ข่าวนี้ที่ 1

FETCO ชี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนทรุด-ไอพีโอชะลอขายหุ้น

FETCO ชี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนทรุด-ไอพีโอชะลอขายหุ้น

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนมี.ค.63 ลดลง 11.48% อยู่ในเกณฑ์ซบเซาต่อเนื่อง กังวลเศรษฐกิจชะลอตัว-ท่องเที่ยวทรุด เล็งเสนอคลังงัดแผนลงทุนหุ้นโดยตรง หากกองทุน SSF ไม่ได้ผล ด้านวาณิชธนกิจ ยอมรับลูกค้าไอพีโอชะลอแผนขายหุ้น หลังตลาดหุ้นไทยไหลลงต่อเนื่อง หวังรอสถานการณ์คลี่คลาย


*** ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนมี.ค.ซบเซาต่อเป็นเดือนที่สอง


นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนมีนาคม 63 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 11.48% มาอยู่ที่ระดับ 64.40 อยู่ในเกณฑ์ซบเซาเป็นเดือนที่สอง


โดยปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนคือภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และสถานการณ์การท่องเที่ยว ขณะที่ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด คือนโยบายภาครัฐ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และนโยบายอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน


สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามได้แก่ความคืบหน้าปัญหาการควบคุมแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด 19 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ,นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก และนโยบายผ่อนคลายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศต่างๆ ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามคือ นโยบายเศรษฐกิจภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน การส่งออกและการท่องเที่ยวที่ลดลงมาก นโยบายอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย และการไหลเข้าออกของเงินทุน


*** FETCO เล็งชงคลังออกมาตรการลงทุนหุ้นโดยตรง


นายไพบูลย์ ระบุต่อถึงกรณีมาตรการขยายวงเงินพิเศษของกองทุนรวมเพื่อการออม(SSF) ต้องลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจากครม. มองว่าหากเริ่มใช้ได้จริงแล้วยังไม่สามารถช่วยหนุนให้สภาพตลาดหุ้นไทยฟื้นได้ในช่วง 1-2เดือน อาจต้องพิจารณาออกมาตรการลงทุนในหุ้นโดยตรงชั่วคราวเพิ่ม เช่น เข้าลงทุนหุ้นจำนวน 1-2 แสนบาท ถือยาวระยะเวลา 2-5 ปี เพื่อลดหย่อนภาษี และหากมาตรการดังกล่าวต้องใช้จริงและเห็นผลดีอาจพิจารณาเป็นมาตรการในระยะยาว


"ต้องรอผลจาก SSF 1-2 เดือนจากนี้ว่าจะช่วยตลาดหุ้นได้แค่ไหน ถ้าดูแล้วไม่ได้ผล คงต้องชงแผนใหม่ อย่างการซื้อหุ้นโดยตรง แล้วลดหย่อนภาษีได้  แต่ก็ยังเป็นแค่แนวคิด ยังบอกอะไรมากไม่ได้ว่าจะซื้อแบบไหน หรือมีเงื่อนไขแบบใด  " นายไพบูลย์กล่าว


ทั้งนี้จากสถานการณ์ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรงมองว่ามีโอกาสฟื้นตัวแรงได้เช่นกัน เนื่องจากปัจจัยที่เกิดขึ้นมาจาการตลาดต่างประเทศ ไม่ใช่ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากในประเทศอย่างวิกฤตต้มยำกุ้ง


อย่างไรก็ดีกระทรวงการคลังควรรีบออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนที่กำลังแย่ จากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ก่อนที่ธุรกิจจะล้มเพราะแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า โดยหวังว่าประเด็นโควิด-19 จะเริ่มชะลอความรุนแรงลงใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งหากได้มาตรการช่วยเหลือจะช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ในช่วงครึ่งปีหลัง


"ธุรกิจล้มตอนนี้มันฟื้นยาก ซึ่งคลังควรออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อทดแทนกำลังซื้อในช่วงนี้ที่หายไป โดยต้องช่วยเหลือให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย เพราะถ้าหว่านไปทั้งระบบคงไม่จำเป็น ซึ่งก่อนหน้านี้นโยบายทางการเงินก็ใช้ไปแล้วโดยการปรับลดดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นการคลังจำเป็นต้องออกมาช่วยด้วย" นายไพบูลย์กล่าว


*** ประเมินกนง.จ่อลดดอกเบี้ยช่วยหนุนอีกในการประชุมมี.ค.นี้


นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (nterest Rate Expectation Index) เดือนมีนาคม 63 โดยคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) รอบเดือนมีนาคมนี้ปรับตัวลดลงต่ำสุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี อยู่ที่ระดับ 8 ลดลงอย่างมากจากครั้งที่แล้วมาอยู่ในกณฑ์ "ลดลง (Decese)" สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าการประชุม กนง. ในเดือนมีนาคมนี้ อาจการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับร้อยละ 1 โดยมีสาเหตุจากอัตราการยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และ Fund Flow จากต่างชาติไหลออก


ส่วนดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรฐบาล 5 ปี และ 10 ปี ในรอบการประชุม กนง.พฤษภาคม 2563 (ประมาณ 11 สัปดาห์ข้างหน้า ปรับตัวลดลงต่ำสุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีอยู่ที่ระดับ 22 ทั้ง 2 ดัชนี ลดลงอย่างมากจากครั้งที่แล้วมาอยู่ในเกณฑ์ลดลง "ลดลง (Decrease)" เนื่องจากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดว่าอัตราผลตอบแทนอาจลดลงจาก 0.88% และ 1.09% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (28 ก.พ. 63) ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว อุปสงค์อุปทานในตลาดตราสารหนี้ที่ทรงตัว แนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และ Fund Flow จากต่างชาติไหลออก


*** หุ้น IPO ขยาดชะลอแผนระดมทุน


นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัท หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า จากภาพรวมตลาดหุ้นย่ำแย่ในขณะนี้ ทำให้ต้องชะลอแผนการนำลูกค้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไป


ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จำนวน 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM และ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือSAV เข้าจดทะเบียนใน SET ส่วน บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY จะจดทะเบียนในตลาด mai


นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมการยื่นคำขอเข้าจดทะเบียน 4 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่จะต้องประเมินสถานการณ์ และ ภาะวะตลาดในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้ง


"แน่นอนว่าภาวะตลาดแบบนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่น และ บรรยากาศการลงทุน อะไรที่อยู่ระหว่างกระบวนการก็ยังดำเนินต่อไป โดยบริษัทที่อยู่ระหว่างรออนุมัติ 3 ราย มีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนเข้าตลาดออกไปเป็นครึ่งปีหลังนี้จากกำหนดเดิมจะเข้าตลาดประมาณไตรมาส 1-2/63" นายประเสริฐ กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด