ข่าวนี้ที่ 1

กูรูหั่นเป้ากำไร 15 บจ. TPIPL-TRUE-ITD อ่วม!

กูรูหั่นเป้ากำไร 15 บจ. TPIPL-TRUE-ITD อ่วม!

 

    โบรกฯ ปรับลดประมาณการกำไร 15 บจ.  11-88% หลังผลงานครึ่งปีแรกต่ำกว่าคาด นำโดย TPIPL-TRUE-ITD-TPIPP-TFG เป็นต้น พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไร 6 บริษัท 11-108% นำโดย JAS-IVL-SVI-SCCC-CHG-AEONTS พบกลุ่ม ไอซีที-ปิโตรฯ-พลังงาน-ธนาคาร ฟอร์มดีมีกำไรเหนือคาด คงเป้า SET สิ้นปีนี้ที่ 1,662 จุด อิง P/E15เท่า


*** ปรับลดประมาณการกำไร 15 บริษัท      
     บล.เอเซียพลัส ได้ออกบทวิเคราะห์ ภาพรวมกำไรของบริษัทในตลาดหุ้นหลังจบเทศกาลประกาศงบไตรมาส 2/61 โดยมีหุ้นที่เอเซียพลัส ปรับประมาณการฯ ปี 2561 ลงทั้งหมด 15 บริษัท รายละเอียดดังนี้ (เฉพาะตั้งแต่ 10% ลงไป)
    TPIPL ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 88% เพราะการดำเนินงานธุรกิจปูนซีเมนต์และการเกษตรช่วง 1H61 มีผลขาดทุนมากกว่าคาด
    TRUE กำไรสุทธิลดลงจากเดิม 53% เนื่องจากมีการตั้งด้อยค่าโครงข่ายโทรศัพท์บ้านที่ล้าสมัย (แต่ปรับเพิ่มกำไรปกติขึ้นเพราะแนวโน้มต้นทุนลดลงเร็วกว่าสมมติฐาน)
    ITD ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 48% จากผลการดำเนินงาน 1H61 ที่มีฐานกำไรต่ำมาก
    TPIPP ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 29% จากการเลื่อน COD โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน/ขยะ 70 MW (TG7) และโรงไฟฟ้าถ่านหิน 150 เมกะวัตต์ (TG8) ออกไปจากเดิม
    TFG ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 26% จากธุรกิจไก่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในงวด 2Q61
    TU ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 21% จากค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นในงวด 2Q61
    BCPG ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 21% จากการปรับลดสมมติฐาน Capacity Factor โครงการโซลาร์ในไทยทุกโครงการ และการเลื่อน COD โครงการโซลาร์ญี่ปุ่น
    BR ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 20% จากรายได้รวมที่ลดลง และราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น
    JWD ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 20% จาก Gross Margin ที่ชะลอตัวลง
    EASTW ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 19% จากปริมาณขายน้ำดิบ/ประปาที่ต่ำกว่าคาด
    TVO ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 15% จากราคากากถั่วเหลืองลดลง
    SYNTEC ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 14% จากความล่าช้าในการรับรู้รายได้และอัตรากำไรที่ลดลง
    PYLON ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 12% จากการรับรู้รายได้ที่ล่าช้าในงวด 2Q61
    IRPC ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 12% จากแผน shutdown ที่ไม่ได้รวมไว้ก่อนหน้านี้
    GFPT ปรับกำไรสุทธิลงจากเดิม 11% จากธุรกิจไก่ฟื้นตัวล่าช้ากว่าคาด

*** ปรับเพิ่มประมาณการกำไร 6 บริษัท
    นอกจากนี้ บล.เอเซียพลัส ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2561 ขึ้น จำนวน 6 บริษัท รายละเอียดดังนี้ (เฉพาะตั้งแต่ 10% ขึ้นไป)
    JAS ปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 108% ซึ่งมาจากการขายเงินลงทุนใน JASIF (แต่ปรับลดกำไรปกติลง 32% จากต้นทุนที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง)
    IVL ปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 26% จาก spread ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าคาดการณ์เดิมในทุกผลิตภัณฑ์
    SVI ปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 25% จากรายได้และประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีกว่าคาด
    SCCCปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 16% จากอัตรา Gross margin ที่ดีขึ้น เพราะมีการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    CHG ปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 12% จากแนวโน้มรายได้และอัตรากำไรดีขึ้น
    AEONTS ปรับกำไรสุทธิขึ้นจากเดิม 11% จากการเติบโตของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดี
 
*** กำไรกลุ่ม ICT-ปิโตรฯ ฟอร์มดีสูงกว่าคาด

     บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า โดยรวมกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในงวดครึ่งแรกปีนี้รวมราว 5.55 แสนล้าน
บาท  คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.1 ล้านล้านบาท  โดยหากพิจารณารายกลุ่ม แม้จะใกล้เคียงกับประมาณการ แต่มีบางกลุ่มที่ทำได้สูงกว่าคาด คือ ICTกำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 61% ของที่ประมาณการทั้งปี ตามมาด้วยกลุ่มปิโตรเคมี 
54% ขณะที่กลุ่มพลังงานและกลุ่ม ธ.พ ที่ 53% ส่วนที่เหลือใกล้เคียงกับประมาณการ 
    ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรตลาดหุ้นปีนี้ที่ 1.11 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 110.78  บาทต่อหุ้น และคงดัชนีเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 1662 จุด อิง P/E 15 เท่า ภายใต้สมมติฐาน fund flow ยังไม่ไหลกลับเร็ว และยังให้หนักต่อปัญหาเศรษฐกิจตุรกี ที่อาจจะขยายไปยังยุโรป และ ผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ที่ยังมีอยู่ 
 
*** บล.ฟิลลิป-บล.เออีซี ปรับกำไร CHG ขึ้น 

    บล.ฟิลลิป อยู่ระหว่างปรับราคาพื้นฐาน หลังกำไร Q2/61 ดีกว่าคาด โดยคาดว่าจะปรับกำไรปี 2561 ขึ้นอีก โดยแม้ใน Q3-Q4/61จะมีเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ "จุฬารัตน์ 304 อินเตอร์" ก็คาดจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานนัก ยังคงแนะนำ "ซื้อ"  

      บล.เออีซี ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2561 เฉลี่ยปีละ 14.4% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 2561 CHG จะมีกำไรสุทธิ 747 ล้านบาท โต 32.1%YoY สาเหตุที่ปรับประมาณการเพื่อสะท้อนปัจจัยบวกจากกำไรช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็น 56.9% ของประมาณการทั้งปีซึ่งสูงเกินไป กอรปกับช่วงครึ่งปีหลังคาดกำไรยังโตดีเพราะนอกจากจะเข้าสู่ฤดูฝนต่อเนื่องฤดูหนาว ซึ่งหนุนอัตราเข้ารักษาด้วยโรคระบาดสูงขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนเพิ่มกำลังให้บริการในช่วงก่อนหน้า  แนะนำซื้อ มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2561 ที่ 2.72 บาท 

*** ฟิทช์ เรทติ้งส์ คงอันดับเครดิต AEONTS-มีความแข็งแกร่งทางการเงิน 
        บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating)ของ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) หรือ AEONTS ที่ 'A-(tha)'แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพจากความแข็งแกร่งทางการเงินของ  AEONTS ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่ออุปโภคบริโภค (consumer finance) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  และมีเครือข่ายธุรกิจ (franchise)ในธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค (บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล) ที่เป็นที่ยอมรับ  บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง
              
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด