ข่าวนี้ที่ 1

BDMS ผนึก`ผิงอัน`เจาะลูกค้าจีน-เบรกแผนซื้อกิจการ

BDMS ผนึก`ผิงอัน`เจาะลูกค้าจีน-เบรกแผนซื้อกิจการ

    "กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS)" ผนึก PING AN HEALTH ประกันยักษ์ใหญ่จากจีน ขยายบริการตรวจรักษาลูกค้าประกัน เจาะลูกค้าจีน เชื่อมีผู้ใช้บริการ 1-4 พันคนต่อปี คาดสร้างรายได้ปีละ 1-2 พันลบ. ลั่นชะลอแผนเข้าซื้อกิจการหลังภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้อ คาดผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก คลายล็อกดาวน์หนุนธุรกิจโรงพยาบาลฟื้น 

*** BDMS ผนึก`ผิงอัน`ประกันยักษ์จีน ขยายบริการสุขภาพ

    นางนฤมล น้อยอ่ำ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ร่วมมือกับ PING AN HEALTH บริษัทประกันรายใหญ่จากประเทศจีน ด้วยการเตรียมความพร้อมในการนำเสนอแนวทางการรักษาที่ครอบคลุมตามความต้องการ ประกอบกับให้บริการสุขภาพในด้านต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้า PING AN HEALTH

***คาดสร้างรายได้ปีละ 1-2 พันลบ.
    
    โดยบริษัทคาดจะมีกลุ่มลูกค้าจากจีนเข้ารับการรักษาปีละ 1,000-4,000 คน ซึ่งคาดจะช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทปีละประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการประมาณการณ์ดังกล่าวมีสมมติฐานภายใต้สถานการณ์ปกติที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19

    การร่วมมือดังกล่าว เป็นการขยายฐานลูกค้าของบริษัทไปยังลูกค้าจากประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทมีฐานลูกค้าจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าในอนาคตจะช่วยผลักดันสัดส่วนฐานลูกค้าจากประเทศจีนให้ขึ้นติดอันดับ 1 ใน 3 ของลูกค้าต่างประเทศทั้งหมด โดยบริษัทเชื่อว่าภายหลังจากหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการ Lock Down จะทำให้ภาพรวมของธุรกิจโรงพยาบาลฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังในช่วงไตรมาส 4/63

*** ชะลอแผนซื้อกิจการหลังเศรษฐกิจไม่เอื้อ
    
    ส่วนกรณีที่บริษัทได้ยกเลิกแผนทำคำเสนอซื้อหุ้นของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)หรือ BH ไปแล้วนั้น ขณะนี้บริษัทไม่มีแผนสำรอง หรือแผนการเข้าซื้อกิจการของโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้จึงทำให้บริษัทต้องชะลอแผนดังกล่าวออกไปก่อน

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีโรงพยาบาลทั้งสิ้น 49 แห่ง แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ, กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช, กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท, กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาล BNH และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล
    
    นอกจากนี้ เครือโรงพยาบาลทั้งหมดยังสามารถดูแลชาวต่างชาติได้ครอบคลุมทุกประเทศ จากจำนวนเตียง ที่สามารถรองรับลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเตียงที่พร้อมใช้งาน 6,000 เตียง และมีการใช้งานอยู่ประมาณ 4,000 เตียง โดยสามารถขยายเพิ่มได้ถึง 8,000 เตียง โดยไม่ต้องลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่เพิ่ม

*** คาดผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก คลายล็อกดาวน์หนุนธุรกิจโรงพยาบาล
    
    ด้านทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 63 จะมีการฟื้นตัว ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ โดยจะเริ่มผ่อนคลายระยะ 5 ในวันที่ 1 ก.ค.63 นี้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจ หรือกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาดำเนินการตามปกติได้ ประกอบกับผลบวกจากการอนุญาตให้เปิดน่านฟ้านำเที่ยวบินพิเศษเข้ามาได้ เช่น บริการแก่คนไข้ระดับบนและกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Medical Tourism กลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มบุคคลที่สามารถเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศได้ เป็นต้น รวมไปถึงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ Travel Bubble ของประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ดี
 
*** บล.เคจีไอ แนะซื้อ ให้เป้า 27.00 บาท

    บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า สถานการณ์ระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลที่มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูงในปี 2563 โดยผลกระทบจะรุนแรงที่สุดใน 2Q63 (หนักสุดในเดือนเมษายน) เนื่องจากมีการปิดสนามบินเพื่อคุมโรคระบาด ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโดยรวมของ BDMS ใน 2Q63 จะลดลงอย่างมาก YoY จากทั้งผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน คาดว่าสถานการณ์น่าจะฟื้นตัวขึ้นจากระดับที่แย่ที่สุด เนื่องจากการกลับมาใช้บริการมากขึ้น ภายหลังการระบาดลดลง

*** มีโอกาสฟื้นตัวได้จากการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติใน 2H63

    ยิ่งไปกว่านั้น เราพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในหลาย ๆ ประเทศในเอเซียลดลงต่ำกว่า 100 โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐ ยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย และอีกหลายประเทศยังอยู่ในระดับสูง (เกิน 100 รายต่อวัน) ติดต่อกันมาหลายเดือนจากสถานการณ์ล่าสุด เรามองลบน้อยลงกับสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในกลุ่มประเทศ CLMV จีน และไทยในช่วง 2H63 ดังนั้น เราคิดว่าธุรกิจหลักของ BDMS น่าจะฟื้นตัวได้จากการที่สถานการณ์ระบาดผ่อนคลายลง เราคิดว่าบางประเทศน่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมได้จากสถานการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่ประเทศไทยกลับมาเปิดรับผู้ป่วยต่างชาติอีกครั้งภายใน 4Q63 เราคิดว่า BDMS จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าโรงพยาบาลอื่นในระดับเดียวกัน เนื่องจากการกระจายรายได้ที่ดี โดยมีสัดส่วนจากตะวันออกกลาง 8.7% ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 29% ของรายได้รวม โดยเป็นรายได้จากผู้ป่วยญี่ปุ่น (2.4%), CLMV (2%) และจีน (1%) ใน 1Q63

*** ปรับประมาณการกำไรปี 63-64 เพิ่มขึ้น 3.9% และ 12.3% 

    เราปรับสมมติฐานของเราเพื่อสะท้อนแนวโน้มที่ดูเป็นบวกมากขึ้น ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี FY63F ของเราเพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 6.84 พันล้านบาท และปี FY64 F เพิ่มขึ้น 12.3% เป็น 7.96 พันล้านบาท เนื่องจาก i) เราปรับลดสัดส่วน SG&A/ยอดขายปี FY63-64F ลงเหลือ 21.0% (จากเดิมที่ 21.5% และ 21.9%) ii) เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้จปี FY64F ขึ้นอีก 5.7% เป็น 8.03 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติและไทย รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1Q63

    ยังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย DCF กลางปี 2564 ที่ 27.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.0% และ TG ที่ 2.0%) เราเลือก BDMS เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มโรงพยาบาลในขณะนี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด