ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP โกยกำไร 1.04 หมื่นลบ. มั่นใจปริมาณขายปีนี้เข้าเป้า

PTTEP โกยกำไร 1.04 หมื่นลบ. มั่นใจปริมาณขายปีนี้เข้าเป้า

    "ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม" เปิดงบ Q3/61 พลิกเป็นกำไร 1.04 หมื่นลบ. พุ่ง 219% จากงวดเดียวกันปีก่อน ผลจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และได้ประโยชน์ทางภาษีจากเงินบาทแข็ง ยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง มั่นใจรักษาปริมาณขายปีนี้ 3.1 แสนบาร์เรล/วัน ลั่นคุมต้นทุนผลิตต่อหน่วยในปีนี้ที่ 31 เหรียญ พร้อมเร่งตัดสินใจลงทุนโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ครึ่งแรกปี 62 ด้านโบรกฯ แนะ"ซื้อ"คาดกำไร Q4/61 โต 10-20% เคาะราคา 150 บ.

***อวดกำไร Q3/61 ที่ 1.04 หมื่นลบ.รับผลราคาน้ำมันเพิ่มสูง
    
    นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า ไตรมาสที่ 3/61 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 10,401.18 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 8,681.60 ล้านบาท ซึ่งโดยหลักเป็นผลจากผลประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนตามค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ สรอ. ระหว่างไตรมาส ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 292 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้่น ส่งผลบวกต่อราคาขายเฉลี่ยให้มาอยู่ที่ 47.67 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ บวกกับปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 304,940 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ของโครงการบงกช
     "ในไตรมาสที่ 3/61 กำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนในแหล่งบงกชในไตรมาสที่ผ่านมา พร้อมเร่งพัฒนาโครงการ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และตั้งเป้าลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (recurring net income) อยู่ที่ 292 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 9,664 ล้านบาท) จากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวสูงเป็น 47.67 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 38.78 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ประกอบกับปริมาณการขายเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 304,940 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 298,139 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ มีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (non-recurring items) รวม 23 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 737 ล้านบาท) ส่งผลให้ไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ (net income) 315 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 10,401 ล้านบาท) จากขาดทุนสุทธิจำนวน 264 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 8,682 ล้านบาท) ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า"นายพงศธรกล่าว

*** รวม 9 เดือนกำไร 2.73 หมื่นลบ.พุ่ง 145%

    ขณะที่งวด 9 เดือน ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 27,372.17 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,138.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 145%
    สำหรับผลประกอบการ 9 เดือน ปตท.สผ. มีรายได้รวม 3,960 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 127,434 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จาก 3,252 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 111,430 ล้านบาท) เทียบกับช่วงเดียวของปีก่อนหน้า ซึ่งมีแรงสนับสนุนหลักมากจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ย และปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น โดยมีกำไรสุทธิรวม 851 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 27,372 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีกำไร 305 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 11,138 ล้านบาท) เนื่องจากมีการรับรู้รายการด้อยค่าสินทรัพย์
    
*** มั่นใจปริมาณขายปีนี้เข้าเป้าที่ 3.1 แสนบาร์เรล
    
    บริษัทเชื่อว่าจะสามารถรักษาระดับเป้าหมายการขายเฉลี่ยทั้งปี 2561 ที่ประมาณ 310,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน หลังในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ทำได้แล้ว 300,338 บาร์เรลต่อวัน บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยปีนี้ที่ 72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
    ผลการดำเนินงานของบริษัทขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณการขาย ราคาขายและต้นทุน โดยบริษัทได้ติดตามและปรับเปลี่ยนแนวโน้มผลการดาเนินงานสำหรับปี 2561 ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานและสภาวะอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสรุปประมาณการทั้งปี 2561 เป็นดังนี้
    ปริมาณการขาย : ปตท.สผ. พยายามรักษาระดับการผลิตของแต่ละโครงการและด้วยปริมาณการขายที่สูงขึ้นตามสัดส่วนของโครงการบงกชที่เพิ่มขึ้น บริษัทคาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยของทั้งปี 2561 จะรักษาระดับประมาณ 310,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
    ราคาขาย : ราคาน้ำมันดิบของบริษัทจะผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
    ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้น มีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลังประมาณ 6-12 เดือน บริษัทคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของทั้งปี 2561 จะอยู่ที่ประมาณ 6.5 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียู เป็นผลจากการปรับตัวของราคาน้้ำมันดิบในตลาดโลก (บนสมมติฐานราคาน้ามันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 2561 ที่ 72 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล)

*** ลั่นคุมต้นทุนผลิตปีนี้ที่ 31 เหรียญฯ

    อย่างไรก็ตาม ต้นทุนต่อหน่วยในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 33 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เป็นผลจากค่าภาคหลวงที่ปรับตัวตามราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ย และค่าเสื่อมราคาที่ปรับตัวขึ้น จากการซื้อสัดส่วนเพิ่มเติมในโครงการบงกช รวมทั้งการรับรู้สินทรัพย์พร้อมใช้งานจากโครงการเอส 1 โดยบริษัทยังคงความพยายามในการรักษาระดับต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสำหรับปี 2561 ให้อยู่ที่ประมาณ 31 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

*** คาดราคาน้ำมันดิบดูไบใน Q4/61 ผันผวนสูง เคลื่อน 75-90 เหรียญฯ
    
    สำหรับในไตรมาส 4/61 แนวโน้มราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบยังมีความผันผวนสูง โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 75-90 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยบวกด้านอุปทานที่ลดลงจากการที่สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายคว่ำบาตรอิหร่านทางด้านนิวเคลียร์ และคว่ำบาตรเวเนซุเอลาทางด้านการเงิน ส่งผลให้เวเนซูเอลาขาดแหล่งเงินทุนในการซ่อมแซมท่าเรือการส่งออกน้ำมันดิบ รวมไปถึงการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯที่ชะลอตัวเนื่องจากข้อจำกัดด้านท่อขนส่งน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ราคาน้้ำมันยังคงมีความผันผวนจากการผลิตของกลุ่มโอเปก (OPEC) เช่น ซาอุดิอาระเบีย อิรักและลิเบีย และกลุ่มประเทศนอกโอเปก (Non-OPEC) อย่างรัสเซียที่มีแนวโน้มสูงขึ้น อุปสงค์จากสภาพเศรษฐกิจในหลายประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว อีกทั้ง ประเด็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนสหรัฐฯ ที่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก
    ในส่วนของปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองอื่น ๆ ที่มีผลต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบ อาทิ การตอบรับจากนานาประเทศต่อการคว่าบาตรอิหร่านโดยสหรัฐฯ ที่จะมีผลบังคับใช้ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมถึงการประชุมโอเปกที่ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการลดกาลังการผลิตระหว่างกลุ่มผู้ผลิตในอนาคต
    สำหรับไตรมาส 4/61 คาดว่าสถานการณ์ LNG ในตลาดโลกจะยังคงอยู่ในสภาวะล้นตลาด โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากโครงการ LNG ในออสเตรเลียและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยของ LNG คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้ LNG ที่เพิ่มขึ้น โดยหลักจากช่วงฤดูหนาวในจีน และสอดคล้องกับทิศทางราคาน้้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในไตรมาส 4 ทั้งนี้ ราคา Asian Spot LNG สาหรับปี 2561 ตลาดคาดว่าจะอยู่ในช่วงราคาเฉลี่ยที่ 7.6 – 10.3 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียู (ข้อมูลจาก Energy Aspect, FGE และ Wood Mackenzie)
    อย่างไรก็ตาม ราคา LNG ในตลาดโลกอาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง อาทิ ปัจจัยสนับสนุนจากการผลิต LNG ที่ไม่เป็นไปตามแผนและความต้องการ LNG ที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย รวมไปถึงนโยบายทางพลังงานของประเทศต่าง ๆ ในขณะที่ปัจจัยกดดันราคา เช่น ปริมาณการผลิต LNG ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ แต่ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์ว่าสภาวะ LNG ล้นตลาดจะเริ่มกลับเข้าสู่สมดุลหลังจากปี 2565

*** ยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง
    
    ในส่วนของสถานะการเงิน สำหรับ 9 เดือน ปตท.สผ. สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ถึง 2,264 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 72,695 ล้านบาท) โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดถึง 3,804 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 123,273 ล้านบาท) ในขณะที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 0.17 เท่า จึงทำให้ ปตท.สผ. มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับแผนการลงทุนตามแผนงาน รวมถึงรองรับค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งพัฒนาโครงการต่าง ๆ การเข้าซื้อกิจการ (M&A) และต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัท
    "ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการดำเนินแผนกลยุทธ์ในการเน้นการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์และมีความเสี่ยงต่ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนผ่านความสำเร็จในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในแหล่งบงกชซึ่งเป็นโครงการหลักของ ปตท.สผ. ส่งผลให้ปริมาณการขายและกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นทันที และเรายังคงมุ่งมั่นในการมองหาโอกาสเข้าซื้อกิจการ และขยายการลงทุนในแหล่งสำรวจปิโตรเลียมที่มีศักยภาพสูง ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง รวมทั้ง ปรับตัวเพื่อรับมือกับภาพธุรกิจพลังงานที่มีความท้าทายทางธุรกิจที่ด้วยแนวทาง Transformation เพื่อให้องค์กรมีความพร้อม และเดินหน้าต่อยอด การลงทุน เน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ E&P ที่มีตลาดรองรับ เช่น Gas to Power ในขณะเดียวกันก็ศึกษาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ และพลังงานทางเลือก"
    สำหรับการประมูลแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุทั้งแหล่งบงกชและเอราวัณนั้น ปตท.สผ. ได้ยื่นประมูลเองในแหล่งบงกช ส่วนแหล่งเอราวัณ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมประมูลกับบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ลงทุนในแหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย จึงมีความเข้าใจพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างดี โดย ปตท.สผ. มีความพร้อมในการเป็นผู้ดำเนินการในทั้งสองแหล่ง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการประมูลในสิ้นปีนี้

*** เร่งตัดสินใจลงทุนโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ครึ่งแรกปี 62
    
    บริษัทยังได้เร่งรัดการพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญตามแผนกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. ที่มีความคืบหน้าอย่างมากทั้งในการเตรียมการก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวบนบก และ การสรุปสัญญาซื้อขายระยะยาว (Sales and Purchase Agreement: SPA) กับผู้ซื้อรายต่าง ๆ เพื่อผลักดัน การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) ตามเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2562 โดยผู้ร่วมทุนในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ได้มีการลงนามเพิ่มในสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวกับบริษัท โทโฮกุ อิเล็กทริก พาวเวอร์ (Tohoku Electric Power) ในปริมาณ 280,000 ตันต่อปี นอกเหนือจากที่มีการลงนามกับบริษัท เอเล็กทริซิเต้ เดอ ฟรองซ์ (?lectricit? de France, S.A.) หรือ EDF ในปริมาณ 1,200,000 ตันต่อปี โดยทั้งนี้คาดว่าโครงการจะสามารถเริ่มการผลิตได้ภายในปี 2566

*** บล.หยวนต้า แนะ"ซื้อเก็งกำไร" คาดกำไร Q4/61 โต 10-20% 
    
    นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้คาดการณ์กำไรไตรมาส 4/61 จะขยายตัวได้ 10-20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีเป็น 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท เป็นจุดสูงสุดของปีจากปัจจัยสนับสนุนอย่างการปรับราคาขายก๊าซในแหล่งปิโตรเลียมที่เมียนมาและไทยที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม และการหยุดซ่อมแหล่งผลิตลดลง คงคาดการณ์กำไรปกติปี 2561-62 ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท (+56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) และ 4.7 หมื่นล้านบาท (+8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ 69 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และ 70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ตามลำดับ
    โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" บนราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ที่ 150.00 บาท แม้ ณ ราคาปัจจุบันเต็มมูลค่าพื้นฐานที่ให้ไว้ แต่มี Upside จากผลประมูลแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทยซึ่งจะประกาศผลช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. เราคาด PTTEP มีโอกาสสูงที่จะชนะในแปลงบงกช ประเมิน Upside ที่ 18-35 บาท/หุ้น และราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง เชิงกลยุทธ์สำหรับผู้รับความเสี่ยงได้ แนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตามปัจจัยบวกที่รออยู่
    ทั้งนี้ ราคาหุ้น PTTEP ปิด (25 ต.ค.61) ที่ 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท (+2.61%) มูลค่าการซื้อขาย 3,988.70 ล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด