ข่าวนี้ที่ 1

PTT หั่นงบลงทุน 10-15% ลุ้น Q2/63 พลิกกำไร

PTT หั่นงบลงทุน 10-15% ลุ้น Q2/63 พลิกกำไร

 

          PTT  รับผลกระทบสงครามน้ำมัน และพิษโควิด-19 ฉุดงบไตรมาส 1/63 ขาดทุน 1.55 พันลบ.ถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกรอบ 17 ไตรมาส ระบุกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นซบเซา มีขาดทุนสต็อกน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยนซ้ำเติม วางแผนลดค่าใช้จ่าย-งบลงทุนปีนี้ลงราว 10-15% ด้านนักวิเคราะห์คาดไตรมาส 2/63 พลิกมีกำไร    


*** ผลประกอบการ Q1/63 พลิกขาดทุนรอบ 17 ไตรมาส 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ปตท. (PTT)ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2563 พบว่า มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 1,554 ล้านบาท ลดลงประมาณ 19,000 ล้านบาท หรือลดลงมากกว่า 100% จากกำไรสุทธิในไตรมาส 4/62 ที่จำนวน 17,446 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/62 กำไรสุทธิลดลงจำนวนประมาณ 30,866 ล้านบาท หรือลดลงมากกว่า 100%  จากกำไรสุทธิไตรมาส 1/62 ที่จำนวน 29,312 ล้านบาท  
          ทั้งนี้ หากย้อนไปดูผลประกอบการในอดีต เท่ากับว่าการขาดทุนครั้งนี้ เป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 17 ไตรมาส นับจากที่ขาดทุนครั้งล่าสุดในไตรมาส 3/58 ที่ 26,581 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลจากการตั้งด้อยค่าของ PTTEP จำนวน 3.2 หมื่นล้านบาท 

*** ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นฉุด หลังขาดทุนสต็อกน้ำมัน
    
          บมจ.ปตท. (PTT)ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/63 มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 32,385 ล้านบาท ลดลง 34,563 ล้านบาท หรือ 51.6% จากไตรมาส 4/62 สาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมากของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งเป็นผลจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันในไตรมาส 1/63 ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงมากจาก ณ สิ้นไตรมาส 4/62 ที่ 67.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 23.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ณ สิ้นไตรมาส 1/63
  
          "เนื่องจากสงครามราคานามัน สภาวะอุปทานล้นตลาด จากการที่กลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตได้ ประกอบกับการความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งนำไปสู่มาตรการปิดเมืองในหลายประเทศ" ปตท.ระบุในรายงาน 

          จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการกลั่น ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน (Market Gross Refining Margin : Market GRM)ปรับลดลงตามส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์กับวัตถุดิบปรับตัวลดลง ถึงแม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายอะโรเมติกส์กับวัตถุดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ในส่วนของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานที่ลดลงเช่นกัน ตามปริมาณการขายและราคาขายที่ปรับตัวลดลง

*** กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติซบเซา ปริมาณการขายลดลง

          นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติลดลง จากธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นหลักตามปริมาณการขายที่ลดลง เนื่องจากในไตรมาส 1/63 โรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 ปิดซ่อมบำรุงตามแผนตามซึ่งเป็นไปแผนการปิดซ่อมบำรุงของลูกค้าโรงปิโตรเคมี รวมทั้งราคาขายผลิตภัณฑ์ของโรงแยกก๊าซฯ ที่ปรับลดลง และธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายก๊าซฯ เนื่องจากราคาขายที่อ้างอิงราคาน้ำมันเตา ในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 

*** กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรมปรับตัวดีขึ้น
 
          กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและวิศวกรรมที่ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น จากรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบำรุงใน Q1/63 และต้นทุนวัตถุดิบของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)ที่ลดลง ธุรกิจถ่านหินมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากต้นทุนที่ลดลงและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจน้ำมันที่ดีขึ้นจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง 

*** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน  

          อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/63 เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้สกุลต่างประเทศเนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐฯ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น โดยหลักจากผลกระทบของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แม้ว่าจะมีกำไรจากตราสารอนุพันธ์เพิ่ม
ขึ้น 
 
*** วางแผนลดค่าใช้จ่าย-งบลงทุนปีนี้ลง 10-15%  
    
          ปตท. รายงานว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสงครามราคาน้ำมัน ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน และผลการดำเนินงานของกลุ่มปตท.เช่นกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มปตท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการบริหารจัดการและออกมาตรการต่างๆ โดยการจัดตั้ง PTT Group Vital Center เพื่อวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางการรับมือช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด คือ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายผ่านมาตรการ "ลด-ละ-เลื่อน" 
          "ลด"  ค่าใช้จ่ายและการจ้างงานบุคคลภายนอกโดยเน้นด้าเนินงานด้วยตนเองให้มากที่สุด 
          "ละ"  การเดินทางและกิจกรรมที่ไม่จำเป็น 
          "เลื่อน" การลงทุนที่ไม่เร่งรัดโดยการจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุน โดยคาดว่าทั้งกลุ่มปตท.จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX)และทบทวนปรับลดแผนการลงทุน (CAPEX)ในปี 63 ได้ประมาณ 10-15%  อย่างไรก็ตาม โครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น โครงการท่อก๊าซฯ เส้นที่ 5 ของ ปตท. และโครงการพลังงานสะอาด ของ บมจ. ไทยออยล์ ยังคงดำเนินการตามแผนลงทุนเดิม ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเน้นย้ำการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง (Cost Conscious)

*** นักวิเคราะห์คาดไตรมาส 2/63 พลิกมีกำไร 
    
          นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"ว่า ผลขาดทุนของ PTT ใกล้เคียงกับประมาณการของ บล.หยวนต้า ซึ่งได้ประเมินผลขาดทุนไว้ที่ 1,300 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มองไปในช่วงไตรมาส 2/63  PTT มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรได้ แต่ประเมินว่ายังไม่โดดเด่นเทียบกับช่วงปกติ
          ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะเป็นกำลังหลักในการทำให้ PTT พลิกกลับมามีกำไรในช่วงไตรมาส 2/63 เนื่องจากภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีน่าจะปรับตัวดีขึ้น และจะชดเชยรายได้จากธุรกิจน้ำมันและแก๊สที่ยังน่าจะซบเซา จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังผันผวนและทำให้ราคาขายต้องปรับลดลง ประกอบกับความต้องการใช้ที่ลดลงตามมาตรการล็อกดาวน์และทิศทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน   

          นักวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ช่วงไตรมาส 2/63 คาดว่า PTT มีโอกาสฟื้นมีกำไรได้ เนื่องจากช่วงไตรมาส 1/63 ผลประกอบการถูกกดดันจากกลุ่มโรงกลั่นที่ขาดทุนสต็อกจำนวนมาก ประกอบกับราคาน้ำมันช่วงไตรมาส 1/63 ปรับตัวลงแรงจากระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ลงมาอยู่ที่ระดับ 20 เหรียญ/บาร์เรล แต่ในช่วงไตรมาส 2/2563 คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับ 20-25 ดอลลาร์/บาร์เรล 

      


     

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด