ข่าวนี้ที่ 1

SCB กำไรโค้งแรก 9.1 พันลบ.-พับแผนซื้อหุ้นคืน

SCB กำไรโค้งแรก 9.1 พันลบ.-พับแผนซื้อหุ้นคืน

    SCB เผย Q1/62 กำไรโต 1% อยู่ที่ 9.1 พันลบ. รับสินเชื่อสดใส  พร้อมยกเลิกแผนซื้อหุ้นคืน 1.6 หมื่นลบ. เหตุขอช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก่อน ฟาก TMB ได้ธนชาตช่วยหนุนกำไรพุ่ง 163% ส่วน TISCO เศร้า กำไรวูบ 14% หลังศก.ซบเซา            

*** SCB กำไรโต 1% แตะ 9.1 พันลบ.      

    นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ปี 2563 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) จำนวน 9,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,156.5 ล้านบาท  

    รายได้รวมที่ขยายตัว 9% จากปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 25,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน จากการปรับพอร์ตสินเชื่อด้วยการเพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง การปรับตัวลดลงของต้นทุนทางการเงิน และการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นของพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามมาตรฐานบัญชีใหม่ซึ่งเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี  แต่ฐานรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง จากภาวะดอกเบี้ยขาลง การหดตัวของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาสแรกของปี และการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยภายหลังที่ธนาคารได้ขายหุ้นของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตในปีที่ผ่านมา

    ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 11,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%  เป็นผลส่วนใหญ่จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้น และรายได้จากธุรกิจขายประกันผ่านธนาคารเพิ่มขึ้นห้าเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากความร่วมมือกับกลุ่มเอฟดับบลิวดีในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต  
 ธนาคารได้ตั้งเงินสำรองจำนวน 9,726 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ของปี 2563 เพื่อรองรับหนี้ด้อยคุณภาพที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีใหม่   ด้านเงินกองทุนที่แข็งแกร่งโดยมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ที่ 16.1% และเงินกองทุนรวมตามกฎหมายที่ 17.2% 

*** พับแผนซื้อหุ้นคืน เหตุหันไปช่วยลูกค้าสู้โควิดก่อน  

     คณะกรรมการธนาคาร มีมติให้ยกเลิกโครงการซื้อหุ้นคืนของธนาคารในวงเงินไม่เกิน 16,000 ล้านบาทที่ได้อนุมัติไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 เพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารให้ก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19  โดยให้ลูกค้าเข้าร่วมโครงการบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของธนาคาร และการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในมาตรการต่าง ๆ ที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการทำให้ธนาคารมีความพร้อมในการขยายธุรกิจเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสมสืบเนื่องจากวิกฤตครั้งนี้

*** โบรกฯ ชี้งบดีกว่าคาด แต่ไม่ซื้อหุ้นคืนเลยหมดปัจจัยหนุน  
 
    บล.เคทีบี เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของ SCB  Q1/63 ดีกว่าคาด 30%  โดยประเมินว่า กำไรสุทธิใน Q1/63 คิดเป็น 33% จากประมาณการทั้งปี แต่เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2563E เพราะคาดว่าแนวโน้มกำไรใน Q3/63 จะปรับตัวลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงและมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ลงถึง 0.4% ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2563E จะอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท -28% YoY
 
    ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท อิง PBV ที่ 0.6x (-2SD below 10-yr average PBV)  แม้ว่าประกาศยกเลิกโครงการซื้อหุ้นคืน อาจจะไม่มีตัวช่วยในการพยุงราคาหุ้นในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ดี คาดว่า SCB ยังมีเงินเหลือจากการขาย SCBLife ช่วยหนุน  ขณะที่มีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีโอกาสปรับลดลงได้อีกในอนาคต

*** TMB เผย Q1/63 กำไรพุ่ง 163% รับรู้ธนชาต เต็มไตรมาส
    
    นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เปิดเผยว่า กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากไตรมาสก่อน และ 164% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ด้านสินเชื่ออยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน หนุนโดยกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ มาจากรับรู้รายได้จากธนาคารธนชาตเข้ามาเต็มไตรมาส  โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยหรือ NIM ที่ปรับตัวดี ขึ้นมาอยู่ 3.12% เทียบกับ 2.69% ในไตรมาส 4/2562 และ 2.89% ในไตรมาส 1/2562 

    โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 18,195 ล้านบาท (+55% QoQ, +114% YoY) จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 14,014 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และ 125% จากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว (YoY) เมื่อรวมกับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจำนวน 4,182 ล้านบาท (+15% QoQ, +83% YoY)   ในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่ 8,331 ล้านบาท (+26% QoQ, +76% YoY)  อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 46% เทียบกับระดับ 51%-55% ก่อนการรวมกิจการ โดยมองว่าในปีนี้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 48%-50%

     กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ อยู่ที่ 9,862 ล้านบาท (+91% QoQ, +160% YoY) ทั้งนี้ ธนาคารตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 4,760 ล้านบาท เพื่อการดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบและการบริหารหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำผ่านการ write off และการขาย ทั้งนี้ ยอดหนี้เสียตามการจัดชั้นสินเชื่อตามมาตรฐานบัญชีแบบใหม่ TFRS 9 อยู่ที่ 44,183 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมที่ 2.76% ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 2.80%

    หลังหักสำรองฯ และภาษี  ด้านความเพียงพอของเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วน CAR และ Tier I กรอบประมาณการณ์เบื้องต้นอยู่ที่ 18.8% และ 14.5% ซึ่งยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ Basel III และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ
 
 *** TISCO กำไรหด 14.2% เจอพิษโควิดเล่นงาน    

    นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้  (TISCO) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1 ของปี 2563 มีกำไรสุทธิ 1,484 ล้านบาท หรือลดลง 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 อีกทั้ง บริษัทมีการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) เป็นครั้งแรก 

    สำหรับเงินให้สินเชื่อรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 มีจำนวน 237,872 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากสิ้นปีก่อนหน้า จากการชะลอตัวของสินเชื่อทุกภาคธุรกิจในภาวะที่เศรษฐกิจอ่อนตัว  สินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” เติบโต 4.4% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.56%  และมีระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 189.9%  ส่วนประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 22.2% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 17.6% และ 4.6% ตามลำดับ

    อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท สำหรับรอบผลประกอบการวันที่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2562 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 เม.ย. 2563 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด