ข่าวนี้ที่ 1

EGCOทุ่ม 2.6 หมื่นลบ.ซื้อโรงไฟฟ้าเกาหลี-SUPERลุยโซลาร์ฯเวียดนาม

EGCOทุ่ม 2.6 หมื่นลบ.ซื้อโรงไฟฟ้าเกาหลี-SUPERลุยโซลาร์ฯเวียดนาม

"ผลิตไฟฟ้า" ทุ่มงบ 26,200 ล้านบาท ซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ในเกาหลีใต้  กำลังผลิต 911.5 เมกะวัตต์ โดยใช้แอลเอ็นจีนำเข้าเป็นเชื้อเพลิง พร้อมหวังความร่วมมือขยายธุรกิจแอลเอ็นจีนร่วมกันในไทยและเอเชีย ด้าน "ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น" เร่งรุกธุรกิจต่างประเทศ ใช้เงินลงทุน 4.78 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตรวม 136.72 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม มั่นใจช่วยหนุนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมาย 

*** ซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าเกาหลีใต้
    บริษัท เอ็กโก กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)หรือ EGCO แจ้งว่า ได้ประกาศขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการเข้าลงทุนสัดส่วน 49%  ในบริษัท พาจู เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิส จำกัด หรือ พาจู อีเอส ซึ่งเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังความร้อนร่วมพาจู ที่เมืองพาจู จังหวัดคย็องกี ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 2 หน่วย ขนาดกำลังการผลิต หน่วยละ 911.5 เมกะวัตต์ ใช้แอลเอ็นจีนำเข้าเป็นเชื้อเพลิง โดยจะมีการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 มูลค่าการลงทุน ประมาณ 26,200 ล้านบาท และคาดว่าการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ปี 2562
    ทั้งนี้ พาจู อีเอส เป็นบริษัทลูกของบริษัท เอสเค อีแอนด์เอส จำกัด หรือ เอสเค อีแอนด์เอส ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจพลังงานรายแรกที่นำเข้าแอลเอ็นจีโดยตรงจากต่างประเทศสู่เกาหลี ทั้งจากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ตลอดจนประเทศต่างๆ ทั่วโลก โรงไฟฟ้าพาจู อีเอส เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 และจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Korea Electric Power Corporation ซึ่งเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ารายเดียวในเกาหลีใต้ โดยซื้อขายผ่านตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้าของประเทศเกาหลีใต้ (Korea Power Exchange)
    ตลาดพลังงานในประเทศเกาหลีใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญและส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงแอลเอ็นจี และพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาด

***  หวังต่อยอดธุรกิจ LNG ในไทย
     การเข้าลงทุนครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญของเอ็กโก้ กรุ๊ป โดย มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ในการผสานจุดแข็งกับเอสเค อีแอนด์เอส เพื่อลงทุนและพัฒนาธุรกิจแอลเอ็นจีร่วมกันทั้งในประเทศไทยและในเอเชีย ซึ่งมีความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่เชื่อถือได้
     นอกจากนี้ เอสเค อีแอนด์เอส ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจแอลเอ็นจีครบวงจร การลงทุนในพาจู อีเอส จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่ความร่วมมือในการทำธุรกิจแอลเอ็นจีในประเทศไทย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และในอนาคตเราจะร่วมกันแสวงหาโอกาสการลงทุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพทั้งในเกาหลีและในเอเชียอีกด้วย

*** SUPER ทุ่ม 4.78 พันลบ.ซื้อโซลาร์ฯเวียดนาม
    นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ SUPER SOLAR ENERGY (HONGKONG) 1 Co.,Ltd. บริษัทย่อยเข้าลงทุนซื้อหุ้นโดยทางตรงและทางอ้อมใน Nam Veit Phan Lam Co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 36.72 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนามโครงการ Phan Lam1 ในสัดส่วน 100%
     นอกจากนี้ยังเข้าซื้อหุ้นโดยทางอ้อมใน Everich Binh Thuan Energy Limited Liability Company ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 50 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม โครงการ Binh An 100% และอนุมัติให้ Super Energy (East) Pte Ltd. บริษัทย่อยเข้าลงทุน โดยการเข้าซื้อหุ้นทางอ้อมใน Sinenergy Ninh Thuan Power Limited Liability Company ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 50 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม โครงการ Sinenergy Ninh Thuan ร้อยละ 100 รวมจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 136.72 เมกะวัตต์ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมอยู่ที่ 4,785.2 ล้านบาท

***  รุกธุรกิจต่างประเทศ
    นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า ?บริษัท ฯ คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวคือ 1.ส่งเสริมนโยบายในการขยายฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น 2. ช่วยให้บริษัทฯ มีแหล่งรายได้ที่แน่นอนต่อเนื่องเป็นระยะยาว และสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ 3.ทำให้บริษัทฯมีการเติบโตของทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง
     “ การเข้าลงทุนของ SSE-HK1 ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกําลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากว่า 136 เมกะวัตต์ ใน 3 โครงการนั้นจะเป็นจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไร โดยทั้ง 3 โครงการข้างต้น มีกำหนดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งจะเข้าช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทในช่วงปีหน้า ซึ่งยังไม่นับรวมการขยายการลงทุนที่ในโรงไฟฟ้าพลังงานลมก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นแล้ว SUPER ก็ยังมองหาโอกาสในการซื้อกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้านอื่นๆเพิ่มเติมด้วยในอนาคต “ นายจอมทรัพย์กล่าว
     อนึ่ง ที่ผ่านมาได้เข้าไปศึกษาความเหมาะสมด้านการลงทุน ประเทศฟิลิปปินส์ ,ไต้หวัน ,เกาหลีใต้ เป็นต้น ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม อีก 700 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะทยอย COD ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 เป็นต้นไป

*** โรงไฟฟ้าขยะ จ.สระแก้ว จ่อ COD
    สำหรับไตรมาส 4/2561  เชื่อว่า ผลประกอบการจะดีขึ้น  เนื่องจากจะมีการเดินเครื่องจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มจากโรงไฟฟ้าขยะ จ.สระแก้ว ขนาดกำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าสหกรณ์การเกษตร เฟส 2 ขนาดกำลังการผลิต 28 เมกะวัตต์สะสมเพิ่มจากการ COD ได้ในช่วงปลายปีเข้ามาสนับสนุน จึงคาดว่าจะทำให้ผลประกอบการออกมาดีและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต 
    ขณะไตรมาส 3/ 2561 มีกำไรสุทธิ 113.37 ล้านบาท  ลดลง 65% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 323.21 ล้านบาท  เนื่องจากผลมาจากในช่วงเดือน มิถุนายน -กันยายน ปีนี้ประเทศไทยมีปริมาณฝนมากทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้ของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน    

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด