ข่าวนี้ที่ 1

คลายล็อคดาวน์เฟส 3 มิ.ย.นี้ ลุ้นคืนชีพหุ้นโรงหนัง-สปา-อาหาร

คลายล็อคดาวน์เฟส 3 มิ.ย.นี้ ลุ้นคืนชีพหุ้นโรงหนัง-สปา-อาหาร

    "ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19" เตรียมผ่อนคลายล็อคดาวน์เฟส 3 หลังจำนวนผู้ติดเชื้อยังเป็นเลขหลักเดียว คาดมีผลบังคับใช้ 1 มิ.ย.นี้ พร้อมขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอีก 1 เดือน เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข ด้าน "โบรกเกอร์" ลุ้นเปิดบริการธุรกิจสปา-โรงหนัง หนุนหุ้นตอบรับเชิงบวก แต่อาจไม่มีผลหนุนภาพรวมตลาดหุ้นมากนัก 

***  1 มิ.ย.นี้ คลายล็อคดาวน์เฟส 3
     นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่  เมื่อวันที่ 22 พ.ค.63 ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ เป็นประธานการประชุมได้เห็นชอบการเตรียมผ่อนคลายมาตรการระยะ 3  โดยกิจการ/กิจกรรมที่จะผ่อนคลายระยะ 3  หลักการจะพิจารณาตามความเสี่ยง ซึ่งกิจการ/กิจกรรมระยะ 4 จะมีความเสี่ยงมากสุดซึ่งต้องรอระยะต่อไป

    สำหรับไทม์ไลน์ก่อนการคลายล็อคระยะ 3  คือ ช่วงวันที่ 23-24 พ.ค.63 เป็นการจัดเตรียมข้อมูลของคณะทำงานผ่อนคลายกิจกรรม/กิจการ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด วันที่ 25-26 พ.ค.63 ประชุมคณะทำงานกลั่นกรองกิจการ/กิจกรรม วันที่ 27 พ.ค.63 ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายระยะ 3 และวันที่ 29 พ.ค.63 เข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่ออนุมัติ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.63

      "ตอนนี้ผมไม่สามารถบอกได้ว่ากิจการ/กิจกรรมระยะ 3 มีอะไรบ้าง แต่ต้องไปพิจารณาตามความเสี่ยง"

*** ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอีก 1 เดือน
    นอกจากนี้ที่ประชุม ศบค.ได้เห็นชอบตามที่ เลขา สมช.เสนอการขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯทั่วราชอาณาจักร เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข ด้วย 3 เหตุผล คือ

     1.ยังจำเป็นและต้องบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯเพื่อความเป็นเอกภาพ ต่อเนื่อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานกลางในการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ 

    2. เป็นการเตรียมรองรับระยะต่อไป เพราะไทยอยู่ระหว่างการกำหนดมาตรการผ่อนปรนระยะ 3-4 ซึ่งความเสี่ยงติดเชื้อ 2 ระยะนี้สูงกว่าระยะ 1-2 ดังนั้นการกำกับต้องไม่หย่อนลง จึงต้องสร้างสมดุล เพื่อมาตรการทางกฎหมาย เพื่อการบริการจัดการการผ่อนคลายให้เหมาะสม 

    3.สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคยังไม่สิ้นสุด หลายประเทศยังมีผู้ติดเชื้อสูง จึงจำเป็นต้องมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมเปิดประเทศ เพื่อรองรับความเสี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโรคได้

    โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 26 พ.ค. 63 ให้ความเห็นชอบต่อไป

     "ศบค.คุยกันและเห็นชอบให้เสนอ ครม.เพื่อขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิฯ อีก 1 มิ.ย.-30 มิ.ย.63... การประกาศภาวะฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด " นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว 

    นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดเวลาเคอร์ฟิวลง ส่วนจะเมื่อไร อย่างไร  ขึ้นอยู่กับมาตรการผ่อนคลาย โดยต้องรอการประชุมครั้งหน้า 
 
*** ไทยเร่งผลิตวัคซีนใช้เวลาอีก 1 ปี 
     นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมในที่ประชุม ศบค.ในการจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนทำให้ทั่วโลกได้ชื่นชมไทยที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดได้ในระดับต้นๆของโลก

     ด้านการผลิตวัคซีน ได้แจ้งว่ามีความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยอยู่ระดับการทดลองในสัตว์ และยังต้องทดลองอีกหลายระดับ จึงต้องระมัดระวังในการสื่อสารเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือความคาดหวัง ดังนั้นจึงขอแจ้งว่าการผลิตวัคซีนของไทยยังอยู่ในระดับการเริ่มต้นเท่านั้น

      ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข รายงานความก้าวหน้าการผลิตวัคซีน ว่า มีผู้ทำวัคซีน 6 เทคโนโลยี โดยอยู่ในระดับเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก ส่วนระยะเวลาต้องใช้ใกล้เคียงกับประเทศอื่น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าต้องใช้เวลารอคอยอีกอย่างน้อย 1 ปี และจำนวนที่เหมาะสมต้องนำไปผลิตในลักษณะ Mass Production ซึ่งอาจใช้เวลา 1-3 ปี ดังนั้นเรายังต้องอยู่กับโควิด-19 อีกนาน ดังนั้นคนไทยต้องปรับตัวรับชีวิตวิถีใหม่

*** โบรกฯเชียร์เปิดผับ-โรงหนัง หนุน SPA-MAJOR ฟื้น
    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีมุมมอง Neutral กับมาตรการคลายล็อกเฟส 3 ในวันที่ 1 มิ.ย.63 เนื่องจากการคลายล็อกดาวน์ดังกล่าวแทบไม่ส่งผลดีกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มากนัก เพราะหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอบรับเชิงบวกจากการคลายล็อกดาวน์รอบก่อนหน้านั้นไปแล้ว 

    แต่ครั้งนี้ต้องลุ้นว่าจะมีการเปิดผับ สปา หรือ โรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ หากสามารถเปิดบริการได้จริงก็แทบไม่ใช่ปัจจัยบวกหนุนหุ้นในตลาดหุ้นมากนัก เนื่องจากในไทยมีหุ้นอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่มาก

    อย่างไรก็ดี หากมีการเปิดสปา หรือ โรงภาพยนตร์ได้ หุ้นที่จะได้ประโยชน์คงหนีไม่พ้น SPA และ MAJOR ที่จะมีรายได้เข้ามาจากการเปิดให้บริการ แต่เชื่อว่าในระยะสั้นยังไม่ฟื้นตัวเพราะคาดว่าผู้บริโภคยังกังวลกับการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยประเมินว่า SPA และ MAJOR จะกลับมาโดดเด่นหลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จบลง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีภาพยนตร์กล้าเข้าฉายพราะกลัวว่าผู้บริโภคยังไม่กลับมาใช้บริการ ประกอบกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ SPA ยังไม่กลับมา 

    แต่ MAJOR และ SPA เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน จึงเชื่อว่าจะทนได้จนไวรัสโควิด-19 จบลง ซึ่งหากนักลงทุนจะเข้าลงทุนใน 2 หุ้นดังกล่าว ต้องเป็นนักลงทุนที่สามารถถือหุ้นระยะยาว 6-12 เดือนแบบไม่หวั่นไหวได้ 

     นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ เฟส 3 วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มหุ้นอาหาร ที่มีการเปิดร้านอยู่ในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากประเมินว่าจะมีการผ่อนคลายในการใช้บริการห้างสรรพสินค้ามากขึ้น แต่ยังมองว่ากลุ่มอาหารยังไม่ฟื้นตัวแรง เพราะต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง อาจทำให้มีรายได้เข้ามาเพียง 20-30% เท่านั้น นอกจากนี้ยังอาจส่งผลดีต่อกลุ่มสปาที่อาจจะได้กลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบหลังวันที่ 1 มิ.ย.นี้ 

    ขณะเดียวกัน อาจเป็นปัจจัยบวกหนุนกลุ่มขนส่งเช่น BTS ที่อาจได้อานิสงส์ทางจิตวิทยาต่อลูกค้าที่กล้าออกมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น ซึ่งจะทำให้จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด