ข่าวนี้ที่ 1

ครม.ไฟเขียว 3 แพ็คเกจฟื้นท่องเที่ยว-กูรูมองอานิสงส์น้อย

ครม.ไฟเขียว 3 แพ็คเกจฟื้นท่องเที่ยว-กูรูมองอานิสงส์น้อย

"ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี" ไฟเขียวโครงการกระตุ้นท่องเที่ยว วงเงินรวม 2.24 หมื่นลบ. เริ่ม ก.ค.-ต.ค.นี้ แบ่ง 3 แพ็คเกจ "กำลังใจ-เราไปเที่ยวกัน-เที่ยวปันสุข" ลดค่าเดินทาง - ค่าโรงแรม 40% แจกเงิน 600 บาท ฟากโบรกฯชี้ ERW-CENTEL-AAV เป็นหุ้นได้ประโยชน์ แต่ผิดหวังไม่แนะเก็งกำไร เหตุวงเงินต่ำหนุนหุ้นท่องเที่ยวได้น้อย หากเทียบกับรายได้ภาคท่องเที่ยวที่ 3 ล้านลบ. แนะรอเปิดประเทศ ขณะที่ MINT ขานรับ ลั่นเตรียมเปิดบริการโรงแรมเต็มสูบ


*** ครม.ไฟเขียว 3 แพ็คเกจท่องเที่ยว 2.24 หมื่นลบ.


นางสาวไตรสุลี ไตรสรณะ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 16 มิ.ย.63 ว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบ โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยววงเงินรวม 22,400 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการ ดังนี้


1.โครงการกำลังใจ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทางสำหรับอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวม 1.2 ล้านคน ให้เดินทางโดยการใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณเดินทางไม่เกินคนละ 2,000 บาท สำหรับการเดินทางที่ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน วงเงินงบประมาณรวม 2,400 ล้านบาท


2.โครงการเราไปเที่ยวกัน รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก ในลักษณะร่วมจ่าย (co-pay) จำนวน 5 ล้านคืน ในอัตรา 40% ของค่าพักแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ

โดย ททท.จะแจ้งรายชื่อและสามารถตรวจสอบชื่อได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย จำนวน 600 บาท ต่อห้องต่อคืน ซึ่งจะต้องมีที่้ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้านของประชาชนผู้จองที่พัก วงเงินรวม 18,000 ล้านบาท


3.โครงการเที่ยวปันสุข รัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่ง ด้านการท่องเที่ยว ผ่าน 3 กลุ่ม คือ สายการบินในประเทศ รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่า ในอัตรา 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาท วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท


*** กำหนดระยะเวลา 4 เดือน ใช้สิทธิค่าที่พัก-เดินทางร่วมกันได้


สำหรับระยะเวลาการดำเนินโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. - ต.ค.นี้ รวมเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว และผู้ประกอบการขนส่งเพื่อการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งประสานสายการบินจัดทำโปรโมชั่นโดยสารไปกลับราคาเดียวในอัตราพิเศษ ช่วงเดือนก.ค. - ต.ค. โดยจะพิจารณาการเดินทางทางอากาศก่อนเป็นลำดับแรก

ส่วนเงื่อนไขและรายละเอียด สำหรับการท่องเที่ยวในกลุ่ม "เราไปเที่ยวกัน" กำหนดสิทธิ์ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง พิจารณาจากบัตรประชาชน โดยค่าห้องพักสูงสุดไม่เกิน 5 ห้องต่อคน พร้อมได้สิทธิ์ e-voucher ผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตังค์ 600 บาทต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน และสิทธิ์ในการซื้อบัตรโดยสารไป-กลับ เส้นทางในประเทศ 1 ครั้ง ทั้งนี้บัตรโดยสารเครื่องบินให้ประชาชนชำระค่าบริการก่อน โดยภาครัฐจะชำระคืนในภายหลัง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ โครงการ "เราไปเที่ยวกัน" และโครงการ "เที่ยวปันสุข" ยังสามารถใช้สิทธิ์ร่วมกันได้ โดยผู้ใช้สิทธิ์บัตรโดยสารเครื่องบินจะได้รับส่วนลด 40% หรือไม่เกิน 1,000 บาทต่อสิทธิ์ เมื่อใช้ในการโครงการเราไปเที่ยวกัน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง


*** โบรกฯ มองเม็ดเงินกระตุ้นน้อยไป ไม่แนะเก็งกำไรหุ้นโรงแรม


นายเอกสิทธิ์ คุณาดิเรกวงศ์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กรุงศรี ระบุว่า มีมุมมอง "เป็นกลาง" กับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ครม. ในวงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีจำนวนน้อยเกินไป ไม่สามารถชดเชยรายได้อย่างเต็มที่ให้กับผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะหากเทียบกับปี 62 ที่ภาคการท่องเที่ยวมีรายได้รวมกันกว่า 3 ล้านล้านบาท


ซึ่งมองว่า ERW จะได้รับประโยชน์มากสุดจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากมีรายได้ในประเทศ 90% สูงที่สุดหากเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกัน แต่หุ้นกลุ่มโรงแรมปรับตัวขึ้นมามากพอสมควรแล้ว จึงเชื่อว่าจะไม่ปรับขึ้นไปมากกว่านี้อีกแล้ว หากไม่มีมาตรการเพิ่มเติมที่ทำให้ตลาดประหลาดใจ หรือการเปิดประเทศ เป็นต้น ดังนั้นในระยะสั้น จึงแนะนำหลีกเลี่ยงกลุ่มหุ้นโรงแรมออกไปก่อน 


ขณะที่นายศุภชัย วัฒนวิเทศกุล นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มาตรการจะส่งผลดีกับหุ้นโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศจำนวนมากอย่าง ERW และ CENTEL โดยจะหนุนหุ้นภาคขนส่งอย่าง AAV ด้วย เนื่องจากมีส่วนแบ่งรายได้ในประเทศมากที่สุดกว่า 60% อย่างไรก็ดี ประเมินว่าช่วงก่อนหน้านี้ กลุ่มหุ้นโรงแรมปรับตัวขึ้นมามากพอสมควรแล้ว ซึ่งมาตรการครั้งนี้อาจไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ราคาหุ้นโรงแรมบวกต่อเนื่อง โดยประเมินว่าการระบาดไวรัสโควิด-19 รอบสองจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงแรง และเมื่อจบรอบนี้ตลาดหุ้นจะไม่ร่วงแรงจากปัจจัยความกังวลไวรัสโควิด-19 อีกแล้ว เนื่องจากคาดว่าจะมีการคิดค้นวัคซีนสำเร็จพอดี


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ "ทยอยสะสม" โดยชอบ CENTEL และ ERW มากที่สุดในกลุ่มโรงแรมเพราะมีสัดส่วนรายได้ในประเทศมากที่สุด หากเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน โดยจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวดังกล่าว


*** ยังไม่มีผู้ประกอบการ ต้องการเปิดการบินต่างประเทศ


นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกับตัวแทนสายการบิน และสนามบิน วันนี้(16มิ.ย.) ว่า การเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศ ต้องรอการตัดสินใจจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ว่าจะให้ขยายระยะเวลาห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย.ออกไปอีกหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีสายการบินใดแสดงความจำนงจะเปิดทำการบินระหว่างประเทศ


จึงคาดว่าอาจจะเริ่มเปิดทำบินเส้นทางระหว่างประเทศอีกครั้งในช่วง ก.ย.นี้ เนื่องจากการจะกลับมาบินเส้นทางระหว่างประเทศอีกครั้งอาจต้องใช้เวลาในการเตรียมการในสถานีต่างประเทศพอสมควร


*** MINT พร้อมเปิดโรงแรม 535 แห่งเต็มรูปแบบ


นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า  หลังจากหลายประเทศสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีขึ้น จนมีมาตรการคลายล็อคดาวน์ให้ภาคธุรกิจและประชาชน บริษัทได้เตรียมความพร้อมของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในเครือทั่วโลกที่จะกลับมาปฎิบัติการในรูปแบบ New Normal อีกครั้ง


สำหรับประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เสนอแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ ซึ่งในแผนนี้ประกอบด้วยมาตรการ อาทิ “เที่ยวปันสุข” โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนซื้อบัตรกำนัลดิจิทัลสำหรับนำไปใช้เป็นค่าห้องพัก “เราไปเที่ยวกัน” ที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่พักและกิจกรรมของโรงแรม


รวมถึงมาตรการ “กำลังใจ” เพื่อเป็นการตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานแนวหน้าในการรับมือเชื้อไวรัสโควิด-19 ราว 1.2 ล้านคน โดยจะสนับสนุนงบประมาณศึกษาดูงานผ่านบริษัทนำเที่ยวในประเทศ ล่าสุดมีมติยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ตลอดจนนโยบายอื่น ๆ ที่จะมีในอนาคตอีกจำนวนมาก ซึ่งไมเนอร์มีแผนการจัดกิจกรรมทางการตลาดให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลไทยดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าคนไทยอย่างเหมาะสมต่อไป


โดยโรงแรมในประเทศไทย จำนวน 28 แห่ง (5,009 ห้อง) สัดส่วนรายได้ 14% ซึ่งเริ่มทยอยเปิดกลับมาเปิดให้บริการ โดยเริ่มจากโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในปลายเดือนพฤษภาคม โรงแรมในหัวหินในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ส่วนโรงแรมบางแห่งในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย พัทยาและขอนแก่นมีกำหนดกลับมาเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2563







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด