ข่าวนี้ที่ 1

SETพ.ย.ไร้แรงหนุน สถิติชี้ฟันด์โฟลว์ไหลออก 1.5 หมื่นลบ.

SETพ.ย.ไร้แรงหนุน สถิติชี้ฟันด์โฟลว์ไหลออก 1.5 หมื่นลบ.

 

           ตลาดหุ้นไทย พ.ย. ยังขาดแรงหนุน โบรกฯ ยกสถิติ 10 ปีพบฟันด์โฟลว์ไหลออกเฉลี่ย 1.5 หมื่นลบ. ผนวกประเด็น MSCI เพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นจีน A-Share คาดเบียดสัดส่วนหุ้นไทย  แต่แนะนำ 9 หุ้นที่คาดชนะตลาด CPN,EA,PLANB,LH,MCS,KKP,AMATA,JWD และ CK 
 
*** ย้อนหลัง 10 ปีพบในเดือน พ.ย.ฟันด์โฟลว์ไหลออกเฉลี่ย 1.47 หมื่นลบ.


          บล.เอเซียพลัส (ASPS)ระบุว่า สัปดาห์นี้ (28 ต.ค.-1 พ.ย.) ตลาดหุ้นไทยผันผวนมาก และน่าจะสร้างความอึดอัดให้กับนักลงทุนพอสมควร เนื่องจากมีทั้งหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง และหุ้นที่ปรับตัวลงแรงผสมกันสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากตลาดยังขาดแรงหนุนจาก ฟันด์โฟลว์ สังเกตได้จากต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เดือน ส.ค. -5.4 หมื่นล้านบาท, ก.ย. -1.1 หมื่นล้านบาท และต.ค. -7.8 พันล้านบาท 


          ส่งผลให้ลักษณะการลงทุน ณ ปัจจุบัน เป็นการซื้อขายสลับกลุ่ม คือ ขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง อย่าง กลุ่มโรงไฟฟ้า แล้วสลับไปลงทุนในหุ้นที่ปรับฐานลงมาเยอะจนมีอัพไซด์เปิดกว้าง เช่น กลุ่มแบงก์ เป็นต้น


         ขณะในเดือน พ.ย. 2562 นี้ ทาง MSCI จะมีการปรับพอร์ต (rebalance) อีกครั้ง โดยประกาศผลในเช้าวันที่ 8 พ.ย. 2562 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พ.ย. 2562 ซึ่งจะเป็นบวกต่อหุ้นไทยที่คัดเข้าดัชนี สอดคล้องกับสถิติในอดีต พบว่า หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี MSCIมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงก่อนการเข้าคำนวณเสมอ โดยเฉพาะ ดัชนี MSCI Global Standard ในทางตรงกันข้ามหุ้นที่ถูกคัดออกราคาหุ้นมักจะถูกกดดัน แต่จะค่อยฟื้นตัวหลังวันที่มีผลบังคับใช้
       

        ที่สำคัญกว่านั้น คือ ในช่วงต้นปี 2562 ทาง MSCI ได้มีการประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะปรับเพิ่มน้ำหนัก 5% ของ China A-Share ลงในดัชนี MSCI Emerging Market ในรอบนี้ คาดว่ากดดันให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสถูกเบียดให้มีสัดส่วนลดลง และฟันด์โฟลว์ น่าจะชะลอการไหลเข้าเช่นเดียวกับเดือน ส.ค.2562 เป็นเดือนที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยสูงสุดในปีนี้ และทาง MSCI มีการเพิ่มน้ำหนัก  5% ของ China A-Share ลงในดัชนี MSCI Emerging Market เช่นกัน 
    

         เหตุผลดังกล่าว น่าจะเป็นตัวเหนี่ยวรั้งการไหลเข้าของฟันด์โฟลว์ ในตลาดหุ้นไทยออกไปอีกซักระยะ และยังสอดคล้องกับสถิติในอดีตย้อนหลัง 10 ปี ที่ฟันด์โฟลว์มักจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ย. เฉลี่ยสูงถึง 1.47 หมื่นล้านบาท ( มากสุดเป็นอันดับ 2 ของปี ) และยังเป็นการขายสุทธิสูงถึง 8 ใน 10 ปี

*** คาด กนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25% หนุนเงินไหลจากตราสารหนี้เข้าตลาดหุ้น
    

        สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจไทยในงวดเดือน ก.ย.62 ส่งสัญญาณชะลอตัวโดยภาพรวม ซึ่งน่าจะกดดันตัวเลขการเติบโตของจีดีพีงวด Q3/62 ให้อยู่ที่ระดับต่ำ โดยฝ่ายวิจัยประเมินที่ 2.8% ซึ่งสถานการณ์แวดล้อมทางเศรษฐกิจดังกล่าว น่าจะเพิ่มโอกาสที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. วันที่ 6 พ.ย. 62 
  

        หากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตามคาด ก็น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น เนื่องจากปัจจุบันส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้น กับ พันธบัตร กว้างมากกว่า 4.8% (เทียบกับค่าเฉลี่ยจากปี 2551 จนถึงปัจจุบันที่ 4.28%) ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้นไปกว้างเกิน 5% ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น และทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจาก ตลาดตราสารหนี้ เข้ามาสู่ตลาดหุ้นไทยได้มากขึ้น
    

        ASPS ยังคงให้น้ำหนัก กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยฯ ตามหลัง Fed ที่พึ่งปรับลดดอกเบี้ยฯ ไปเมื่อวานนี้ และเนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวดังกล่าว คาดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.25%  สอดคล้องกับมุมมองนักวิเคราะห์ Consensus ใน Bloomberg 7 ท่าน ส่วนใหญ่คาดจะปรับลดในรอบนี้  (คือ 4  ท่านคาดปรับลดดอกเบี้ยฯ 0.25% อีก 3 ท่านคาดยังคงดอกเบี้ยฯ ที่เดิม 1.5% )           
    
***พอร์ตจำลอง มีหุ้นแนะนำ 9 บริษัท คาดจะยัง Outperform ตลาดได้ 
     

         ในภาวะที่ปัจจัยภายนอกรุมเร้า อาจกดดันภาพเศรษฐกิจและสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้นให้เคลื่อนไหวผันผวน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการลงทุนในหุ้นยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดี และนอกเหนือจากการค้นหาหุ้นด้วยตัวเอง ยังมีตัวช่วยในการลงทุนอย่าง พอร์ตจำลอง ฝ่ายวิจัย ASPS ภาพรวมผลตอบแทนพอร์ตจำลองยังสูงถึง 13% ต่อปี ขณะที่ SET Index บวกเพียง 2.4% และให้ผลตอบแทนชนะตลาดเกือบทุกเดือน หรือ 7 ใน 10 เดือนที่ผ่านมา
          ปัจจุบัน พอร์ตจำลอง มีหุ้นแนะนำจำนวน 9 บริษัท โดยเชื่อว่าจะยัง Outperform ตลาดได้ ซึ่งกลยุทธ์แบ่งออกเป็น 3 ธีม หลักๆ ดังนี้
        -หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการดี พร้อมกับมีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว อย่าง CPN, EA และ PLANB ล่าสุด เข้าลงทุนในบริษัท MACO สัดส่วน 19.96% โดย PLANB จะได้สิทธิบริหารจดการสื่อโฆษณานอกบ้านทั้งหมดของ MACO ซึ่งอยู่ในทำเลที่ดี นอกจากนี้จะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและเอเจนซี รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตโตของ MACOหุ้น 
        -Defensive เน้นเลือกหุ้นปันผลสูง คือ LH, MCS และ KKP คาดหวังปันผลได้เกินกว่า 6% ต่อปี
        -หุ้น Domestic พื้นฐานแข็งแกร่งที่คาดวาจะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นการลงทุนทั้งในเอกชนและรัฐบาล คือ AMATA JWD และ CK 

     
*** SET  ปิดต่ำกว่า 1,600 จุด - ต่างชาติยังขายสุทธิ 

           ตลาดหุ้นไทยปิดทำการเมื่อวันศุกร์ (01/11/19) ยังคงปิดต่ำกว่าระดับ 1,600 จุด โดยปิดที่ 1,592.52 จุด ลดลง -8.97 จุด หรือ -0.56% นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1 พันล้านบาท 
          สรุปมูลค่าการซื้อขายสะสมตามกลุ่มนักลงทุน นับตั้งแต่ 1 ม.ค. - 1 พ.ย. 2562 พบว่าต่างชาติเป็นฝ่ายขายสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท รองจากนักลงทุนรายย่อยที่มีมูลค่าการขายสุทธิ 2.2 หมื่นล้านบาท 
          ส่วนนักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาทและ 1 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ 
    
      

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด