ข่าวนี้ที่ 1

RATCH ลั่นปีนี้ผลิตไฟฟ้า 8,960 MW เตรียมชิงสนามบินอู่ตะเภา

RATCH  ลั่นปีนี้ผลิตไฟฟ้า 8,960 MW เตรียมชิงสนามบินอู่ตะเภา

     RATCH เตรียมสำรองเงินลงทุนปีนี้ 2 หมื่นลบ. ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าแตะ 8,960 MW ยันคงเป้าปี 66 ที่ 10,000 MW พร้อมกางแผน 3 ปี ลุย 8 โครงการ หวัง COD ได้ 775.87 MW พ่วงรถไฟฟ้าสีชมพู-เหลือง  พร้อมเตรียมงบ 1.4 หมื่นลบ. ลุยเจรจาลงทุนโรงไฟฟ้าฟอสซิล - พลังงานทดแทน แถบอาเซียนและออสเตรเลีย คาดชัดเจน Q2/62 เตรียมส่ง BSR ลุยชิงสนามบินอู่ตะเภา  ฟากโบรกฯ มองปีนี้กำไรยังอืด ให้เป้า 59-65 บ.          
     
*** สำรองเงินลงทุน 2  หมื่นลบ. ตั้งเป้าผลิตไฟ 8,960 MW  
    นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า  ในปีนี้ บริษัทเตรียมสำรองเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าพัฒนาและก่อสร้างโครงการใหม่ โดยมีเป้าหมายให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 8,960 เมกะวัตต์  และมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า ในปี 2566  ซึ่งบริษัทยังเน้นการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในไทย ซึ่งในแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้าฉบับใหม่ จะเปิดให้ประมูลโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตกทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุสัญญา ซึ่งบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลในโครงการดังกล่าว  
          
*** แผน 3 ปี 8 โครงการ - COD ได้ 775.87 MW 
    สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562-2564 คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ทั้งหมด 775.87 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า ซึ่งจะประกอบด้วย ในปี 2562 รวม 3 โครงการ คือ โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์คอลลินส์วิลล์ ที่คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรกของปีนี้  กำลังการผลิต 42.5 เมกะวัตต์ โครงการที่สอง คือ โรงไฟฟ้าเบอไพรโคเจนเนอเรชั่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 5 เครื่องเรียบร้อยแล้วและคาดว่าจะ COD ได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ส่วนโครงการที่ 3 คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียนเซน้ำน้อย ซึ่งคาดว่าจะ COD ได้ภายในปีนี้แน่นอน  
     ส่วนปี 2563 มี 1 โครงการ คือ โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนสิงหาคม 2563 ขยายกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง 
    สำหรับในปี 2564 จะมีทั้งหมด 4 โครงการ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเซงกัง กำลังการผลิต 236 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเรียว อินโดนีเซีย 145.15 เมกะวัตต์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ โรงไฟฟ้าสายสีเหลือง 

*** เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าฟอสซิล - ชิงประมูลสนามบินอู่ตะเภา   
     ด้านการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจะเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก และพลังงานทดแทน ประเภท Greenfield หรือ Brownfield หรือ โครงการที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว เช่นเดียวกับโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งมีโอกาสทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ด้านต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% และในประเทศปรับมาอยู่ที่ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 60%  
      บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรหลายรายในกลุ่มโรงไฟฟ้าฟอสซิล และพลังงานทดแทน ในกลุ่มประเทศอาเซียน และออสเตรเลีย เพื่อร่วมลงทุนในกิจการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้รับความชัดเจนภายในไตรมาส 2 อย่างน้อย 1-2 ราย วงเงินลงทุนในการขยายธุรกิจใหม่รวมประมาณ 14,000 ล้านบาท  
      ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ยืนยันว่า ยังร่วมกับ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ที่มี บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เป็นแกนนำ 
      
*** กำไรปี 61 วูบ หลังขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน  
    RATCH รายงานผลประกอบการ Q4/61 ตามคาดที่ 649 ล้านบาท ลดลง 61% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 8% YoY โดยที่ผลประกอบการปี 61 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท ลดลง 7.5% YoY  จากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 865.02 ล้านบาท แต่หากไม่รวมเงินขาดทุนดังกล่าว จะมีกำไร 6,452.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5%          
     คณะกรรมการมีมติจ่ายปันผล เป็นเงินสดจากกำไรสะสม จำนวน 1.25 บ./หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 4 มี.ค. 2562 วันที่จ่ายปันผล 26 เม.ย. 2562 โดยนายกิจจา กล่าวว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทเตรียมกู้เงินจากสถาบันการเงินประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินปันผล เนื่องจากเงินสดที่มีอยู่ในมือ9,000 ล้านบาทนั้น บริษัทเตรียมไว้สำหรับลงทุนในโครงการเดิม 6,000 ล้านบาท และจ่ายคืนหนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท
 
*** โบรกฯ มองปีนี้กำไรยังอืด แต่ Q1 ยังได้ฤดูกาลหนุน   
              บล.เคที ซีมิโก้ เปิดเผยว่า แม้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้กำไรสุทธิปี 2561 ต่ำคาด แต่กำไรปกติปี  2561 เป็นไปตามคาดการณ์ของส่วนแนวโน้มกำไรปกติปี 2562 คาดจะเติบโต แต่ในอัตราที่ไม่โดดเด่นนัก จากการรับรู้กำไรจากโครงการใหม่เข้ามา อย่างไรก็ตาม คาดกำไรปกติ/เมกะวัตต์ ของบริษัทจะอยู่ในระดับต่ำราว 0.9 ล้านบาท/เมกะวัตต์ (เทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทไฟฟ้าอื่นในประเทศที่ 2 ล้านบาท/เมกะวัตต์) นอกจากนี้ upside gain ที่จำกัด ทำให้เราปรับลดคำแนะนำลงเป็น "Underperform" (จาก "Outperform") โดยยังคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 59 บาท
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า  คาดการดำเนินงานของ RATCH เพิ่มขึ้นใน Q1/61  ทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยปัจจัยทางฤดูกาล และการกลับมาดำเนินงานของ RG ที่เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY ที่เพิ่มขึ้นจากหงสา และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง อีกทั้งจะมีการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ออสเตรเลีย 180 MW และโซลาร์ฟาร์ม 43 MW
    ทั้งนี้ได้ปรับประมาณการเล็กน้อยเพื่อสะท้อนผลประกอบการปี 2561 โดยเลือก RATCH เป็นหุ้นแนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้าโดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 65 บาท อ้างอิง DCF โดยมีความเสี่ยงคือ ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า, ความล่าช้าในการก่อสร้าง และต้นทุนในการพัฒนา
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด