ข่าวนี้ที่ 1

BAM ลุ้นเทรดวันแรกเหนือจอง อวดกำไร 9 เดือน พุ่ง 47%

BAM ลุ้นเทรดวันแรกเหนือจอง อวดกำไร 9 เดือน พุ่ง 47%

     BAM พร้อมลงสนามเทรดวันแรก(16 ธ.ค.) ลุ้นยืนเหนือจอง ผู้บริหารลั่นยกระดับการบริหารงานเทียบเท่าเอกชน  พร้อมอวดกำไร 9 เดือน โต 47% เฉียด 5 พันลบ. พร้อมแจงค่าใช้จ่ายพุ่งกว่า 500 ลบ. เพราะมีสำรองพนักงาน มั่นใจหลัง IPO ผลงานจะโตต่อเนื่อง-ปันผลสม่ำเสมอ      

*** BAM เดินหน้าเข้าเทรดวันแรก ราคา IPO 17.50 บ.  

    ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับหลักทรัพย์หุ้นสามัญ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM  เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และเริ่มทำการซื้อขาย 16 ธ.ค. 2562 ในตลาดรอง SET ลักษณะธุรกิจ ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย จำนวนหุ้นสำหรับการจัดสรรส่วนเกิน 230,000,000 หุ้น

    กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงิน หมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ จำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท.และจำนวนหุ้นชำระแล้ว 3,015,000,000 หุ้น ราคา Par 5.00 บาทต่อหุ้น ทุนชำระแล้ว 15,075,000,000.00 บาท จำนวนหุ้น IPO 1,535,000,000 หุ้น จำนวนหุ้น IPO ประกอบด้วย หุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายประชาชนทั่วไป จำนวน 280,000,000 หุ้น หุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมที่เสนอขายประชาชนทั่วไป จำนวน 1,255,000,000 หุ้น จัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 1,535,000,000 หุ้น ราคา IPO 17.50 บาท
 
    หมายเหตุ บริษัทจัดสรรหุ้นสามัญเดิม 1,255 ล้านหุ้น หุ้นเพิ่มทุน 280 ล้านหุ้น และจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment) 230 ล้านหุ้น รวม 1,765 ล้านหุ้น การจัดสรรหุ้นส่วนเกิน บริษัทยืมหุ้นจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จำนวน 230 ล้านหุ้น
    
*** ลั่นจะยกระดับ BAM เทียบเท่าเอกชน  
    
     นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความมั่นใจในการระดมทุนผ่านหุ้น BAM ในครั้งนี้ว่า การเข้าจดทะเบียนพร้อมทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 นี้  จะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานให้เทียบเท่าบริษัทเอกชน เพิ่มแหล่งเงินทุนที่หลากหลายสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต และลดภาระหนี้ของบริษัทฯ ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

    การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นโอกาสสำหรับประชาชนและนักลงทุนที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีเครือข่ายสาขาและสำนักงานมากที่สุดครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค พร้อมศักยภาพในการสร้างโอกาสในทุกภาวะเศรษฐกิจ และการเติบโตจาก NPLs และ NPAs ในระบบธนาคารที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 


*** อวดกำไร 9 เดือน โต 47 % เฉียด 5 พันลบ. 

    บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM สรุปผลการดำเนินงานของบจ. ไตรมาสที่ 3 ปี 62 มีกำไรสุทธิ 881.32 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,158.79 ล้านบาท งวด 9 เดือน ปี 62 มีกำไรสุทธิ 4,882.29 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,310.79 ล้านบาท โต 47%

    สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3,922.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 156.8 บริษัทฯ มีกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขายของบริษัทฯ ลดลง 1,376.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.9 โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงและความไม่ชัดเจนของมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบกับการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงมาตรการกากับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

*** แจงค่าใช้จ่ายพุ่ง เหตุสำรองพนักงาน  
 
    ?บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น 2,054.9 ล้านบาท และ 2,588.0 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 533.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.9 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกเงินช่วยเหลือพนักงาน (โบนัส) เพิ่มเติมตามเกณฑ์การวัดผล การบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 4) และภาษีธุรกิจเฉพาะจากการรับชำระหนี้ของลูกหนี้รายใหญ่รายหนึ่ง

    การเปลี่ยนแปลงของรายได้หลักและค่าใช้จ่ายหลักในช่วงเวลาดังกล่าวตามที่ได้วิเคราะห์ข้างต้นทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 2560 และ 2561 และสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 จานวน 4,903.6 ล้านบาท 4,500.8 ล้านบาท 5,202.0 ล้านบาท 3,310.8 ล้านบาท และ 4,882.3 ล้านบาท ตามลำดับ ลดลง 402.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.2 ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 701.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.6 ในปี 2561 และเพิ่มขึ้น 1,571.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 47.5 สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562

*** พร้อมรับมือ TFRS9 ยันงบโต - ปันผลสม่ำเสมอ 

    นางทองอุไร กล่าวว่า บริษัทฯได้มีการศึกษาถึงผลกระทบทางภาษี และมาตรฐานบัญชีฉบับใหม่ (TFRS 9) และได้เตรียมความพร้อมในการรับมือถึงปัจจัยดังกล่าว โดยยังมั่นใจถึงผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าบริษัทฯ จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้จากกระแสเงินสดของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่งและมั่นคง เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น

    ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ BAM ยังคงเป็นกลไกที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการแก้ปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อช่วยสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ และหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดย นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ จนถึง 30 กันยายน 2562 BAM สามารถปิดบัญชีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ NPLs ซึ่งคำนวณจากมูลค่าต้นทุนการซื้อไปแล้วเป็นจำนวนกว่า 90,000 ล้านบาท

*** กองทุนฟื้นฟูถือหุ้นเหลือ 45-49% - พร้อมเสียประโยชน์ทางภาษี 

    สำหรับสัดส่วนการถือหุ้น BAM  กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอ จะเปลี่ยนแปลงโดย กองทุนฟื้นฟู จะมีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 2,734.99 ล้านหุ้น หรือ 99.9% เป็น 1,479.99 ล้านหุ้น หรือ 49.1% (ในกรณีที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน : กรีนชู)  และ 45.6% (ในกรณีมีกรีนชู)   
 
    นอกจากนี้ที่ผ่านมา BAM ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญ คือ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เก็บอยู่ในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิทางภาษี ดังนั้นหลังจากสัดส่วนถือหุ้นของกองทุนฟื้นฟูต่ำกว่า 95% ของหุ้นทั้งหมด จะทำให้บริษัทเสียสิทธิประโยชน์จากการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าว

 
    
     







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด