ข่าวนี้ที่ 1

SET เดือนก.ค.ยังพักฐาน-กูรูจ่อหั่นกำไรบจ.ลงอีกรอบ

SET เดือนก.ค.ยังพักฐาน-กูรูจ่อหั่นกำไรบจ.ลงอีกรอบ

"โบรกฯ" มอง SET เดือนก.ค.ยังอยู่ในช่วงพักฐาน เน้นพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก เหตุหวั่นโควิด-19 ระบาดรอบสองในหลายประเทศ ขณะที่มูลค่าหุ้นไทยแพง แถมเสี่ยงถูกปรับลดกำไรบจ.ซ้ำอีก หลังคาดกำไรครึ่งปีแรกทำได้เพียง 30-40% ของทั้งปี ให้กรอบดัชนีเคลื่อนไหวระหว่าง 1,250-1,400 จุด แนะเก็บหุ้นรับประโยชน์คลายล็อกดาวน์เฟส 5 ทั้ง ท่องเที่ยว ค้าปลีก และหุ้นรับอานิสงส์รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน


*** SET ก.ค.ยังแกว่งผันผวน 1,250 - 1,400 จุด


นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการจัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเชีย เวลท์ ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ค.63 ว่า จะเคลื่อนไหวแกว่งตัวผันผวนโดยมีแนวรับ 1,295 จุด และแนวต้านที่ 1,370 จุด จาก 3 ปัจจัยดังนี้


1.การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในบางประเทศที่เริ่มเข้าสู่การแพร่ระบาดรอบ 2 รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นทั่วโลก


2.มูลค่าของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันอาจแพงเกินไปแล้ว ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ P/E 19 เท่า ซึ่งมากกว่าในอดีตที่ซื้อขายอยู่ที่ P/E 16 เท่า ทำให้ประเด็นนี้จะยิ่งสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน


3.กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ปี 63 อาจถูกปรับลงอีก


ขณะที่ด้านนักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีมุมมอง "เป็นกลาง" ต่อตลาดหุ้นไทยเดือน ก.ค. นี้ โดยคาดว่าขณะนี้หุ้นไทยอยู่ในช่วงของการพักฐานซึ่งในเดือน ก.ค. นี้ คาดว่าหุ้นไทยอาจจะยังอยู่ในรอบพักฐานต่อเนื่องจากช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ประเมินแนวรับ 1,250 จุด และแนวต้าน 1,400 จุด


*** ตลาดหุ้นก.ค.นี้ อิงแรงขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก


บล.เอเซีย พลัส (ASPS) จากเศรษฐกิจไทยปี 63 หลายสำนักคาดไปในทิศทางตรงกันว่าจะหดตัวเฉลี่ย 7 - 8% yoy ผลกระทบจาก โควิด-19 การเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงนี้จึงจะอิงจากการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก คือ การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และการลงทุนภาครัฐ โดยจะเห็นกระแสรัฐบาลเดินหน้าเร่งแผนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ที่เริ่มมีออกมา Timeline  ชัดขึ้นในเดือน ก.ค.  อาทิ


รถไฟฟ้าสายสีส้ม(ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (งานโยธาสายสีส้มตะวันตก และงานเดินรถตลอดทั้งเส้น) มูลค่าราว 9.6  หมื่นล้านบาท  หลังจาก ครม. อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว  ออกหลักเกณฑ์ TOR 3-9 ก.ค. 63 และเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ก.ย.  และคาดลงนามในสัญญาร่วมลงทุนเดือน  ธ.ค.63 


รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เตาปูน-ราษบูรณะ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท กำหนดเปิดประมูลงานโยธาภายในเดือน ก.ย.นี้ และคาดจะรู้ผลประมูลได้ภายในสิ้นปีรวมถึงการประมูลส่วนงานโทรคมนาคม เริ่มทยอยกลับมาเช่นกัน


*** จ่อหั่นประมาณการซ้ำ ครึ่งปีกำไรบจ.ทำได้แค่ 30 - 40% 


ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หนึ่งในอุปสรรคที่ขวางการไหลเข้าของฟันด์โฟลว์ ก็คือ แนวโน้มการปรับประมาณการกําไรบริษัทจดทะเบียน(EPS)ลง ทาง Consensus ยังคงทยอยปรับประมาณการกําไรปี 63 ลงมาต่อเนื่องจนล่าสดอยู่ที่ 65.38 บาท/หุ้น อยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับที่ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินในช่วงก่อนหน้าที่ 64 บาท/หุ้น


แต่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับประมาณการกำไรลงอีก เนื่องจากภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนครึ่งปีแรกทำได้ในระดับเพียง 30 -40% ของประมาณการปีทั้ง 63 ประกอบด้วย โดยกำไรงวด 1/63 อยู่ที่ 1.06 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15% ของประมาณการกำไรทั้งปีเท่านั้น


ขณะที่กำไรงวด 2/63 แม้จะได้แรงหนุนจากกำไรค่าเงินและกำไรจากสต็อกน้ำมันดิบของกลุ่มพลังงาน แต่จะถูกกดดันจากกำไร Real Sector น่าจะลดลงอย่างมีนัยฯ ส่งผลให้กำไรมีโอกาสอาจจะไม่ได้ลดลง QoQ แต่ลดลง YoY ซึ่งคาดว่ามีสัดส่วนไม่ถึง 25% ของประมาณการกำไรทั้งปี เมื่อนำทั้ง 2 ส่วนมารวมกันแสดงว่าช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจดทะเบียนอาจทำกำไรได้เพียง 30 -40% ของประมาณการปี 63 ที่ฝ่ายวิจัยประเมิน 6.88 แสนล้านบาท (EPS63F เท่ากับ 64 บาท/หุ้น) แสดงว่าในช่วงที่เหลือของปี บริษัทจดทะเบียนจะต้องทำกำไรเกินกว่า 60 - 70% ของประมาณการ


ดังนั้นยามที่ตลาดหุ้นไทยมี Upside ที่ค่อนข้างจำกัด แต่ประเด็นการเร่งตัวขึ้นของผู้ติดเชื้อ COVID-19 ระยะที่ 2 ที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจให้ชะลอตัวนานกว่าที่คาดไว้ ถือเป็นความท้าทายต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปี และเป็นความเสี่ยงต่อ SET Index ที่ปัจจุบันซื้อขายกันบน P/E เกินกว่า 20 เท่า


*** เชื่อ SET ไม่มีโอกาสร่วงแรงอีกแล้ว


บล.หยวนต้า ยืนยันว่า SET Index จะไม่มีการร่วงแรงเหมือนในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว แม้นักลงทุนยังคงต้องจับตาสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ควบคุมตลาดหุ้นในช่วงนี้ แต่หากดัชีร่วงแรงก็จะสามารถรีบาวน์ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว


*** แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์คลายล็อกเฟส 5 - ก่อสร้าง


บล.เอเซีย พลัส เผยกลยุทธ์การลงทุนในเดือนก.ค. 63 แนะนำมุ่งเป้าไปที่การค้นหาหุ้นที่สามารถเอาชนะผลกระทบจากประเด็นโควิด-19 ได้ ทั้งในมุมราคาหุ้นที่ Outperform ตลาดได้ดีในตอนที่ตลาดเผชิญกับโควิด-19 ระบาดในระยะที่ 1 รวมถึงความสามารถในการปรับตัวและการทำกำไรที่โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆในปี 63 นี้ แนะนำ 2 หุ้นเล็กที่ได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐได้แก่ INSET และ SEAFCO


บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำกลยุทธ์ลงทุน 3 ธีมหลัก ประกอบด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการคลายล็อกดาวน์เฟส 5 ของรัฐบาล ประกอบด้วย CPALL, SPA และ SISB หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลประกอบด้วย AOT, AAV, MINT, CENTEL และ ERW และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประกอบด้วย CK และ BEM


บล.หยวนต้า แนะนำ สะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งระยะยาวที่ราคาร่วงมาพอสมควร แต่จะสามารถฟื้นตัวได้ภายหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย โดยแนะนำ SCC, BAM , BGRIM, TOP, LH, DTAC, KTC, GLOBAL และ BA







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด