ข่าวนี้ที่ 1

สศช.หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 4.2% ส่งออกทรุด-สงครามการค้าป่วน

สศช.หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือ 4.2% ส่งออกทรุด-สงครามการค้าป่วน

            สศช.ปรับลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 4.2% จากเดิมมีค่ากลาง 4.5% หลังไตรมาส 3/61 จีดีพีโตเหลือเพียง 3.3% เหตุภาคส่งออกชะลอตัว เหลือโตแค่ 2.6% จาก 12.3% ในไตรมาสก่อน หลังรับแรงกดดันจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน แถมนักท่องเที่ยวจีน-ยุโรปลดลง คาดจีดีพีปี 62โต 3.5-4.5% หลังการลงทุนรวมจะเร่งตัวขึ้น

*** หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 4.2% จากครั้งก่อนค่ากลาง 4.5%  
            นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ขยายตัว 3.3% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่โต 4.6% ตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2561  คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ ส่งผลให้ สศช.คาดการณ์จีดีพีปี 2561 จะลงมาอยู่ที่กรอบล่างที่ 4.2% จากการประมาณการครั้งก่อนที่คาดจีดีพีโต 4.2-4.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 4.5% ด้าน จีดีพีปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5-4.5% โดยมีค่ากลางที่ 4% สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน  

***จีดีพี Q3โตชะลอ ตามการส่งออก-หั่นเป้าส่งออก
            สำหรับสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2561 ชะลอลงมาจากการส่งออกเป็นสำคัญ โดยการส่งออกไตรมาส 3 มีมูลค่า 63,387 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 2.6% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 12.3% เนื่องจากมีแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน และความเสี่ยงจะเริ่มมีมากขึ้น ส่งผลให้ในปีนี้ สศช.ปรับประมาณการส่งออกในปีนี้ลงเหลือ 7.2% จากเดิมคาดโต 10% ส่วนในปี 2562 คาดโต 4.6%  
            ขณะที่การนำเข้าไตรมาส 3/2561 มีมูลค่า 59,963 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 16.8% และทั้งปีคาดว่าการนำเข้าจะขยายตัว 16.2% เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ 15.4% และในปี 2562 คาดว่าการนำเข้าจะขยายตัว 6.5%  

*** นักท่องเที่ยวจีนและยุโรปลดลง ผลจากเหตุการณ์เรือล่ม
            นอกจากนี้ การขยายตัวต่ำกว่าคาดของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเกิดจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและยุโรป ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์เรือล่มในเดือนกรกฎาคม และการแข่งขันฟุตยบอลโลกที่รัสเซีย โดยการขยายตัวต่ำทั้งในด้านการส่งออกและการท่องเที่ยวทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ชะลอลง 
            สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 3 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1.3% และทั้งปีคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1% และปี 2562 ที่ 0.7-1.7%  
            ด้านการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวในเกณฑ์สูง ตามการเร่งขึ้นของรายจ่ายในหมวดสินค้าคงทน และการขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่องของการใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้และการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจ การดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว 3.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.2% โดยการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัว 3.4% ส่วนการลงทุนในหมวดก่อสร้างขยายตัว 5.4% เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายัตว 3%  

*** คาดจีดีพีปี 62 โต 3.5-4.5% ,มีค่ากลางที่ 4%  
            นายทศพร กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 4% โดยมีแรงส่งจากการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะขยายตัวดี ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้ในระบบเศรษฐกิจทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องจากปี 2561 รวมถึงแนวโน้มของจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะปรับดีขึ้นด้วย 
    โดยในปี 2562 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยว จะเพิ่มเป็นเป็น 39.8 ล้านคน จากปีนี้คาด 38 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ 2.05 ล้านล้านบาท  

*** คาดการลงทุนรวมปี62 จะเร่งขึ้นจากปี 61 
            ขณะที่การลงทุนรวมคาดว่าจะขยายตัว 5.1% เร่งขึ้นจากปี 2561 ที่ขยายตัว 3.6% โดยการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 6.2% เร่งขึ้นจากปี 2561 ที่คาดว่าจะขยายตัว 5% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของกรอบวงเงินลงทุนภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562  ที่อยู่ที่ 20.1% เทียบกับในปีงบประมาณ2561 รวมทั้งความคืบหน้าของโครงการลงทุนที่สำคัญๆ ของภาครัฐ ที่มีโครงการลงทุนเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนซึ่งจะทำให้การก่อสร้างและการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง  
             ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 4.7% ต่อเนื่องจากการขยายตัว 3.7% ในปี 2561 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก การเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิตซึ่งจะทำให้ความต้องการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตในปัจจุบันสูงกว่า 75% และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทิศทางทางการค้าระหว่างประเทศที่เกิดจากมาตรการกีดกันทาง ความคืบหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เริ่มสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนในภาคก่อสร้างของภาคเอกชนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น  

***คาดเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์ 
            ด้านค่าเงินบาทในปีนี้ คาดว่าจะเฉลี่ยทั้งปีที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์ และในปี 2562 อ่อนค่าอยู่ที่ 32.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์ ตามแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ ทั้งการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เกิดจากการปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 70.5 ดอลลาร์ต่อบาเรล และในปี 2562 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 70-80 ดอลลาร์ต่อบาเรล โดยการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้น้ำมันของประเทศสำคัญๆ ตามแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก เป็นต้น 

*** เร่งฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน กลับสู่ปกติใน Q1/62 
            นายทศพร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคนั้น สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ คือ การสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งการสนับสนุนการฟิ้นตัวของนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 และการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในด้านชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ / การขับเคลื่อนการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย / การสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน / การดูแลเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยและการส้รางความเข้มแข็งใหกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและเศรษฐกิจฐานราก 
            นอกจากนี้ ยังต้องเร่งการขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐให้สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และการเตรียมความพร้อมด้านกำลังแรงงานและคุณภาพแรงงานให้เพียงพอต่อการขยายตัวของภาคการผลิตและการลงทุน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสในการขยายตัวจากการย้ายฐานการผลิตระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมสำคัญที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ  

*** ธปท.ชี้ Q3 โตชะลอผลจากปัจจัยชั่วคราว เชื่อQ4 ฟื้น

            นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) รายงาน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2561ขยายตัว 3.3% ชะลอลงจากครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 4.8% ว่าโดยส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอลง ผลจากสภาวะอากาศของประเทศคู่ค้าที่เป็นปัจจัยชั่วคราว รวมถึงการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว 
            อย่างไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีต่อเนื่อง ตามรายได้และการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้น เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดทอนผลกระทบจากการลดลงอุปสงค์ต่างประเทศได้ส่วนหนึ่ง
            สำหรับระยะต่อไป คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะกลับมาขยายตัวสูงกว่าในไตรมาส 3 ที่มีผลของปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด อาทิ นโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้าที่ชัดเจนขึ้น
 
   
           


 


 
 


 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด