ข่าวนี้ที่ 1

กลุ่มแบงก์ Q1 กำไรหดเหลือ 4.4 หมื่นลบ. หวั่น Q2 ทรุดหนัก

กลุ่มแบงก์ Q1 กำไรหดเหลือ 4.4 หมื่นลบ. หวั่น Q2 ทรุดหนัก

เปิดงบ"กลุ่มธนาคารพาณิชย์" ทำกำไรไตรมาส 1/63 รวมแตะ 4.41 หมื่นล้านบาท ลดลง 18.20% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังตั้งสำรองเพิ่มตามมาตรฐานบัญชีใหม่(TFRS 9)  และมีสัญญาณหนี้เสียเพิ่มขึ้น  ด้าน "กสิกรไทย-ซีไอเอ็มบี ไทย"เตรียมทบทวนแผนธุรกิจปีนี้ หลังโควิด-19 ทำสินเชื่อชะลอ หลังมุ่งช่วยเหลือลูกค้าเป็นหลัก ด้านโบรกฯคาดไตรมาส 2-3 /63 กำไรร่วงลงต่อ รับผลกระทบไวรัสเต็มไตรมาส  

*** 10 แบงก์กำไรทรุด 18%
    ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาส 1/63 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียน 10 แห่งพบว่า สามารถทำกำไรรวมได้ 44,116 ล้านบาท ลดลง 18.20% จากไตรมาส 1/62 ที่ทำได้ 53,936 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 2.54% จากไตรมาส 4/62 ที่ทำได้ 43,022 ล้านบาท

     ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีกำไรสูงสุดอยู่ที่ 9,251 ล้านบาท  แต่เป็นกำไรที่เพิ่มขึ้น 1% ส่วน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย หรือ CIMBT มีอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุดที่  232% ดันกำไรแตะ 1,079 ล้านบาท รองลงมาคือ ธนาคารทหารไทย หรือ TMB มีอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้น 163% หลังรวมงบกับธนาคารธนชาต

     ธนาคารที่มีผลงานต่ำสุด คือ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ไตรมาสนี้พลิกขาดทุน 709 ล้านบาท ลดลง 187.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/62 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 806.7 ล้านบาท

     ทั้งนี้กำไรของ LHFG ที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการ Mark to Market มูลค่าเงินลงทุนที่ลดลงมาก ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ (TFRS9)

    กำไรธนาคารพาณิชย์      
ธนาคาร Q1/63(ลบ.) Q1/62(ลบ.) YoY Q4/62(ลบ.) QoQ
BBL 7,671 9,028 -15% 8,003 -4.10%
KTB 6,082 7,301 -16.69% 7,459 -18.46%
SCB 9,251 9,157 1.02% 5,506 68.01%
KBANK 6,581 10,044 -34.47% 8,803 -25.24%
BAY 7,030 12,737 -44.80% 6,437 9.21%
TMB 4,163 1,579 163.64% 1,615 157.77%
TISCO 1,483 1,730 -14.27% 1,865 -20.48%
KKP 1,484 1,228 20.84% 1,679 -11.61%
LHFG -709 807 -187.80% 881 -180.47%
CIMBT 1,079 325 232% 774 39.40%
รวม 44,116 53,936 -18.20% 43,022 2.54%

รวบรวม : โดยสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

*** หนี้เสียมีสัญญาณเพิ่มขึ้น
    สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ(Gross NPLs) พบว่าส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดย CIMBT มี Gross NPLs มากสุดที่ 5.14% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 4.59% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ 4.32% KBANK มี Gross NPLs เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.83% BAY อยู่ที่ 1.98% TMB เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 2.59% เช่นเดียวกับ TISCO ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 2.12%  LHFG  เพิ่มขึ้นจากไตรมาก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.97%

    แต่หากเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน พบว่า BBL มี  Gross NPLs ลดลง อยู่ที่ 3.51% KTB ลดลงอยู่ที่ 4.27%  KKP ลดลงอยู่ที่ 3.23%

  Gross NPL    
ธนาคาร Q1/63 Q1/62 Q4/62
BBL 3.51% 3.57% 3.44%
KTB 4.27% 4.48% 4.33%
SCB 3.14% 2.76% 3.38%
KBANK 3.83% 3.40% 3.62%
BAY 1.98% 1.81% 1.84%
TMB 2.59% 2.80% 2.33%
TISCO 2.12% 2.53% 2.05%
KKP 3.23% 3.87% 3.81%
LHFG 1.97% 2% 1.55%
CIMBT 5.14% 4.32% 4.59%

รวบรวม : โดยสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
 
*** KBANK-CIMBT จ่อปรับแผนธุรกิจ

    นางสาวร่มฉัตร ทรงศิริ ผู้อำนวยการฝ่าย ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ สำนักเลขานุการบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 กระทบต่อธุรกิจธนาคาร ธนาคารจึงอยู่ระหว่างการทบทวนเป้าหมายทางการเงิน และคาดว่าจะประกาศได้ในเดือนมิถุนายน 2563

    ทั้งนี้ KBANK เดิมวางเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปีนี้ที่ 4-6% , การเติบโตรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย -5% ถึง -17% , ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) ที่ 3.1-3.3%  อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดําเนินงานต่อรายได้รวม(Cost to income) ที่ mid - 40s , อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองของธนาคาร(Credit cost) ไม่เกิน 150 bps และ หนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL ratio) ที่ 3.6-4.0%

     ด้าน นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์” ว่า แนวโน้มไตรมาส 2 น่าเป็นห่วง เนื่องจากธนาคารได้มีการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเบื้องต้นต้องปรับลดยอดสินเชื่อใหม่ลง โดยคาดว่าสินเชื่อรายย่อยละลดลงมากกว่า 50% จากเป้าหมายที่วางไว้

     ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมในปี 63 เติบโต 10% , สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต12-13% , สินเชื่อรายย่อยเติบโต 8% โดยสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยคิดเป็น 60% , รายใหญ่ 14% , ธุรกรรมค้าเงิน 12% , เอสเอ็มอี 8% และ ไพรเวทแบงกิ้ง 1% พร้อมลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปีนี้ให้ต่ำกว่า5%

*** โบรกฯมองโควิดกระทบ Q2-3/63 หนัก
    นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/63 มีกำไรสุทธิสูงกว่าที่คาด เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังทางการปรับลดสัดส่วนการส่งเงินให้กองทุนฟื้นฟูฯ(Financial Institutions Development Fund: FIDF)? ลง สามารถชดเชยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) ที่ลดลงได้ หลังธนาคารพาณิชย์มีการปรับลดดอกเบี้ยตามธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ไปก่อนหน้านี้

     ในขณะกดดันกำไรธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/63 คือ การตั้งสำรองที่เพิ่มสูงขึ้น หลังมาตรฐานบัญชีใหม่(TFRS9) มีผลบังคับใช้ โดยทำให้บางธนาคารมีผลขาดทุนไปแล้วในไตรมาสนี้ ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 2/63 เชื่อว่าผลการดำเนินงานธนาคารพาณิชย์จะลดลงจากไตรมาส 1/63 เพราะเชื่อว่าการตั้งสำรองจะยังสูงขึ้น เนื่องจากไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากการช่วยเหลือลูกค้ากรณีการแพร่ระบาดไวรัสวิด-19

     อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรธนาคารปีนี้ไว้ที่ 147,000 ล้านบาท เนื่องจากปรับลดลงมามากแล้ว ส่วนสินเชื่อประเมินไว้ติดลบไปแล้ว ซึ่งหุ้นกลุ่มธนาคารที่ฝ่ายวิจัยยังแนะนำให้ “ซื้อ” ยังเป็นธนาคารกรุงเทพ(BBL) ราคาเป้าหมาย 176 บาท/หุ้น โดยประมาณการกำไรของ BBL อยู่ที่ 36,900 ล้านบาท

     “เราไม่ปรับกำไรใหม่ เพราะกดไปมากแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนไตรมาส 2 เชื่อว่า ยังไม่ดี ที่เห็นไตรมาส 1 ยังดี เพราะลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนฯ แต่มาตรฐานบัญชีใหม่ก็ส่งผลต่อการตั้งสำรองที่มากขึ้น ถ้าไตรมาส 2 ไม่มีสัญญาณเชิงบวกเข้ามา เราอาจเห็นธนาคารมีผลขาดทุนได้ ซึ่งก็เห็นบางธนาคารมีผลขาดทุนไปแล้วในไตรมาส 1/63”นายเทิดศักดิ์ กล่าว

    ด้าน บล.โกลเบล็ก มองหุ้น KBANK Conference Call (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 123.90 บาท) ถือรอเศรษฐกิจฟื้น  โดยฝ่ายวิจัยคาดจะเห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่องในช่วง Q2 – Q3 เนื่องจากมีสัดส่วนสินเชื่อ SME สูงกว่าแบงก์อื่น  คาด Consensus จะปรับลดประมาณการกำไรปี 63 ล่าสุดจาก 3 หมื่นล้านบาท -23%YoY และราคาเป้าหมาย ราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายที่ PBV 0.57 เท่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มแบงก์ที่ระดับ 0.55 เท่า แนะนำ ทยอยสะสม







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด