปี 62 กำไรโต 21% กวาดรายได้ 66,562 ลบ.
    
    ผลการดำเนินงานบริษัทฯ ปี 2562 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 66,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,682 ล้านบาท หรือคิดเป็น 168% มีกำไรสุทธิ จำนวน 4,061 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 702 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากการควบรวมบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW และมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มขึ้น และการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง

*** ปันผลงวดครึ่งหลังปี 62 อีก 0.80 บาท/หุ้น

    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละประมาณ 74 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 จึงยังคงเหลือส่วนเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2562 ที่จะต้องจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 (หรือ XD วันที่ 26 กุมภาพันธ์) และกำหนดจ่ายเงินปันผลประจำปีที่อัตราหุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้นในวันที่ 17 เมษายน 2563 โดยจะจ่ายเมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 แล้ว

    โดยบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2562 จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ผลิตสาธารณูปการแห่งที่ 4 จังหวัดระยอง (CUP-4) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำลิก 1 (NL1PC) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) และโครงการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ชลบุรี คลีนเอ็นเนอร์ยี จำกัด (CCE) รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าของ GLOW ภายหลังการควบรวมกิจการแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งเป็นผลทำให้รายได้ และกำไรของบริษัทฯ มีทิศทางที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    
    ส่วนการปรับโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งได้จากการเพิ่มทุนจำนวน 74,000 ล้านบาท และการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 35,000 ล้านบาทแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing) ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลง

    กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ที่ไม่รวมค่าตัดจำหน่ายมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการ GLOW (Adjusted Net Income) มีจำนวนทั้งสิ้น 5,177 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,818 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54% ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงผลกำไรจากการดำเนินงานของ GPSC ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว GPSC ยังมีผลการดำเนินการที่ดีจากโรงไฟฟ้าศรีราชา ซึ่งมีค่าความพร้อมจ่ายและชั่วโมงความพร้อมจ่ายตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการสัญญาค่าซ่อมบำรุงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะ"ซื้อ" เป้า 103 บาท

     บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 103 บาท ทั้งนี้ราคาหุ้นที่อ่อนลงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนผลประกอบการ 4Q62 และความกังวลเรื่องภัยแล้งที่จะกระทบการผลิตไปแล้ว และเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 63F จะเติบโตได้ก้าวกระโดดจากการทำงบการเงินรวมกับ GLOW
  
*** บล.เคทีบี(ประเทศไทย) คาดปี 63 กำไร 1 หมื่นลบ.
    
    บล.เคทีบี(ประเทศไทย) คงประมาณการปี 2020E กำไรเติบโตโดดเด่นรับประโยชน์จาก GLOW เต็มปี กำไรปกติปี 2019 อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท (+54% YoY) ใกล้เคียงกับที่เราคาด โดย key driver มาจากการควบรวม GLOW แล้วเสร็จในช่วงกลางปี ในขณะที่ปี 2020E เรายังคงประมาณการกำไรปกติที่ราว 1.0 หมื่นล้านบาท (+100% YoY) โดยได้รับแรงหนุนจาก 1) รับรู้รายได้จากการควบรวม GLOW (2.8GW) เต็มปี 2) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงราว 1.0 พันล้านบาท จากการจัดโครงสร้างหนี้ใหม่หลังเพิ่มทุน 3) รับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการที่ทยอย COD ช่วงปลายปี 2019 อีกราว 0.4GW 

    คงราคาเป้าหมายที่ 85.00 บาท อิง DCF (WACC 5.2%, terminal growth 0%) ทั้งนี้ key catalyst คือการเติบโตควบคู่ไปกับกลุ่ม PTT ซึ่งยังคงมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโครงการ Gas to power ที่ประเทศเมียนมาร์ขนาดกำลังการผลิต 600MW ซึ่งลงทุนร่วมกับกลุ่ม PTT คาดเห็นความชัดเจนในปี 2020E







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด