ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ล้มดีลซื้อหุ้น GLOW เดินหน้าลุยลงทุนโปรเจ็กใหม่

GPSC ล้มดีลซื้อหุ้น GLOW เดินหน้าลุยลงทุนโปรเจ็กใหม่

    "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่" แจ้งยกเลิกดีลซื้อหุ้น "โกลว์ พลังงาน" หลัง กกพ.ไม่อนุมัติ เหตุขัด พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน เตรียมเจรจา Engie Global ผู้ขายหาทางออกต่อไป ลั่นเดินหน้าลงทุนในและต่างประเทศ ชี้มีอีกหลายโปรเจ็กในมือ ด้าน ตลท.เตือนผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเงื่อนไขบังคับภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้น ด้านโบรกฯมองดีลล้มดีต่อ  GPSC เหตุไม่ต้องก่อภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น
    
*** GPSC ล้มดีลซื้อ-เทนเดอร์ฯ GLOW เจรจา Engie หาทางออก

    นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวว่า บริษัทรับทราบคำตัดสินของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่มีมติไม่อนุมัติการขอเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW แต่ทั้งนี้กำลังศึกษาแนวทางและรายละเอียดการดำเนินการ โดยจะหารือร่วมกับ Engie Global Development B.V. ผู้ขาย และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ GLOW ต่อไป
    ทั้งนี้ GPSC ยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว และจะคงแนวทางการพัฒนาธุรกิจตามแผนเดิมที่วางไว้ต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับสากล โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงและพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการด้านพลังงานของประเทศ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเร่งพัฒนาการใช้ไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่ง GPSC เชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็น การดำเนินธุรกิจที่ถูกทิศทาง พิสูจน์ได้จากตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 สามารถทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์

*** รุกเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ

    นายชวลิต กล่าวว่า GPSC ยังคงเน้นการพัฒนานวัตกรรมไฟฟ้าและพลังงาน พร้อมทั้งมองหาโอกาสและแสวงหาการลงทุนใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ทั้งในส่วนที่เกิดจากโครงการลงทุนต่างๆ ภายใต้กรอบนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และการขยายตัวของการบริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกันมีแผนจะร่วมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน
    "ยังมีโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและดำเนินการ โดยจะพยายามผลักดันธุรกิจ เพื่อให้ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง" นายชวลิต กล่าว

*** ตลท.แนะนักลงทุนศึกษาข้อมูล

    ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเรื่องเงื่อนไขบังคับก่อนภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นระหว่าง GPSC และ Engie Global Development B.V. ตามที่ GPSC แจ้งไว้ว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่สำเร็จหลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติไม่เห็นชอบการเข้าซื้อหุ้น GLOW 

*** บล.บัวหลวง มองดีลล้มดีต่อ  GPSC มากกว่าไม่ก่อหนี้สินเพิ่ม
 
    บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุ กรณี กกพ. ไม่อนุมัติการเข้าซื้อกิจการ เรากลับมองว่าอาจเป็นเรื่องที่ดีต่อ GPSC มากกว่า เนื่องจากดีลดังกล่าวจะทำให้การกำลังการผลิตไฟฟ้าของ GPSC ในช่วงปี 2562-2567 เติบโตเฉลี่ยเพียง 1.1% (จาก 5.4% ก่อนการเข้าซื้อกิจการ) และเนื่องจากเป็นการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ จึงทำให้ GPSC ต้องอาศัยแหล่งเงินทุนทั้งการเพิ่มทุนและการกู้ยืม การเพิ่มทุนจะทำให้เกิด share dilution และหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนในอนาคตมีข้อจำกัด อัตราการจ่ายเงินปันผลก็อาจลดลงเช่นกัน เนื่องจากบริษัทฯ ต้องจำเป็นต้องชำระหนี้มากขึ้น และอาจต้องสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าของ GLOW ที่มีอายุมากแล้ว
    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันของ GPSC อยู่ระดับต่ำกว่าราคาก่อนประกาศการซื้อกิจการในช่วง 71-79 บาท ดังนั้น แม้การเข้าซื้อไม่ได้รับการอนุมัติ ราคาหุ้น GPSC ก็มีโอกาสจะกลับเข้าสู่ระดับดังกล่าว
    คาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 3/61 จะเติบโต YoY จากการดำเนินการเต็ม ไตรมาสของกำลังผลิตใหม่ กำไรหลักมีแนวโน้มทรงตัว QoQ เนื่องจากผลบวกจากรายได้เงินปันผลของ RPCL (ประมาณ 150 ล้านบาท) น่าจะชดเชยการผลิตไฟฟ้าที่น้อยลงตามฤดูกาล (กำไรของหุ้นโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่จะลดลง QoQ เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล) ในปี 2562 GPSC จะมีกำลังผลิตใหม่เริ่มดำเนินการคือ โครงการ Nam Lik 1 (โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 26 MWe) โครงการ CUP-4 (โรงไฟฟ้าแบบ SPP ขนาด 45 MWe ) และ โครงการไซยะบุรี (โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 321 MWe) การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าเหล่านี้น่าจะหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนก่อนการเริ่มดำเนินการ จึงปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อเก็งกำไร" และ เปลี่ยนไปใช้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี  2562 ด้วยวิธี DCF ที่ 72 บาท
    
*** กกพ.ลงมติเอกฉันท์ห้าม GPSC ซื้อ GLOW ระบุขัดต่อกฎหมาย

    นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการ โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (จีพีเอสซี) ในบริษัทโกลว์ พลังงาน (โกลว์) เนื่องจาก การดำเนินการดังกล่าวส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 รวมทั้งการพิจารณาของ กกพ. ยังเป็นการพิจารณาที่ตระหนักถึง การสร้างบรรทัดฐานในการพิจารณาในระยะยาวด้วย
    “กกพ. มีมติเป็นเอกฉันท์ และไม่อนุญาตให้ จีพีเอสซีในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้รับอนุญาต ซึ่งก่อนหน้าได้ยื่นขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อขอเข้ารวมกิจการกับ โกลว์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารับอนุญาตภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ หลังจาก กกพ. พิจารณาแล้วพบว่า การรวมกิจการดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่การให้บริการไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ตาม และ กกพ.เชื่อมั่นว่า มติที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีและถูกต้องในระยะยาวด้วย ” นางสาวนฤภัทร กล่าว
    กกพ. ยังมีการพิจารณาในประเด็นของ บางพื้นที่อุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งผู้รับบริการอาจมีทางเลือกในการรับบริการจากผู้ประกอบการรายอื่น ได้แก่ กฟภ. และอาจจะทำให้ลดการแข่งขัน ก็พบว่า การให้บริการของ กฟภ. ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่ม โกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ต้องการความมีเสถียรภาพ รวมทั้ง กฟภ. ยังต้องจำหน่ายไฟฟ้าในราคาเดียวกันทั่วประเทศ (Uniform Tariff) ทำให้ไม่สามารถให้อัตราส่วนลดกับผู้รับบริการได้ ส่งผลให้เกิดการลดการแข่งขันดังกล่าว
    ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 60 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ กกพ. มีอำนาจในการออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อมิให้มีการกระทำการใดใด อันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน และกรณีของ จีพีเอสซี ซึ่งเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของโกลว์ จึงเป็นการรวมกิจการ เข้าเงื่อนไขของการที่ผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งเข้าครอบงำผู้รับอนุญาตอีกรายหนึ่งซึ่งไม่สามารถทำได้ เว้นแต่จะขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาเหตุผล และความจำเป็นที่เพียงพอ หรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือผู้ใช้พลังงาน
    กกพ. เชื่อมั่นว่า การพิจารณาและมีมติดังกล่าว ได้ยึดมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุน แนวทางการค้าเสรี อย่างเป็นธรรม สร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุนทั้งภายในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศ หลังจาก ก่อนหน้านี้ กกพ. ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรธุรกิจ นักธุรกิจ ทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งนักการเมือง และผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการรวมกิจการดังกล่าว ได้ยื่นหนังสือต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาในประเด็นการผูกขาดธุรกิจ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับบริการพลังงาน เพื่อให้ทบทวนและพิจารณาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ
    สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กกพ. จะได้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ตามระเบียบ และจัดทำกรอบหลักการในการพิจารณาเรื่องรวมกิจการตามแนวทางข้างต้น เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป

*** 'สมคิด`สั่ง PTT ช่วยผู้ถือบัตรคนจนช่วงน้ำมันขาขึ้น

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหาร บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยให้หาแนวทางช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรคนจนอยู่ 11 ล้านราย ผ่านระบบสวัสดิการประชารัฐ ทั้งการปรับลดราคาน้ำมัน โดยจะต้องได้ข้อสรุปไม่เกิน 3 เดือน ลดราคาน้ำมัน E20, แก็สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท ช่วยวินมอเตอร์ไซค์
    ซึ่งวินมอเตอร์ไซค์ที่มีบัตรประชารัฐมีอยู่ 2-3 แสนรายทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยได้มอบแนวทางการปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และ E20 ลง 3 บาท/ลิตร ซึ่งเบื้องต้นผู้ที่อุดหนุนส่วนลดราคาดังกล่าว ประกอบไปด้วยกองทุนน้ำมันที่ 2 บาท/ลิตร และปตท. 1 บาท/ลิตร คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ภายในปีนี้ และระยะกลางถึงระยะยาวจะไปเจรจากับผู้ประกอบการเอกชนรายอื่น อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ซึ่งในเฟสต่อไป คาดว่าจะมีการใช้ในกลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้กระทรวงพลังงาน ตรึงราคาก๊าซธรรมชาติ (NGV) ลง 3 บาท/กิโลกรัม ให้แก่กลุ่มแท็กซี่ต่อ
    หาแนวทางร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เช่น ผลปาล์ม และพืชเกษตรที่เกี่ยวกับน้ำมัน รวมถึงการสร้างให้เป็นไบโออีโคโนมี่ เพื่อสร้างตลาดให้เกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
    ให้นำร่องปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ทำแฟลตฟอร์มร่วมกับธนาคารรัฐบาล เพื่อนำข้อมูลกลุ่มผู้ประกอบการ SME มาช่วยผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าหรือสร้างตลาดใน OTOP

 *** หารือลดราคาน้ำมัน E20, โซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท ช่วยวินมอเตอร์ไซค์

    นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับผู้ประกอบการน้ำมัน เพื่อศึกษาแนวทางการลดผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเบื้องต้นจะให้กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างใช้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ในราคาต่ำกว่าปกติทั่วไปราว 3 บาท/ลิตร ซึ่งเงินอุดหนุนจะมาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และจากผู้ประกอบการน้ำมัน ซึ่งคาดว่าการศึกษาและดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้
    ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ลงทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แสนคัน และต่างจังหวัดกว่า 1.5 แสนคัน รวมกันประมาณ 2-3 แสนคัน ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือก่อน หลังจากนี้อาจจะช่วยเหลือในกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยในภาพรวมต่อไป
    ปัจจุบันกระทรวงพลังงานมีมาตรการที่ดูแลราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ซึ่ง ปตท.ช่วยเหลือรถโดยสารสาธารณะให้ใช้ NGV ที่ระดับ 10.50 บาท/กิโลกรัม (กก.) ต่ำกว่าราคาปกติ ซึ่งใช้เงินอุดหนุนราวปีละ 2.5 พันล้านบาท โดยได้ดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 5 และจะยังคงต่อเนื่องไปอีก ขณะที่ในส่วนของราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) สำหรับแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย รัฐบาลก็ยังคงดูแลผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ใช้ได้เป็นเงิน 45 บาทต่อ 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งจะดำเนินการจนถึงกลางปี 62 ส่วนราคา LPG ภาคครัวเรือนก็ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปอุดหนุนให้ราคา LPG ไม่เกิน 363 บาท/ถัง 15 กก. 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด