ข่าวนี้ที่ 1

กกต.เคาะเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ หุ้นไทยเด้งรับ-ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ

กกต.เคาะเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ หุ้นไทยเด้งรับ-ฟันด์โฟลว์ไหลกลับ

"คณะกรรมการการเลือกตั้ง" กำหนดให้วันที่ 24 มี.ค.62 เป็นวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ  หลังมีโปรดเกล้าพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว โดยเตรียมเปิดรับสมัคร ส.ส. ในวันที่ 4-8 ก.พ.นี้ และประกาศรายชื่อผู้สมัครวันที่ 15 ก.พ.62  ด้านเอกชนขานรับเลือกตั้งชัดเจน หนุนความเชื่อมั่นฟื้น สร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน ดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ พร้อมจับตารัฐบาลใหม่ และการวางนโยบาย ที่หวังให้มีความต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุน

*** ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
     เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา เปิดเผย พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 มีรายละเอียดดังนี้ 
     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 และมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
     มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562”
    มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
     มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป 
    มาตรา  ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
     ผู้รับสนองพระราชโองการ  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี

*** เคาะเลือกตั้ง 24 มี.ค.62
    หลังมีประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  ได้เรียกประชุม  และได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.62 โดยให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร วันที่ 4 -16 มี.ค.62 ลงคะแนนเสียงนอกเขตเลือกตั้ง วันที่ 17 มี.ค.62
    ทั้งนี้กำหนดให้วันที่ 4-8 ก.พ.62 เป็นวันเปิดรับสมัคร ส.ส. และประกาศรายชื่อผู้สมัครวันที่ 15 ก.พ.62
 
 *** รัฐขอประชานช่วยทำบ้านเมืองสงบ
     สำนักนายกรัฐมนตรี  ระบุส่วนหนึ่งในแถลงการณ์ ขอให้ประชาชนช่วยกันรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและความสามัคคี ปรองดองดังที่ปรากฏตลอดระยะเวลา 4 ปีเศษที่ผ่านมาให้ยั่งยืนต่อไปจนผ่านพ้นการเลือกตั้งและการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่บ้านเมืองและเป็นที่ชื่นชมยินดีของนานาชาติ การหาเสียงเลือกตั้ง การเสนอโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนย่อมทำได้ตามวิถีทางประชาธิปไตย เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นไปได้จริงแก่ประชาชน แต่ความขัดแย้ง ข้อพิพาทบาดหมางจนนำไปสู่วิกฤตของบ้านเมืองดังในอดีต ไม่ควรจะกลับมาหลอกหลอนเราอีก 

*** เอกชนขานรับเลือกตั้ง
    นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL เปิดเผย ว่า การมีประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ทำให้การเลือกตั้งเกิดความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลต่อนักลงทุนให้มีความเชื่อมั่น แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และ Brexit ที่ยังมีความผันผวน ซึ่งธนาคารมีหน้าที่ในการดูแล และแนะนำลูกค้า เพราะทุกธุรกิจมีความท้าทาย
    "การลงทุนมีทั้งปัจจัยหนุน และ ปัจจัยที่กดดัน เพราะทุกอย่างยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่การที่เกิดการเลือกตั้ง ส่งผลถึงความชัดเจน ซึ่งเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนภาคเศรษฐกิจ และ ตลาดหุ้นโดยรวม"
    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประกาศ พ.ร.ฎ.ได้สร้างความชัดเจนให้นักลงทุนมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลเรื่องเลื่อนเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ากติกาทุกอย่างยังอยู่ในกรอบเดิมที่คาดไว้         
     "แนวโน้มการจัดการเลือกตั้งชัดเจนมากขึ้น ความเชื่อมั่นในการลงทุนก็น่าจะดีขึ้น จากเดิมการลงทุนที่มีเข้ามาอยู่แล้ว ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง  ขณะที่โครงการลงทุนใหญ่ๆ ในโลกนี้มีไม่มาก แต่ในไทยยังมีอีกหลายโครงการทั้ง การพัฒนาท่าเรือ สนามบิน รถไฟความเร็วตรงนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจต่างชาติ" นายสุพันธุ์  กล่าว 
      ด้าน นายเจน นำชัยศิริ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า การประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เป็นการยืนยันในการวางโรดแมปการเลือกตั้งของรัฐบาล ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น เป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นกับประชาคมโลก และ ยังส่งผลต่อภาคประชาชนให้มีความมั่นใจ และ คลายความกังวลได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นหากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจะทำให้เป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย
    อย่างไรก็ตาม มองไปที่ผลของการเลือกตั้งมากกว่า ซึ่งคาดหวังไว้ว่าอยากให้ประเทศสามารถเดินหน้าและเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยส่งผลบวกอย่างชัดเจนที่จะสร้างความเชื่อถือและเชื่อมั่น ซึ่งเกิดการยอมรับจากประชาคมโลก
    ส่วนการส่งออกของไทยถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกไปบ้าง แต่ไทยยังมีการส่งออกไปยังหลายประเทศอาจทำให้ได้รับผลกระทบในระดับที่ไม่มาก โดยคงต้องศึกษาถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองจะส่งผลดีต่อภาพรวมของประเทศอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องคอยติดตามสถานการณ์หลังจากนี้ต่อไป 

 ***  "บัวหลวง" ให้เป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ 1,738 จุด  
    นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง และ นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เปิดเผยว่า การประกาศการเลือกตั้งส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น และ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ รวมไปถึงการบริโภคในประเทศที่จะกลับมาคึกคักในช่วงการเลือกตั้ง  ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนที่มีการขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องการเห็นรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายต่อเนื่อง และ การเมืองที่มีมีเสถียรภาพเพื่อทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี และ เอื้อต่อการลงทุน
    "ปัจจัยการเลือกตั้งเป็นปัจจัยบวกทำให้การลงทุนระยะสั้นปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่ทำให้เม็ดเงินต่างชาติกลับเข้ามามาก หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขายออกไป เพราะนักลงทุนยังรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อนว่าพรรคการเมืองไหนได้เป็นรัฐบาล และ จะมีการดำเนินนโยบายไปในทิศทางใด ซึ่งหากทั้งหมดมีความชัดเจนจะทำให้มีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลกลับเข้ามา"
    ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปีนี้อยู่ที่ 1,738 จุด PE ที่ 15.8 เท่า และ EPS ที่ 110 บาท/หุ้น หรือ เติบโต 10% ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่มีความมั่นคง และ นโยบายเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง 
    ชี้หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจก่อนการเลือกตั้ง  รับอานิสงส์จากการจับจ่ายใช้สอยซึ่งน่าจะปรับตัวดีกว่าตลาดฯ ก่อนการเลือกตั้งเช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ WHA กลุ่มค้าปลีก บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือGLOBAL และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และ กลุ่มอาหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP และบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำ กัด (มหาชน) หรือ M
    ส่วนกลุ่มหุ้นน่าสนใจหลังการเลือกตั้ง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว จากการฟื้นตัวในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งเกิดตั้งแต่ปลายไตรมาส 4/61 ถึง ไตรมาส 1/62 เช่น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT

*** หนุน fund flow ไหลกลับ
    นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า   การเลือกตั้งที่มีความชัดเจน จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในระยะสั้น โดยเฉพาะเม็ดเงินต่างชาติที่เริ่มเห็นสัญญาณไหลกลับ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อดัชนีในระยะสั้น  อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประจำปี 61 ซึ่งหากต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์อาจจะทำให้ความต่อเนื่องในขาขึ้นของดัชนีสะดุดได้
     "ตลาดตอบรับเชิงบวกข่าวการเลือกตั้งในระยะสั้น สะท้อนจาก Fund Flow ที่เริ่มไหลกลับเข้ามา แต่จะไปต่อได้แค่ไหนยังประเมินยาก ต้องรอดูงบ บจ.ปี 61 ออกมาให้หมดก่อน เพราะหากต่ำกว่าที่คาดว่าจะเติบโต 10-15% อาจจะส่งผลให้ดัชนีสะดุดได้ รวมถึงปัจจัยภายนอกด้วย ทั้ง สงครามการค้า และ Brexit" นางภัทธีรา กล่าว

*** TKS รอรับงานเลือกตั้ง
     นายสมคิด เวคินวัฒนเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ยอมรับราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงวานนี้ (23 ม.ค.62)  คาดว่ามาจากประเด็นข่าวพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่งผลให้นักลงทุนคาดหวังว่าบริษัทจะเป็นผู้ได้รับงานพิมพ์บัตรเลือกตั้งในครั้งนี้  
    โดยบริษัทฯ คาดหวังจะได้รับงานบัตรเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งน่าจะทราบผลภายในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งการเลือกตั้งฉบับใหม่มีบัตรเลือกตั้งที่หลากหลายมากขึ้น เพราะในแต่ละเขตบัตรจะไม่เหมือนกันตามพรรคการเมืองที่มีนักการเมืองลงเลือกตั้งจำนวนมากน้อยแตกต่างกัน ซึ่งการใช้บัตรเลือกตั้งมีความหลากหลายมากขึ้น มองว่าเป็นผลดีกับบริษัทฯ เพราะสามารถทำบัตรหลากหลายภายในเวลาที่กกต.กำหนด ซึ่งเราได้เคยยืนยันไปแล้วกับกกต.
     "เลือกตั้งรอบนี้มีความยากเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีเบอร์มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้คู่แข่งการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเหลือน้อยรายที่จะสามารถทำงานแบบนี้ได้ ซึ่งมองว่าเป็นผลดีต่อ TKS เพราะเราสามารถทำได้ เรามีการเตรียมพร้อมมานานแล้ว และเมื่อมองว่าภาครัฐไม่น่าจะทำทัน และภาคเอกชนที่ทำได้ประมาณ1-3ราย ส่วนเราก็เป็นอันดับต้นๆด้านนี้ เราจึงคาดหวังว่าน่าจะได้งานดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ขึ้นกับกกต.ว่าจะเลือกเรามั้ย " นายสมคิดกล่าว 
      นอกจากนี้ผลกระทบทางอ้อมคือทำให้กลุ่มธุรกิจการค้าใช้สื่อสิงพิมพ์ในการโปรโมทเพิ่มมากขึ้นเพราะมั่นใจแล้วว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อหลังแผนการเลือกตั้งเดินหน้า
      ด้านรายได้ของ TKS ในปีนี้คาดว่าจะโต13-14% จากปีก่อน โดยยังไม่นับรวมรายได้ในส่วนของการควบรวมธุรกิจอื่นๆ ส่วนงบลงทุนในปีนี้ใช้ประมาณ 80-100 ล้านบาท เพื่อจยายและต่อยอดธุรกิจและผลิตภัณฑ์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (R&D)

 *** แนะ 5 กลุ่มลงทุนรับเลือกตั้ง
    บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ เศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้ง 4-6 เดือนมักคึกคัก ไม่ลำพังเฉพาะประเทศไทยแต่เป็นกันทั่วโลก เงินสะพัดจากการหาเสียงของนักการเมือง มีการจัดกิจรรมในพื้นที่ต่างๆแทบจะทั่วประเทศ มีการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การจัดทำโปสเตอร์ เสื้อผ้าทีมงาน เช่ารถหาเดินสาย เป็นต้น สำหรับประเทศไทย การเลือกตั้งแต่ละครั้งมีเม็ดเงินสะพัดราว 4 หมื่นล้านบาท (0.4% ของ GDP) เศรษฐกิจหลังเลือกตั้งส่วนใหญ่คึกคักต่อเพราะประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น การจับจ่ายคล่องมือ
    การซื้อหุ้นคือการซื้ออนาคต เมื่อคนมีมั่นใจและมีความหวัง ตลาดหุ้นจึงปรับขึ้น เราพบว่าในการเลือกตั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมา SET index ปรับขึ้นตั้งแต่ 3% ถึง 7% ในช่วง 4-6 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง เดือนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือเดือนที่ 5 และ 6 ก่อนเลือกตั้ง (ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-7%) หุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในระยะนี้มี 5 กลุ่มดังนี้
    กลุ่มโฆษณา ทั้งป้ายหาเสียง ใบปลิว แผ่นพับ คัดเอ้าท์ ได้อานิสงส์จากการรณรงค์ให้ความรู้ด้านการเลือกตั้งของภาครัฐ และการโฆษณาของพรรคการเมือง แนะนำ PLANB 
    กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบันและชุดใหม่จะเร่งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่  แนะนำ CK, STEC, SCC, SEAFCO, AMATA
    กลุ่มนิคมฯ เอกชนทั้งไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น  แนะนำ AMATA, WHA
    กลุ่มค้าปลีก เม็ดเงินที่สะพัดก่อนการเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งที่มีการลงทุนและการจ้างงานเพิ่ม ทำให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคัก  แนะนำ CPALL, ROBINS
     กลุ่มธนาคาร การเติบโตของสินเชื่อภายหลังการเลือกตั้งจะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 4% ต่อไตรมาส จากการกลับมาของวงจรการลงทุน   แนะนำ BBL, KBANK และ MTC

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด