ข่าวนี้ที่ 1

กูรูฟันธงหุ้นไทยปี 62 ฟื้น มองเป้าดัชนี 1,680-1,850 จุด

กูรูฟันธงหุ้นไทยปี 62 ฟื้น มองเป้าดัชนี 1,680-1,850 จุด

    กูรูเศรษฐกิจ–โบรกฯ ฟันธงตลาดหุ้นไทยปี 62 ทิศทางดีขึ้น นำโดย บล.เอเซีย พลัส มองเป้า SET ปีหน้า  1,795 จุด หลังตอบรับสงครามการค้าแล้ว เชื่อ Fund Flow จะไหลกลับ พร้อมแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเป็น 50% ฟาก บล.ภัทร ให้เป้า 1,680 จุด รับปัจจัยภายนอกกดดันสูง ด้าน CLSA ให้เป้าสูงสุด  1,850 จุด

*** บล.ภัทร มอง SET ปีหน้า 1,680 จุด ปัจจัยภายนอกกดดันสูง
    
    นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้างานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทร กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจีดีพีของไทยจะขยายตัวได้ 3.7% และปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 4.2-4.3% โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ ความไม่แน่นอนของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ทั้งจาก สหรัฐ การเลิกอัดฉีดเงินเข้าระบบของธนาคารกลางยุโรป การเลือกตั้งของเยอรมัน ที่เป็นปัจจัยที่ต้องจับตามอง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกของโลกและของไทยด้วย
    นอกจากนี้ ยังต้องติดตาม ปัจจัยการเมืองในประเทศ ภายหลังจากการเลือกตั้ง ว่าจะสงบเรียบร้อยหรือไม่ และการส่งผ่านนโยบายการจะส่งผ่านหรือไม่ ซึ่งหากสถานการณ์ไม่สงบ หรือ ความไม่แน่นอนมีสูงอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่กระเตื้องในครึ่งปีแรก แต่หากสงบเรียบร้อยดีจะเกิดความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชนได้ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป
    อย่างไรก็ตาม ภาพของการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 มองตลาดฯ น่าจะยังมีความผันผวน จากปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังคงกดดัน ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน และราคาน้ำมันดิบที่ยังคงผันผวนต่อเนื่อง แต่คาดว่าในครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น แนะนำนักลงทุน Wait &see ไปก่อน โดยได้ประเมินกรอบดัชนีในปีหน้า ให้กรอบแนวต้านที่ 1,680 จุด และแนวรับ 1,450 จุด บนสมมติฐานกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยโตที่ 4% 

*** เวิลด์แบงก์ มองจีดีพีไทยปี 62 โต 3.9% วิตกศก.โลกชะลอ-สงครามการค้า

    นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทย กลุ่มธนาคารโลก กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะเติบโต 3.9% โดยธนาคารโลกจะปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยอีกครั้งในช่วงมกราคม 2562 โดยมีปัจจัยที่จะต้องจับตามอง คือ นโยบายหลังการเลือกตั้ง จะทำได้ต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งการทำนโยบาย และการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจที่สำคัญ  

*** บล.เอเซีย พลัส มองเป้า SET ปีหน้าที่ 1,795 จุด 
    
    นางภรณี ทองเย็น รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส  (ASP) มองเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปีหน้า 1,795 จุด ด้าน P/E 16 เท่า ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นจากมุมมองเดิมคือเป้า SET ที่ 1,662 จุด และ P/E ที่ 15 เท่า โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากมองเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติ(Fund Flow)เริ่มไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชีย เพราะสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติ อยู่ระดับต่ำมากล่าสุดลดลงเหลือ 29.57%
     มองกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 2562 ลดลงเหลือ 112.2 บาทต่อหุ้น จากเดิมมอง 115 บาทต่อหุ้น เพราะ Expected P/E ปี 2562 อยู่ที่ 14.4 เท่า เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ประกอบกับมอง Fund Flow น่าจะไหลกลับในช่วง Q1 และ Q2/62
    ด้านหุ้นพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมีปี 2562 ปรับลดกำไรลงประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันปี 2562 ลง 5 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก 70 ดอลลาร์/บาร์เรล มาอยู่ที่ 65 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบกับค่าเฉลี่ย 70.9 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปี 2561 โดยปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่คาดอีกซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล
    ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเลือกตั้งมองหุ้นไทยบวกโดยตามสถิติการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด มีเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติไหลเข้า 8.29 พันล้านบาท ส่งผลบวกต่อหุ้นไทย 4.88% ดังนั้นในช่วงก่อนเลือกตั้ง แนะซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีกก่อนเป็นกลุ่มแรกแนะ CPALL - BJC เพราะได้รับประโยชน์จากนโยบายเลือกตั้งที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย

*** แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเป็น 50%

    บล.เอเซีย พลัส แนะลงทุนหุ้นไทยปีหน้าเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 50% จากเดิม 40% เน้นหุ้นที่อ้างอิงการเติบโตตามเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น KBANK และBBL รับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ,หุ้นส่งออกที่ปรับตัวจากผลกระทบการค้าโลกได้  HANA ,หุ้นสาธารณูปโภค  SCC, STEC, WHA หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภาคครัวเรือน  ADVANC, DTAC, PLANB
    นอกจากนี้ เงินเฟ้อสหรัฐฯ เริ่มชะลอรับผลกระทบสงครามการค้ากดกำลังซื้อลดลง ราคาน้ำมันลดลง ซึ่งคาดว่าใกล้สิ้นสุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลต่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Bond yield) ของสหรัฐฯ เริ่มลดลง ตรงข้ามกับเอเชียบางประเทศ ที่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพราะมีปัญหาเงินเฟ้อและกันเงินทุนไหลออก โดยในปีหน้าคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งประเทศไทยน่าจะปรับขึ้นอีก 2 ครั้งเช่นกัน เพื่อให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไม่ห่างกันมากนัก
     มองผลสงครามการค้ากระทบเศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดจะขยายตัว 3.5% ชะลอตัวลงจาก 4% ในปี 2561 โดยจะเห็นการลงทุนและการบริโภคครัวเรือนขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออกมากขึ้น และไทยยังมีจุดแข็งด้านเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง
    ด้านการลงทุนภาคเอกชนคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเน้นที่ EEC ส่วนการลงทุนภาครัฐ จะสานโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากรัฐบาลชุดเก่า ซึ่งคาดว่าในปี 2562-2565 จะมีเม็ดเงินจากการลงทุนในโครงการที่เหลืออยู่ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอีกราว 2 ล้านล้านบาท หรือราว 83.4% ของวงเงินทั้งหมด หรือเฉลี่ยปีละ 5 แสนล้านบาท

*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาด 1,743 จุด
    
    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2562 คาดกำไรรวมของบริษัทจดทะเบียน จะเติบโต 7% หรือ 116 บาทต่อหุ้น บนพื้นฐาน P/E 15 เท่า โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะอยู่ที่ระดับ 1,743 จุด โดยหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุน คือ  AOT ซึ่งมองว่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ในปี 2562 จากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการประมูลสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งใหม่ด้วย โดยมีราคาเป้าหมายที่ 72 บาท  , CPALL ให้ราคาเป้าหมายที่ 81 บาท ตามอานิสงส์บวกจากนโยบายภาครัฐ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ประชาชนในการซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ที่ช่วยหนุนให้โดดเด่น
    นอกจากนี้ยังมี EGGO ให้ราคาเป้าหมายที่ 259 บาท  ,  VGI ให้ราคาเป้าหมายที่ 10.20 บาท โดยมีแนวโน้มเติบโตดีในปีหน้า จากการจับจ่ายใช้สอย การมีเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เข้ามาร่วมในแผนการทำสื่อ ซึ่งทำให้ VGI จะพัฒนาสื่อแบบสุ่มตัวอย่าง (sampling) ได้ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ถึง 1,500 ล้านบาท และ  JMT ราคาเป้าหมายที่ 15.30 บาท  
 
*** CLSA ลุ้นแตะ  1,850 จุด
    
    นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 1,850 จุด โดยหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุน เช่น PTTEP ราคาเป้าหมายที่ 167 บาท , WHA ราคาเป้าหมายที่ 5.5 บาท ,  BEC ราคาเป้าหมายที่ 7-8 บาท

*** บล.กสิกรไทย คาดหุ้นไทยปีหน้า 1,760 จุด    
    
    นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในปีหน้าคาดอยู่ที่ 1,760 จุด โดยมีหุ้นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มโรงพยาบาล หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน แนะนำ JAS โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 11.45 บาท PTG ที่ราคา 10.25 บาท AAV ที่ราคาเป้าหมาย 5.10 บาท และ BBL ที่ 240 บาท 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด