ข่าวนี้ที่ 1

แบงก์อวดกำไร Q2 รวม 5.53 หมื่นลบ. พุ่งกระฉูด 16.80%

แบงก์อวดกำไร Q2 รวม 5.53 หมื่นลบ. พุ่งกระฉูด 16.80%

     กลุ่มแบงก์โชว์กำไร Q2/61 รวม 5.53 หมื่นลบ. โต 16.80% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  BBL-KBANK-KTB-BAY กระฉูดเกินคาด หลังตั้งสำรองลด  ส่วน SCB - TMB สะดุดเหตุต้องตั้งสำรองเพิ่ม ฟากแบงก์กลุ่มเล็กดี๊ด๊า ทั้ง TISCO-TCAP-KKP กำไรมาตามนัด โบรกฯ แย้มเตรียมอัพเป้าใหม่ปีนี้ พร้อมจับตาเลื่อน IFRS9 จะเป็นแรงหนุนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง    
    
*** กำไรรวม 5.53 หมื่นลบ. โต 16.80%  
    หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปิดสัปดาห์ (20 ก.ค.61) ในแดนบวก หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2561 ออกมาดีเกินคาดเกือบทุกธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารใหญ่อย่าง  ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL , ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ?ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ขณะที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีกำไรชะลอลง ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กที่ประกาศงบออกมาก่อนหน้านี้ต่างมีผลประกอบการที่มีกำไรออกมาดีเกินคาดเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปิดการซื้อขายวันที่ 20 ก.ค.61 ที่ระดับ 525.85 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน หนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยถึง 5.53 จุด ให้มาปิดที่ 1,671.06 จุด เพิ่มขึ้น 24.17 จุด หรือ 1.47%  มูลค่าการซื้อขาย 6.72 หมื่นล้านบาท                        
    โดยผู้สื่อข่าวได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 11 แห่งพบว่า สามารถทำกำไรรวมได้ 55,313 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 16.80% จากไตรมาส 2/60 ที่อยู่ 47,359 ล้านบาท ดังนี้  

ธนาคาร ไตรมาส 2 (ลบ.)   ครึ่งปีแรก (ลบ.)  
  Q2/61 Q2/60 % H1/61 H1/60 %
BAY           6,273           5,871 6.85           12,487         11,516 8.43
BBL           9,194           8,047 14.25           18,198         16,351 11.30
CIMBT              191              356 -46.35                360              477 -24.53
KBANK         10,917           8,986 21.49           21,682         19,157 13.18
KKP           1,553           1,185 31.05             3,063           2,709 13.07
KTB           7,712           3,222 139.35           14,498         11,759 23.29
LHFG              806              616 30.84             1,577           1,203 31.09
SCB         11,111         11,910 -6.71           22,475         23,822 -5.65
TCAP           3,821           3,331 14.71             3,949           3,277 20.51
TISCO           1,709           1,505 13.55             3,475           2,995 16.03
TMB           2,026           2,330 -13.05             4,305           4,425 -2.71
รวม         55,313         47,359 16.80         106,069         97,691 8.58


    
*** BBL รายได้โตทุกผลิตภัณฑ์ - สินเชื่อพุ่ง 
           ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL  งวดไตรมาส 2/2561 ว่ามีกำไร 9,194.25 ล้านบาท หรือ 4.82 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 14.3% จากช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 8,047 ล้านบาท หรือ 4.22 บาท/หุ้น   ขณะที่ งวด 6 เดือนปี 2561 มีกำไร 18,198.91 ล้านบาท หรือ 9.53 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 16,351.7 ล้านบาท หรือ 8.57 บาท/หุ้น 
    โดยทาง BBL ชี้แจงว่า ไตรมาส 2/2561 มีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จากกำไรธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินต่างประเทศ กำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมจากการบริการประกันและกองทุนรวม แต่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงสาเหตุหลักจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมดิจิทัล  ส่วนสิ้นไตรมาส 2/2561 มีสินเชื่อ 2.06 ล้านลบ. เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี 2560 ส่วน NPL อยู่ที่ 3.5% และเงินสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 1.47 แสนลบ. ซึ่งอยู่ในระดับเพียงพอ
     บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในครึ่งปีหลังอาจเห็นรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับ Q2/61 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางดิจิทัล แต่ยังเห็นปัจจัยหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อซึ่งจะหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รวมถึงแนวโน้มค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่อาจต่ำลงจากแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงยังคงประมาณการกำไรปี 61 ไว้ที่ 36,381 ล้านบาท เติบโต 10%YoY โดยกำไรครึ่งปีที่ประกาศคิดเป็น 50% ของประมาณการ แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 220 บาท  
 
*** KBANK ตั้งสำรองลดลง  
    ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิ 10,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8,986 ล้านบา ทส่งผลให้งวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 21,682.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.18% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19,157.60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง 
    อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเงินได้ใกล้เคียงกันกับงวดเดียวกันของปี ก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,631 ล้านบาท หรือ 3.51% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยรับของเงินให้กู้ยืมตามธุรกรรมซื้อคืน และเงินให้สินเชื่อ โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.40% สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 134 ล้านบาท หรือ 0.43% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง และการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล แต่การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ต่ำกว่าคาด โดยตั้งเพียง 8 พันล้านบาท ลดลงถึง 25% เทียบช่วงเดียวกันปี 60  
    บล.เคทีบี เปิดเผยว่า  ?กำไรสุทธิครึ่งปีแรกคิดเป็น 60% ของประมาณการเดิมทั้งปี ซึ่งเรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2561และ 2562 เพิ่มขึ้น 6.4% และ6.2% จากปรับ credit cost ลดลงในปี 2561และ 2562  เหลือ 180/170bps   และปรับกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเพราะช่วง Q1/61 ทำกำไรได้ดีมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2561 เพิ่มขึ้น 3.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY  พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิมที่ให้ “ถือ” และปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 230 บาท อิง PBV ที่ 1.45x เทียบเท่า -0.5SD ย้อนหลัง 5 ปี จากเดิมที่ 206 บาท อิง PBV ที่ 1.31x เทียบเท่า -1SD ย้อนหลัง 5 ปี โดยมองว่า กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตได้ดีจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง 

 *** SCB กำไรสูงสุด แต่ลดลงเมื่อเทียบ Q2/60  
    ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2561  ที่ 11,111 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 6.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2561 กำไรสุทธิมีจำนวน 22,476 ล้านบาท    
    โดยรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 34,343 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2561 เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4.7% ถึงแม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง  แต่การลงทุนในโครงการ SCB Transformation ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของธนาคารเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับขีดความสามารถของธนาคาร และค่าใช้จ่ายในการขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2561 ปรับตัวลดลง
    อัตราส่วน NPL ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 อยู่ที่ 2.81% ลดลงจาก 2.83% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 5,007 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2561 ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับเพิ่มขึ้นเป็น 143.5% นอกจากนี้ เงินกองทุนตามกฎหมายของธนาคาร ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 อยู่ที่ 17.1% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
    บล.ฟิลลิปเปิดเผยว่า ถึงแม้ว่ากำไรไตรมาสนี้ และ SCB ได้มีการปรับเป้าต้นทุนต่อรายได้ขึ้นเป็น 45-47% จากเดิมที่ 42-45% แต่ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรปี 61 ไว้เหมือนเดิมที่ 43.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% y-y อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบราคาหุ้นในปัจจุบัน กับราคาพื้นฐานยังมีส่วนต่างอยู่พอสมควร จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 150 บาท

*** KTB ตั้งสำรองลดลงกว่า 7 พันลบ. - กำไรค่าเงินหนุน           
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB  เปิดเผยว่า งวดไตรมาส 2/61 มีกำไร 7,711.62 ล้านบาท หรือ 0.55 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 139.35% จากงวด?เดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 3,222.01 ล้านบาท หรือ 0.23  บาท/หุ้น ส่วนงวด 6 เดือน มีกำไร 14,498.16 ล้านบาท หรือ 1.04 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 23.28% จากช่วงเดียวกันปี 60 ที่มีกำไร 11,759.90 ล้านบาท หรือ 0.84 บาท/หุ้น 
    ปัจจัยหลักมาจากธนาคารมีการตั้งหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 6,769 ล้านบาท ลดลง 7,109 ล้านบาท ( 51.22%) จากไตรมาส 2/2560  ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานใน Q2/61 อยู่ที่ 17,205 ล้านบาท ลดลง 1,005 ล้านบาท (5.52%) จากไตรมาส 2/2560 ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เท่ากับ 20,812 ล้านบาท ลดลง 1,042 ล้านบาท (4.77%)  จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อลูกค้ารายย่อยชั้นดี
    เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารและบริษัทย่อย (หลังหักรายได้รอตัดบัญชี) เท่ากับ 1,959,549 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 2/2561 สินเชื่อขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาจากหลายกลุ่มธุรกิจ บริษัทย่อยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ 30 มิถุนายน 2561 เท่ากับ 110,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,543 ล้านบาท (7.32%) จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยมี NPL Ratio เท่ากับ 4.52% เพิ่มขึ้นจาก 4.19% และ NPL Ratio Net เท่ากับ 1.88% เพิ่มขึ้นจาก 1.77% ณ 31 ธันวาคม 2560

*** BAY  สินเชื่อเช่าซื้อแกร่ง หนุนครึ่งหลังโตต่อ   
    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY แจ้งผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 2/61 มีกำไรสุทธิ 6,273.33 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,871.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.84% ?ขณะที่่งวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 12,487.89 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,516.10 ล้านบาท
    ปัจจัยบวกมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของเงินให้สินเชื่อ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เงินให้สินเชื่อของธนาคารเติบโตเพิ่มขึ้น 5.9% ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวดีขึ้นมาก มาอยู่ที่ระดับ 161.7% และคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ระดับ 2.02% ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสะท้อนถึงศักยภาพของกรุงศรีและความสามารถในการขยายธุรกิจด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
    บล.ฟิลลิป เปิดเผยว่า คงประมาณการกำไร BAY ปี 61 ไว้ที่ 26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% y-y กำไร H1/61 คิดเป็น 47.8% ของประมาณการทั้งปี โดยที่คาดว่าสินเชื่อขนาดใหญ่ รวมไปถึงสินเชื่อเช่าซื้อที่จะเติบโตตามยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวขึ้นน่าจะช่วยให้ผลประกอบการ H2/61 ปรับตัวขึ้นได้ คงราคาพื้นฐานไว้ที่ 47 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

*** แบงก์เล็กดี๊ด๊า งบบวกถ้วนหน้า 
    บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO  เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2561 ว่ามีกำไร 1,709.42 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 13.6% จากช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 1,505.13 ล้านบาท  ส่วนงวด 6 เดือน ปี 2561 มีกำไร 3,475.24 ล้านบาท   เพิ่มขึ้น 16% จากงวดเดียวกันปี 60 ที่กำไร 2,995.89 ล้านบาท  
    บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/61  กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 2,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,675 ล้านบาท  ส่วนงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 3,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.54% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำรไสุทธิ 3,277 ล้านบาท
    ??ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เปิดเผยว่าไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิ 1,551 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  30.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,185 ล้านบาท  ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 3,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,709 ล้านบาท
    อย่างไรก็ตาม ?มีเพียงธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ที่มีกำไรลดลง  โดยไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิ 2,026.25 ล้านบาท ลดลง 13.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,330 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 4,306 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,426 ล้านบาท  เนื่องจากยังคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อ NPL(coverage ratio) ที่ 140%  

*** โบรกฯ เล็งอัพเป้า - ชี้เลื่อน IFRS9 เป็นหนุนอีกแรง  
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เปิดเผยว่า  3 ธนาคารใหญ่อย่าง SCB, BBLและ KBANK รายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าเราและตลาดคาดสูงกว่า 8-10% ตามลำดับ ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคาด แต่จากการเติบโตของ Loan growth กว่า 4-6% และรายได้จากการลงทุนที่สูงส่งผลให้กำไรเติบโตดี  ประเมินว่านักวิเคราะห์มีโอกาสปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีขึ้น เนื่องจากงบ Q1 ก็สูงกว่าคาด เช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อการขยับขึ้นของ EPS ของ SET ได้ (ปัจจุบันอยู่บริเวณ 108.9) โดยปัจจุบันคิดเป็น PER18 ที่ 15 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง
    บล.บัวหลวง เปิดเผยว่าผลประกอบการ  KBANK ดีกว่าที่คาดถึง 20%, BBL ดีกว่าคาด 8%, SCB ดีกว่าคาด 5% BAY-ตามคาด, TMB ต่ำกว่าคาด 16% ส่วนก่อนหน้านี้ TCAP TISCO ดีกว่าคาด คาดงบที่เหลือเย็นนี้ KKP KTB จะดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจัยหนุนกำไรแบงก์ มาจาก สินเชื่อที่ขยายตัวตามการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ การฟนตัวของธุรกิจอสังหาฯ, NPL เริ่มเห็นสัญญาณลดลง (โดยเฉพาะ BBL) ทำให้สำรองแบงก์ส่วนใหญ่ลง และ ไตรมาส 3 คาดกำไรแบงก์ยิ่งดีขึ้น อีกเพราะ การเลื่อนใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด